บทที่ 7 ตัดสินใจ

“แต่ว่าหนู...”

ลักษิกาชะงักคำพูดค้างแล้วหันไปมองยังเปลเด็กที่มีร่างน้อยนอนหลับอยู่ และดูเหมือนนางสายใจจะเข้าใจว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอะไร

“ไม่ต้องห่วงเรื่องลูกของหนูหรอกนะ เดี๋ยวป้าจะคุยกับคุณท่านให้เอง ท่านใจดี ที่คฤหาสน์ออกจะหลังใหญ่โต ห้องหับก็เยอะแยะ เอาเด็กไปอยู่ด้วยสักคนคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง คุณนายท่านอยากจะอุ้มหละ...เอ่อ...ป้าหมายถึงที่นั่นเงียบเหงามานาน มีแต่คนแก่กับเด็กรับใช้ไม่กี่คน มีเสียงเด็กๆ บ้างก็น่าจะครื้นเครงดีน่ะจ้ะ”

“หนู...ขอเวลาคิดก่อนได้ไหมคะ”

“ได้สิจ๊ะได้ พร้อมเมื่อไรหนูโทร.ไปตามเบอร์นี้เลยนะลูก เดี๋ยวป้าจะเป็นคนมารับเอง”

นางสายใจรีบค้นเอานามบัตรจากในกระเป๋าออกมายื่นให้คนตรงหน้าพร้อมกับแย้มยิ้มกว้าง ขณะที่ลักษิกาก็ยกมือไหว้ก่อนจะรับเอามาถือไว้ในมือ

“ขอบคุณนะคะป้าสายใจ”

“ป้าจะรอนะหนู พร้อมเมื่อไรโทร.ไปได้เลย ส่วนนี่เงินค่าอาหาร ป้าไปก่อนนะ พอดีมาทำธุระให้คุณนายท่านแถวนี้ก็เลยแวะมากินข้าวน่ะจ้ะ”

วางเงินให้ตรงบนโต๊ะเสร็จนางก็ลุกก้าวออกไปจากร้านทันที โดยที่ไม่รอเงินทอน ปล่อยให้ลักษิกามองตามหลังไปพลางขมวดคิ้วน้อยๆ อย่างคนใช้ความคิด


สามทุ่มในค่ำคืนเดียวกัน หลังจากอาบน้ำอาบท่าเสร็จ สองสาวเพื่อนรักก็มานั่งปรึกษาหารือกันในห้องพักของลักษิกา

“แกคิดดีแล้วใช่ไหม”

หลังจากฟังเพื่อนเล่าเรื่องทั้งหมดแล้ว และลักษิกาตัดสินใจจะไปทำงานที่คฤหาสน์หลังนั้น คนางค์ถึงได้ถามออกมาเป็นประโยคแรก

“อืม...แกก็เห็นว่าชีวิตฉันอยู่ยังไง ทุกวันนี้ฉันยังเอาตัวเองไม่รอดเลย จะให้พึ่งพาแกแบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะคะน้า ฉัน...ละอายใจ อีกอย่าง เจ้าขุนควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ถึงพ่อเขาจะไม่ดูดำดูดี แต่คนเป็นย่าอาจจะเอ็นดูหลานก็ได้ เห็นป้าสายใจบอกว่าท่านใจดีนี่น่า”

“แล้วถ้าเกิดเขาไม่เอ็นดูล่ะ”

“ฉันจะดูลาดเลาก่อน ถ้าฝั่งโน้นไม่ได้ดีจริงอย่างที่ป้าสายใจบอก ฉันจะไม่มีวันทิ้งเจ้าขุนเด็ดขาด”

บอกเพื่อนพลางทอดดวงตาสวยซึ้งมองร่างน้อยที่นอนหลับอยู่บนเบาะใกล้ๆ อย่างรักใคร่เอ็นดู มือบางยกขึ้นลูบศีรษะเล็กไปมาแผ่วเบา

“มีอะไรแกโทร.หาฉันได้ตลอดเลยนะ และจำเอาไว้ว่าบ้านฉันเปิดประตูต้อนรับแกเสมอ”

“ขอบใจแกมากนะคะน้า แกช่วยฉันมาเยอะแล้ว ถึงเวลาที่ฉันต้องสู้เพื่อเจ้าขุนบ้างแล้วละ”

“แล้วแกจะไปเมื่อไร”

“ป้าสายใจบอกว่าถ้าพร้อมเมื่อไรให้โทร.ไป ฉันกะจะให้เจ้าขุนอยู่ร่ำลายายจันทร์กับตาสนอีกสักอาทิตย์ แล้วค่อยโทร.ไปบอกป้าสายใจให้มารับ”

“แม่กับพ่อฉันคงใจหายแหละแก อยู่ด้วยกันมาตั้งสามสี่เดือน จู่ๆ ก็จะไปอยู่ที่อื่น อย่าว่าแต่พ่อกับแม่เลย ตัวฉันเองคงคิดถึงหลานน่าดูเลย”

ลักษิกาโผไปกอดเพื่อนรักเอาไว้เต็มอ้อมแขน อดที่จะน้ำตาซึมไม่ได้ ใช่ว่าคนางค์ที่ใจหายฝ่ายเดียว เธอก็หัวใจหวิวไหวไม่ต่างกัน

“เอาไว้ฉันจะพาเจ้าขุนมาเยี่ยมบ่อยๆ นะ ขอบใจแกมากสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา แกเป็นเพื่อนที่ประเสิรฐที่สุดสำหรับฉันแล้วคะน้า”

สองสาวคุยกันอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนคนางค์จะขอตัวกลับห้องพัก เมื่อคล้อยหลังเพื่อนรัก ลักษิกาจึงไปค้นเอากระดาษใบหนึ่งออกมาจากซองเอกสารที่เธอเก็บเอาไว้บนหัวนอน มันคือใบสูติบัตรของเด็กชายจอมทัพ และเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่เธอมีอยู่ในมือ ที่ฝ่ายโน้นจะไม่มีวันปฏิเสธได้ เพราะชื่อบิดาของเด็กชายจอมทัพที่ระบุในนั้นอย่างชัดเจนก็คือ นักรบ ดิษกรพล โครเชอร์ เธอละอยากเห็นหน้าผู้ชายใจร้ายใจดำคนนั้นนักว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร ทำไมถึงได้ทิ้งลูกได้ลงคอ


ลักษิกาพาร่างในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางยีนส์ยืดห้าส่วนอุ้มเด็กชายจอมทัพก้าวลงจากรถแท็กซี่ตรงหน้าปากซอย ก่อนจะหันไปจับมือเล็กๆ ของหนุ่มน้อยในอ้อมแขนโบกหย่อยๆ ลาคนขับ

“บ๊ายบายตาสนก่อนเร็วลูก”

“ลักษ์หนูกลับเองได้ใช่ไหมลูก”

คนที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับยังตะโกนถามลอดหน้าต่างรถแท็กซี่ออกมาอย่างนึกห่วง

“พ่อไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ เดี๋ยวลักษ์โทร.บอกพี่บุ้งให้มารับก็ได้ พ่อไปรับลูกค้าเถอะ”

“ตาไปก่อนนะเว้ย! เจ้าหัวขนุน อย่าดื้อกับแม่ล่ะ”

เมื่อได้ยินเพื่อนลูกสาวบอกมาดังนั้นนายโกสนจึงได้วางใจ สั่งลากับหลายชายตัวน้อยเสร็จก็รีบขับแท็กซี่ออกไปทันที เพราะมีลูกค้าเจ้าประจำโทร.มาตามให้ไปรับที่บ้าน

หญิงสาวมองตามท้ายรถแท็กซี่ไปพร้อมกับแย้มยิ้มน้อยๆ ก่อนเธอจะก้มลงฟัดแก้มนิ่มของเจ้าลูกหมูในอ้อมแขนไปหนึ่งที แล้วถึงเอ่ยหยอกเย้ายิ้มๆ

“พร้อมจะเจ็บตัวหรือยังหมูน้อย อย่าเป่าปี่ดังนะลูกนะ อายคุณหมอเขา”

ร่างน้อยในชุดลูกหมูสีฟ้านั้นก็ได้แต่ยิ้มร่าโชว์เหงือกแดงๆ อย่างอารมณ์ดี เนื่องจากครบรอบสี่เดือนที่เด็กชายจอมทัพต้องฉีดวัคซีน วันนี้เธอก็เลยต้องกระเตงกันออกมาคลินิกนี่แหละ ความจริงคนางค์จะมาด้วย แต่ช่วงบ่ายเช่นนี้ร้านข้าวแกงลูกค้าค่อนข้างแน่น เธอก็เลยบอกให้เพื่อนช่วยนางศรีจันทร์อยู่ที่ร้าน คลินิกก็อยู่ซอยถัดไปนี่เอง เพียงแต่ต้องเดินเข้าไปในซอยอีกประมาณหนึ่งร้อยเมตรแค่นั้น คิดว่าเธอสามารถพาเจ้าขุนมาเองได้สบายมาก ก็พอดีกับนายโกสนต้องออกไปรับลูกค้า หากเส้นทางที่นายโกสนจะไปมันสวนทางกันกับซอยที่ตั้งของคลินิก และดูเหมือนลูกค้าจะรีบด้วย ลักษิกาจึงขอติดรถมาลงแค่หน้าปากซอยแล้วจะไปต่อเอง นายโกสนจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากลับรถ

หญิงสาวอุ้มร่างกลมๆ ในชุดน่ารักนั้นเดินไปตามบาทวิถีข้างทาง ไหล่ข้างหนึ่งสะพายกระเป๋าผ้าใส่สัมภาระของเด็กอ่อน มือหนึ่งอุ้มร่างเล็ก อีกมือก็ถือร่มคันเล็กกางกันแสงจ้ากับไอแดดให้เจ้าตัวเล็กไปด้วย ทว่าเดินมาได้แป๊บเดียว ผ้าอ้อมที่เธอผูกปมให้เจ้าขุนถือเล่นก็หล่นจากมือน้อยๆ นั่น ลักษิกาจึงทำท่าจะก้มลงเก็บ หากด้วยมือที่พะรุงพะรังอยู่ทั้งสองข้างมันทำให้เธอเก็บไม่สะดวกนัก พอย่อตัวลงหยิบร่างน้อยในอ้อมแขนก็จะหงายหลังเอา จะยื่นมืออีกข้างไปคว้าก็ติดร่ม แต่ก่อนที่มือเรียวบางจะทันได้แตะผ้าอ้อมผืนนั้นก็มีมือใครคนหนึ่งมาหยิบแล้วยื่นมาให้ตรงหน้า

“คุณ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป