บทที่ 3 จำเลยซาตาน

บนทางเดินหินเรียงที่ทอดยาวจากโรงรถไปจนจรดหน้าบ้าน ริมทางเทียนหยดออกดอกสะพรั่งสีม่วงเต็มต้น…แก้วกาญจน์ที่กำลังยืนตัดดอกชบาเพื่อปักในแจกันบนโต๊ะอาหารถึงกับชะงักมือ เมื่อเห็นนคินทร์เดินมาพร้อมกับหญิงสาวในชุดนักศึกษา...สายตาโฟกัสไปยังสองมือที่คล้องอยู่กับท่อนแขนแกร่งบ่งบอกระดับความสนิทสนม มองชุดที่อีกฝ่ายสวมใส่ สาวน้อยที่ยังอยู่ในวัยเรียนแต่มีผู้ชายควงแขนกับสัมพันธ์ลึกซึ้ง เด็กสมัยนี้คงไม่แคร์อะไรมากมายในสิ่งที่เสียไปหากวันข้างหน้าต้องเลิกรา นั่นคือความคิดของคนที่มองกลับไปในช่วงวัยที่ต่างกัน

"นั่น...คุณกิ่ง แม่ใหม่อาภูนี่คะ"

มาลีรินทร์ก้าวเดินให้ช้าลงพร้อมสองมือที่รั้งคนเดินข้างๆ ให้เดินช้าตาม เมื่อสัมผัสได้ว่าแววตาคู่นั้นกำลังมองมาทางตน เป็นแววตาที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ คล้ายกับว่าการที่หล่อนมาบ้านหลังนี้ช่างมองดูแปลกประหลาดสิ้นดี ทั้งที่หล่อนมองว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรหากเจ้าของบ้านเต็มใจพามานอนค้าง คนที่พาหล่อนมาก็คือลูกชายเจ้าของบ้าน มีสิทธิ์มากกว่าคนที่เพิ่งเสนอหน้ามาชุบมือเปิบกินอยู่สบายในบ้านหลังนี้

"ก็แค่ผู้หญิงหิวเงินยอมลดศักดิ์ศรีตัวเอง คุณแม่ของอามีแค่คนเดียว ใครก็ไม่มีสิทธิ์เจ๋อมานั่งแท่นตำแหน่งนั้น"

"มิ้นต์ขอโทษน๊า ไม่ได้ตั้งใจทำให้อาภูอารมณ์เสีย"

น้ำเสียงออดอ้อนลอดผ่านเรียวปากสีชมพู เมื่อเห็นสีหน้าและ

แววตาของคนข้างๆ ฉายแววไม่สบอารมณ์อีกครั้ง

"วันนี้กลับเร็วกว่าทุกวันนะจ๊ะภู"

เสียงทักมาพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร ซึ่งก็เป็นอย่างที่แก้วกาญจน์พูด เพราะตั้งแต่หล่อนกับลูกมาอาศัยในบ้านหลังนี้ ในเวลาอาหารมื้อเย็น หล่อนไม่เคยเห็นหน้าทั้งสองพี่น้องเช่นนคินทร์และพราวนภามาร่วมโต๊ะด้วยเลยสักวัน หล่อนรู้...รู้ว่าทุกคนพยายามหลบเลี่ยงไม่อยากเจอหน้า เอาเรื่องงานมาบังหน้าด้วยการหาเรื่องกลับบ้านดึกทุกวัน

เงียบ...เสียงของหล่อนเหมือนสายลมพัดผ่าน รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหาย เมื่อไม่มีแม้ถ้อยคำใดๆ ทักกลับ ได้รับเพียงแววตาที่ส่งผ่านความเกลียดชังมาให้อย่างเปิดเผย มองตามสองคนที่เดินผ่านหน้าไปคล้ายกับหล่อนคืออากาศธาตุที่ไร้ซึ่งตัวตน

'แก้ว!'

แก้วกาญจน์สลัดเรื่องตรงหน้าทิ้งไป เมื่อเห็นแก้วกัลยาเดินมาทางเดียวกับที่ทั้งสองคนก่อนหน้าเพิ่งผ่านไป...ความผิดปกติบนใบหน้าและท่าที ทำให้แววตาของคนเป็นแม่ไล่มองไปทั่วร่างลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความอาทรที่ล้นปรี่ขึ้นมาในอก

"เป็นอะไรเหรอแก้ว ทำไมเดินแบบนั้น เท้าเจ็บหรือว่าอะไร"

แก้วกัลยาทำตาหลุกหลิก ลืมคิดคำตอบเอาไว้...ก้มลงคลำที่ข้อเท้า ไม่กล้าสบตามารดา

"แก้ว...เอ่อ...แก้วเดินเท้าพลิกตอนเข้าบ้านค่ะคุณแม่ สงสัย...ต้องเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่แล้ว เดินไม่ดีเลยคู่นี้"

"แล้วเป็นอะไรมากมั้ยลูก ต้องไปหาหมอหรือเปล่า"

"ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวลองทายาดูก่อนก็ได้ค่ะคุณแม่ คงไม่เป็นอะไรมาก"

"ไม่ได้เป็นอะไรมากแน่นะ แม่กลัวจะกลายเป็นกล้ามเนื้อ

อักเสบน่ะสิ ยาวเลยนะถ้าหากเป็นหนักแล้วเดินไม่ได้ขึ้นมาน่ะ เชื่อ

แม่เถอะนะ ไปเอ็กซเรย์เพื่อความสบายใจดีกว่ามั้ย"

คนเป็นแม่อดเป็นห่วงไม่ได้ คนเจ็บรีบปราดเข้าไปสอดแขนคล้องเกี่ยวเอวมารดา คลี่ยิ้มเพื่อให้ท่านสบายใจ แสงแดดอ่อนๆ ที่กำลังจะถูกความมืดกลืนหาย ทำให้หญิงสาวรีบเบี่ยงเบนประเด็น

"เข้าบ้านกันเถอะค่ะ วันนี้คุณแม่เตรียมอาหารเย็นเองไม่ใช่เหรอคะ เสร็จหรือยังเอ่ย แก้วจะได้ช่วยคุณแม่"

แก้วกัลยาหมายถึงแม่ครัวขอลากลับบ้านไปทำธุระ มารดาจึงรับหน้าที่แทนเพื่อที่ทางบ้านจะได้ไม่ต้องจ้างแม่ครัวรายวัน และคนที่ทานอาหารฝีมือมารดาของตนนั้นก็มีเพียงนคเรศ คนที่มีบุญคุณและวันนี้เขากลายมาเป็นพ่อเลี้ยง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้หล่อนกับนคินทร์พบหน้ากันด้วยความไม่ประทับใจ ความร้าย...เขาแสดงมันออกมาอย่างชัดเจนถึงความเกลียดชัง แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ต้อนรับน้องสาวนอกไส้เช่นหล่อนที่มีอายุห่างกันเกือบยี่สิบปี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป