บทที่ 1 บทนำ

"ปัง!"

"คุณแม่!"

นคินทร์ตะโกนเรียกออกมาสุดเสียงพร้อมผวาเฮือกลุกขึ้นนั่ง ใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นกระดอนออกมาข้างนอก สัมผัสได้ถึงแผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อจากการฝันร้ายจนมือไม้สั่น...เสียงปืนลั่นดังก้องที่ทำให้เขาฝันร้ายเกือบทุกค่ำคืน กับความจริงที่ทำให้รอบขอบตาปวดหนึบร้อนผ่าว...ความสูญเสียที่ยากเกินจะทำใจ

ไม่มีอีกแล้วกับภาพในวันวาน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะแห่งความสุขในวันสุดท้ายของปี ปาร์ตี้ครอบครัวในคืนเค้าท์ดาวน์ เมื่อยามลืมตาตื่นเขาได้ยินเพียงแค่เสียงร่ำไห้ของหัวใจ ภาพควันไฟที่พวยพุ่งออกจากปล่องเมรุ ร่างมารดาที่นอนจมกองเลือดอยู่บนเตียง ภาพเหล่านั้นยังคงฝังลึกอยู่ในหัวใจแกร่ง ตามหลอกหลอนทั้งในยามหลับและยามตื่น คือความทรมานที่ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่เขาจะหลุดพ้นจากบ่วงตรงนี้เสียที

เมื่อไหร่เขาจะแต่งงานแล้วมีหลานให้คุณย่า...นั่นคือสิ่งที่มารดามักถามไถ่อยู่เสมอเพราะกลัวลูกชายจะกลายเป็นเกย์ และเขามักบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบพูดไม่เต็มปาก เมื่อว่าที่เจ้าสาวของเขานั้นยังเรียนไม่จบปริญญาตรีเลยด้วยซ้ำ หล่อนคือคนที่ใจร้องบอกว่าใช่ และเขาเฝ้ารอวันนั้น วันที่หล่อนเรียนจบแล้วจะคุยกันถึงเรื่องแต่งงาน ทว่า...มารดาก็มาด่วนจากไปในวันที่เขายังไม่พร้อมทำใจรับมือกับความสูญเสีย...และมีคนเดียวที่เป็นกำลังใจสำหรับการมีชีวิตต่อไป ในยามต้องการใครสักคน เขามักจะไปหาเธอ...มาลีรินทร์

ท่ามกลางความเงียบงันยามดึกสงัด บนพื้นเรียบลื่นสะอาดตา ทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ห้องพักในชั้นสามสิบเก้า นคินทร์เดินมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องเป้าหมาย คีย์การ์ดแตะบนตัวล็อกแล้วกดรหัส เพียงเท่านั้นเขาก็สามารถเปิดประตูเข้าไปข้างในได้...ห้องที่เป็นชื่อของเขา ซื้อด้วยเงินของเขา ทว่า...เขาซื้อเอาไว้เพื่อให้ใครบางคนได้อยู่อย่างสุขสบาย ส่งเสียเลี้ยงดูกันมานับตั้งแต่รู้จักกันมาเกือบสามปี

ไอเย็นห่มคลุมผิวกายเมื่อเข้ามาข้างใน แม้จะสวมเสื้อแขนยาวอยู่ก็ตาม...ภายในห้องเงียบงันเพราะล่วงเข้าสู่ช่วงดึกสงัด ชายหนุ่มเดินตรงไปยังเตียงกว้างที่ไม่ได้ว่างเปล่า มองไปยังร่างที่กำลังหลับสนิทไม่รับรู้ถึงการมาของเขาแม้สักนิดเดียว

เขาพาร่างขึ้นไปบนเตียงอย่างเงียบเชียบ ผ้าห่มถูกมือแกร่งค่อยๆ เลื่อนออกจากร่างนั้นอย่างระมัดระวัง...แววตากรุ่นปรารถนาร้อนรุ่มจ้องมองไปยังแพนตี้ลูกไม้สีขาว มันน่าตีนักที่หล่อนมักแต่งตัวแบบนี้เวลานอน แพนตี้บางๆ แทบไม่ปกปิดอะไรเลยด้วยซ้ำ อวดแก้มก้นขาวเนียนเต่งตึงที่หันหลังให้กันอย่างท้าทายให้ต้องยื่นมือไปสัมผัสเคล้นคลึง ชายหนุ่มขยับกายแนบชิด ขณะที่ฝ่ามือร้อนยังคงลากไล้เคล้นคลึงอยู่กับบั้นท้ายขาวเนียน จังหวะนั้น...เจ้าหล่อนก็เริ่มสัมผัสได้ถึงการรุกราน

".....!"

"ชู่วส์..."

มาลีรินทร์ปรือตามอง ในความงุนงงผสานตกใจ เรียวปากอิ่มก็ไม่ว่างอีกต่อไป ความร้อนรุ่มบดเคล้าสร้างสัมผัสแสนอ่อนละมุน สัมผัสนี้ กลิ่นกายแบบนี้ หล่อนจำได้ดีเพราะความคุ้นเคย...นคินทร์

มาลีรินทร์ขัดขืนเล็กน้อยเพราะยังงุนงงกับการที่เขามาหากลางดึกสงัด ซ้ำมาถึงก็ปลุกกันด้วยมือปลาหมึกที่ใต่ยั้วเยี้ยไปตามเนื้อตัวนุ่ม เขาดูมุละทุกระหายหิวราวห่างร้างลาไปนานวัน...สองมือเล็กพยายามดันแผงอกกว้างให้ถอยห่างเพราะอยากนอนหลับมากกว่านอนให้เขาขึ้นคร่อมเพื่อหาความสุขจากกายสาว หากแต่ว่าข้อมือเล็กก็ถูกจับกดไว้กับที่นอน แรงอันน้อยนิดมีหรือจะไปสู้แรงชายที่กำลังกระหายอยากในการล่วงล้ำสร้างสัมพันธ์รักลึกซึ้งทางกาย

"แอบเข้าห้องมิ้นต์ตอนดึกๆ อีกแล้วนะ ตลอดเลยนะคะชอบมาโดยไม่บอกล่วงหน้า"

"ไม่รู้เป็นอะไร...ตื่นมากลางดึกทีไรแล้ว...อยาก...ทุกที..."

คนฟังใจวาบหวิว เมื่อเสียงกระเส่าเล็ดลอดยามลิ้นร้อนลากไล้ลงต่ำไปตามซอกคอขาวเนียน

"อาภู พะ พอแล้ว..."

ห้ามเสียงสั่นพร่า ใจวาบหวิวเมื่อปลายลิ้นสากร้อนตวัดลากไล้กดลงบนยอดอกอิ่ม มาพร้อมปลายนิ้วแกร่งที่ลากผ่านตรงกลางกาย เรียกขนอ่อนให้ชูชันจากสัมผัสหวามไหว และในวินาทีนั้นเอง

บทถัดไป