บทที่ 5 เอานม...
สาวน้อยโคลงศีรษะอย่างไม่เข้าใจ และลุกออกจากโต๊ะแบบมึนๆ งงๆ นุสราเดินสวนกับเลขาฯ สาวนามสิตาที่เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านายพอดี เธอจึงคลี่ยิ้มส่งให้บางๆ ก่อนเดินช้าๆ เหมือนลอยออกจากประตูไปตามเดิม
ด้านคนเป็นเลขาฯ ก็ก้าวเข้ามาวางแฟ้มข้อมูลเตรียมการประชุมให้เจ้านายบนโต๊ะ เสร็จก็กวาดเอาบรรดาแฟ้มที่เจ้านายหนุ่มเซ็นกองเอาไว้บนโต๊ะเข้าสู่อ้อมแขนเพื่อเอาไปจัดเก็บเข้าตู้ ขณะที่ปากก็เอ่ยถามคนเป็นนายไปด้วย ซึ่งขณะนั้นเจ้านายของเธอเซ็นแฟ้มสุดท้ายเสร็จพอดี และชายหนุ่มกำลังก้มลงจ้องกระดาษที่อยู่ในมือนิ่งเงียบ
“ช่วงสายนี้เจ้านายจะรับอะไรดีคะ”
ตอนนี้เป็นเวลาสิบโมงกว่าๆ ค่อนข้างสายแล้ว ที่เธอถามคิดว่าเจ้านายคงต้องการอะไรรองท้องสักหน่อยก่อนจะเข้าประชุม แต่คำตอบของคนเป็นเจ้านาย เล่นเอาคุณเลขาฯ ต้องชะงักมือค้าง
“เอานม...”
“นม!? นมอะไรเหรอคะ”
คนเป็นนายเงยหน้าขึ้นมาขวับเหมือนเพิ่งรู้ตัว ก่อนจะกระแอมเบาๆ หนึ่งทีแล้วเอ่ยออกมาอีกครั้ง หากหน้าตาและน้ำเสียงยังนิ่งสนิทอยู่เช่นเดิม
“ผมหมายถึงกาแฟใส่นม”
คำตอบที่ได้ยินยิ่งทำให้เลขาฯ สาวนามสิตาแปลกใจหนักกว่าเดิม ปกติเจ้านายของเธอขึ้นชื่อว่าอยู่สายดำ เครื่องดื่มทุกชนิดไม่ว่าจะถูกหรือแพงต้องขอดำเอาไว้ก่อน นิยมกาแฟดำ เวลามีงานข้างนอกก็สั่งแต่อเมริกาโน แล้ววันนี้อะไรเข้าสิงถึงอยากจะลิ้มรสกาแฟใส่นมขึ้นมา
เมื่อเห็นว่าลูกน้องใต้อาณัติยังยืนเบิกตาจ้องหน้าตนเองตาค้างอยู่ที่เดิม ชายหนุ่มจึงเลิกคิ้วพร้อมกับถามย้ำสั้นๆ แต่น้ำเสียงเรียบเย็นได้ใจ
“ทำไม? ไม่ได้งั้นหรือ”
“เอ่อ...ดะ...ได้ค่ะ สิตาจะไปชงให้เดี๋ยวนี้ละค่ะ”
คล้อยหลังคุณเลขาฯ ที่ลุกลี้ลุกลนหอบแฟ้มงานออกไปจากห้อง คนนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานก็ต้องส่ายหน้าให้กับอาการหลุดของตัวเองที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มหยิบกระดาษที่เด็กสาวจดที่อยู่ทิ้งเอาไว้ให้มาดูอีกครั้ง พลางพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ชื่อลักษ์งั้นเหรอ ลักอะไรวะ ลักเล็กขโมยน้อย หรือลักขโมยเด็ก”
ปากได้รูปกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ ก่อนเขาจะพับกระดาษใบนั้นสอดเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อสูท จากนั้นก็เริ่มเปิดแฟ้มงานที่เลขาฯ เพิ่งเอามาว่างไว้ให้แล้วอ่านข้อมูลในนั้นอย่างตั้งใจ เนื่องจากอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าเขาต้องเข้าประชุม และมันเป็นงานที่เขาไม่คุ้น ดังนั้นต้องใช้สมาธิในการเก็บรายละเอียดกันนิดหนึ่ง
ทางด้านเลขาฯ สาว เมื่อเอาบรรดาแฟ้มที่คนเป็นนายเซ็นอนุมัติแล้วไปวางกองเอาไว้ที่โต๊ะทำงานเสร็จก็ต้องรีบแจวอ้าวไปชงกาแฟให้เจ้านายก่อน ทว่าในใจก็แอบคิดสงสัยไม่ได้ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องกาแฟนี่หรอกที่แปลก บุคลิกก็ต่าง โดยปกติเจ้านายหนุ่มจะอารมณ์ดีและยิ้มง่ายกว่านี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นเพลย์บอยตัวฉกาจคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ควงหญิงไม่เคยซ้ำหน้า ถึงขนาดที่ว่ามีข่าวเม้าธ์ว่าแอบซุกผู้หญิงเอาไว้จนมีลูกด้วยกัน เธอไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง ก็แค่ ‘เขาเล่าว่า’ และเล่าต่อๆ กันมา ไม่มีหลักฐานอะไรพิสูจน์ได้ ซึ่งไม่ใช่คนนิ่งๆ เงียบๆ แสนจะประหยัดคำพูด ถามคำก็ตอบคำ และท่าทางพร้อมบวกตลอดเวลา อย่างเช่นที่เธอเพิ่งเจอมาสดๆ ร้อนๆ นั้นแน่นอน
คำพูดคำจาก็ไม่คุ้น นักรบเจ้านายของเธอจะคุยเป็นกันเองกว่านี้ แต่นี่ดูจะเป็นการเป็นงานทุกกระเบียดนิ้วเลยก็ว่าได้ การแต่งตัวก็แปลกไป นานๆ ครั้งที่นักรบจะใส่สูทเรียบกริบดูเนี้ยบเฉียบขาดตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบนี้มานั่งทำงาน ชุดเก่งที่เลขาฯ อย่างเธอเห็นจนชินตาก็คือ กางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ้ตสีเข้มๆ ถ้าไปงานที่เป็นทางการหน่อยก็แค่หาสูทมาสวมทับอีกชั้นแค่นั้น เพราะนักรบนอกจากจะเป็นประธานบริษัทแล้ว เขายังเป็นสถาปนิกมือดีของบริษัทอีกหนึ่งตำแหน่ง และชอบลุยงานข้างนอกเป็นที่สุด หลายงานที่เจ้านายลงมือทั้งออกแบบทั้งคุมงานเอง แล้วทำออกมาได้ดีเสียด้วย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของบริษัทมาสร้างตึกสร้างบ้านให้เองกับมือ
นักรบในมาดใหม่คนที่อยู่ในห้องทำงาน จึงสร้างความสงสัยให้แก่สิตาอยู่ไม่น้อย ว่าแต่ใครจะกล้าทักท้วงหรือถามไถ่ แค่ดวงตาคมปลาบคู่นั้นปราดมองมาเธอก็เสียวไส้สุดจะกล่าวอยู่แล้ว แล้วใครจะกล้ามีปัญหา มนุษย์เงินเดือนผู้น้อยอย่างเธอก็คงทำได้แค่เก็บความอึ้ง ทึ่ง เสียวเอาไว้ในใจ และแอบเม้าธ์กับเพื่อนร่วมงานเป็นครั้งคราวเท่านั้น
