บทที่ 4 จำเลยซาตาน ต่อ
"ปังๆๆ"
เสียงเคาะประตูห้องดังถี่ระรัวราวกับมีใครในบ้านนี้ประสบเหตุร้าย แก้วกัลยารีบปราดไปยังหน้าห้อง และเพียงเปิดประตูแววตาคู่สวยต้องฉายแววตื่นตระหนก ก้มหน้าหนีหลบสายตาของคนที่ยืนยันมือข้างหนึ่งไว้กับผนัง คนที่ทำให้หล่อนกลัวการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้เหลือเกิน...นคินทร์
"หูแตกรึไง! ฉันเรียกตั้งนานถึงไม่ได้ยินน่ะฮึ เคาะจนมือจะแตก ทำบ้าอะไรอยู่ถึงไม่ขานรับ เป็นใบ้หรือไง น่าหงุดหงิดชะมัด"
มาถึงก็หัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่ หล่อนสูดลมหายใจเข้าออกให้ลึก ต้องทนเพราะไม่อยากให้มารดาและนคเรศไม่สบายใจไปมากกว่านี้
"สงสัยแก้วอยู่ในห้องน้ำค่ะ เลยไม่ได้ยินที่คุณภูเรียก"
เหลือบมองหน้าคนที่ยืนเขม่นตามองราวจะกินเลือดกินเนื้อ แล้วต้องรีบหลุบตาหนีอีกครั้งเพราะสายตาคู่นั้นไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย...เอ่ยถามทั้งที่ไม่มองหน้า
"คุณภูมีอะไรจะให้แก้วทำหรือเปล่าคะ"
"มี! ถ้าไม่มีก็อย่าหวังว่าฉันจะเคาะเรียก คิดว่าฉันเคาะเรียกเพราะพิศวาสจนต้องเข้าหารึไง"
แก้วกัลยาเลือกที่จะเงียบ เพราะรู้ว่าถ้ายิ่งต่อปากต่อคำ นั่นจะยิ่งเปิดช่องให้เขาหาเรื่องเอาคืน
"ฉันกับมิ้นต์จะว่ายน้ำเล่น ช่วยเตรียมไวน์แล้วก็ผลไม้ไปให้ที่สระน้ำด้วย อ้อ แล้วก็...ช่วยไปบอกแม่ของเธอให้จัดโต๊ะดินเนอร์ที่นั่น เพราะฉัน...จะทานมื้อค่ำกับมิ้นต์สองคน ไม่อยากร่วมโต๊ะกับคนที่เกลียดยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือ!"
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเมื่อเห็นหล่อนทำหน้างง แววตาดูแคลนไล่มองไปทั่วร่างกลมกลึง
"ทำไมฮึ ไม่พอใจ? ไม่พอใจที่ฉันใช้งานเธอกับแม่เหมือนขี้ข้าถ้าคิดแบบนั้น เธอก็ควรคิดใหม่นะที่รัก ควรสำเหนียกเอาไว้ว่าที่ได้มาลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านหลังนี้เพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะแม่เธอเอาตัวเข้าแลก ยอมเป็นเมียน้อยก็เอา ทำร้ายจิตใจคนเป็นเมียหลวงจนต้องฆ่าตัวตาย"
"คุณภู!"
"ทำไมฮึ โกรธ? โถๆ ดูสิ ทนยอมรับความจริงไม่ได้ หน้าเธอแดงหมดแล้วแก้วกัลยา"
เสียงนั้นเข่นรอดไรฟัน ตามมาด้วยเสียงหัวเราะหยันดังอยู่ในลำคอแกร่ง
"ขอเถอะนะคะ ถ้าจะด่าก็ด่าแก้วคนเดียว อย่าลามปามไปถึงคุณแม่ของแก้วเลย"
"แล้วทำไมฉันจะต้องเชื่อเธอ มีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งเจ้าของบ้าน ฉันจะด่ายิ่งกว่านี้ เอาให้ทนไม่ได้ จนกว่าเธอกับแม่ของเธอจะไสหัวไปจากที่นี่!"
เขาลืมไปสิ้นเรื่องที่ทำเมื่อตอนเย็น ปลายนิ้วแกร่งยื่นไปบีบปลายคางเรียวเอาไว้ตามแรงอารมณ์...ความเกลียดชังที่สุมอยู่ในใจบอบช้ำ คือความสูญเสียที่เขาไม่ลืมว่าใครทำให้มารดาต้องจากไปโดยไม่มีแม้คำร่ำลา
แก้วกัลยาเอี้ยวหน้าหนี พร้อมกับปัดมือแข็งราวคีมเหล็กออกจากปลายคาง แม้จะเจ็บแสนเจ็บ แต่จำต้องกัดฟันทนเพราะไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น...ต่อหน้าผู้ชายใจร้าย น้ำตาจะยิ่งทำให้เขาสาสมใจในสิ่งที่ทำลงไป
"จะเล่นน้ำก็ไปสิคะ แล้วก็กรุณาหลีกทางให้ด้วยค่ะ แก้วจะได้รีบไปเตรียมไวน์ตามคำบัญชาของคุณ"
แววตาฉายความเย่อหยิ่งจองหองเหลือบมองสบกับแววตาร้อนเป็นไฟทั้งที่ใจกำลังสั่นระรัว...เพื่อหลีกหนีการปะทะ หล่อนขอสงบศึกด้วยการดันบานประตูให้ปิดตามเดิม
"ปึง!"
"นี่เธอ...ยายลูกเมียน้อย กล้าปิดประตูใส่หน้าฉันเรอะ ได้!"
เสียงเข่นรอดไรฟันขู่อาฆาต ร่างสูงเดินกลับไปทางเดิมอย่าง
หัวเสีย...มันไม่จบง่ายๆ แน่นอน นั่นคือความคิดในหัวนคินทร์
"ฟู่..."
เสียงผ่อนลมหายใจโล่งอกเมื่อวินาทีลุ้นระทึกผ่านไป...แก้วกัลยาพิงหลังไว้กับบานประตู สูดลมหายใจเข้าออกให้ลึกเพื่อตั้งสติ จะต้องทนให้ได้เพราะถ้าไปจากที่นี่ก็จะไม่มีคนดูแลและอยู่เป็นเพื่อนมารดา ส่วนมารดาของหล่อนอยู่ที่นี่ก็เพื่อเป็นเพื่อนฝากผีฝากไข้กับนคเรศในยามบั้นปลายของชีวิต เพราะอีกไม่นานทั้งนคินทร์และพราวนภาก็จะต้องแยกออกไปมีครอบครัวเป็นของตนเอง เช่นนทีซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของบ้านเหล่าศิริชัยกุล
