บทที่ 1 หนี้ร้อยแปดสิบเจ็ดล้านกับลายเซ็นที่ถูกขโมย

แสงสีฟ้าจากหน้าจอมอนิเตอร์สะท้อนเลนส์แว่นของนปาลิล

สำนักงานกฎหมายชั้นยี่สิบแปดใจกลางสาทรเงียบสงัด มีเพียงเสียงระบบปรับอากาศครางต่ำแข่งกับจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นระรัว

ตัวเลขสิบหลักบนหน้าต่างระบบหลังบ้านสว่างโร่

187,000,000.00 THB Status: Completed Authorized by: Napalil

นิ้วเรียวเคลือบเจลสีนู้ดละจากเมาส์มาเคาะลงบนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะ ทนายสาวขยับตัวชิดขอบโต๊ะ ดึงคีย์บอร์ดมาตรงหน้าแล้วรัวปลายนิ้วป้อนคำสั่งเช็กประวัติการทำธุรกรรมย้อนหลังทันที

เงินในบัญชีพักทรัพย์สินของลูกค้าวีไอพีถูกสั่งโอนออกไปเมื่อยี่สิบสองนาทีก่อน ปลายทางคือบัญชีบริษัทโฮลดิ้งที่เพิ่งจดทะเบียนในหมู่เกาะเคย์แมน แหล่งฟอกเงินระดับโลก

และคนอนุมัติคำสั่งขั้นสุดท้าย... ใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ของเธอ

นปาลิลแค่นหัวเราะในลำคอ เธอสลับหน้าต่างโปรแกรม เจาะเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์บันทึกการล็อกอิน ไอพีแอดเดรสที่แสดงผลไม่ได้มาจากคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ แต่มาจากเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวบนชั้นสิบเก้า

รหัสพนักงานที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้นิ้วที่กำลังพิมพ์ชะงักค้าง

T.K. - Thatchakit

ธัชกิจจ์... หุ้นส่วนบริษัท และผู้ชายที่เพิ่งสวมแหวนเพชรสามกะรัตลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอเมื่อเดือนก่อน

นปาลิลหลุบตามองประกายวิบวับบนนิ้ว เธอถอดแหวนเพชรวงนั้นออก รูดซิปกระเป๋าสะพายใบหรูแล้วโยนมันลงไป เพชรสามกะรัตพร้อมใบเซอร์ขายได้ราคา เรื่องอะไรจะขว้างทิ้งให้เสียของ

สายตาคมตวัดกลับมาที่หน้าจออีกครั้ง ธัชกิจจ์เจตนายักยอกเงินลูกค้า โยนความผิดทางอาญาทิ้งไว้ให้เธอรับเคราะห์ แล้วเตรียมหอบเงินร้อยแปดสิบเจ็ดล้านเชิดหนี

'คิดว่าฉันจะยอมตายแทนรึไง ฝันไปเถอะ'

นปาลิลคว้าแฟลชไดรฟ์สีดำเสียบเข้ากับช่องยูเอสบี กดสั่งดูดข้อมูลประวัติการล็อกอิน บันทึกเส้นทางการเงิน และล็อกไฟล์ทั้งหมดลงไดรฟ์ส่วนตัว

จากนั้นใช้อำนาจพาร์ทเนอร์ระดับสูงสุดเข้าระบบแอดมินกลาง

นิ้วเรียวรัวคำสั่งล็อกดาวน์ระบบการเงินของบริษัท ระงับสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของธัชกิจจ์ ลบโปรไฟล์เขาทิ้ง และเปลี่ยนรหัสผ่านหลักทุกชั้นด้วยระบบเข้ารหัสขั้นสูง

หน้าจอสีแดงกะพริบแจ้งเตือนการรีเซ็ตระบบสำเร็จ

ธัชกิจจ์กลายเป็นคนตาบอดในระบบของบริษัทนับตั้งแต่วินาทีนี้ เขาจะไม่สามารถใช้เครือข่ายนี้ลบหลักฐานหรือสั่งโอนเงินก้อนไหนได้อีก

สมาร์ตโฟนบนโต๊ะสั่นครืดคราด ชื่อ ‘มายด์’ ปรากฏบนหน้าจอ

นปาลิลกดรับสายพร้อมเปิดลำโพง

"มึง ระบบหลังบ้านเฟิร์มมึงโดนเจาะ" เสียงเพื่อนสนิทสาวขาลุยดังทะลุสายมาทันที

"บอทที่กูตั้งเฝ้าระวังบัญชีพักทรัพย์สินเพิ่งเด้งเตือน เงินถูกสูบออกไปเกลี้ยงเลยร้อยแปดสิบเจ็ดล้าน มึงเห็นรึเปล่าดาว"

"เห็นแล้ว เพิ่งโอนเสร็จไปเมื่อยี่สิบนาทีก่อน ฝีมือพี่ธัช" นปาลิลตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนคนฟังชะงัก

ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนจะสบถลั่น

"ห๊ะ พี่ธัช ผัวมึงเนี่ยนะ"

"แค่คู่หมั้น แล้วตอนนี้ก็อดีตแล้วด้วย" ทนายสาวตอบกลับ สายตายังกวาดมองความเคลื่อนไหวบนหน้าจอเพื่อเช็กความเรียบร้อย

"เขาใช้ดิจิทัลซิกเนเจอร์ของฉันโอนเงินเข้าบัญชีนอมินีในเคย์แมน ฉันดึงล็อกไฟล์ไว้หมดแล้ว ตอนนี้สั่งล็อกดาวน์ระบบบริษัท ตัดสิทธิ์เข้าถึงของเขาทุกทาง"

"ไอ้เวรเอ๊ย หน้าฉากทำเป็นแฟมิลี่แมน ที่แท้ก็สันดานโจร" มายด์สบถรัวด้วยความโมโหแทนเพื่อน

"มึงจะเอาไง ให้กูโทรหาผู้กำกับเลยไหม กูจะสั่งลูกน้องสกัดจับบล็อกเส้นทางหนีมันเดี๋ยวนี้"

"ยังไม่ต้องแจ้งความ"

"มึงจะบ้าเหรอดาว เงินเกือบสองร้อยล้านนะเว้ย"

"ถ้าแจ้งความ ตำรวจกับ ปปง. จะเข้ามาอายัดระบบบริษัทเราทั้งหมด ข่าวหลุดเมื่อไหร่ความน่าเชื่อถือเฟิร์มเราพังพินาศ ลูกค้าคนอื่นถอนทุนหนีแน่" นปาลิลอธิบายผลกระทบด้วยสมองที่ประมวลผลเร็วจี๋

"พี่ธัชรอบคอบ ป่านนี้คงนั่งจิบไวน์รอในเลานจ์วีไอพีเตรียมบินออกนอกประเทศก่อนหมายจับจะออกด้วยซ้ำ กระโตกกระตากไปเราจะเสียเปรียบ"

"แล้วมึงจะยอมเป็นแพะเหรอวะ" มายด์ขึ้นเสียงสูงปรี๊ด

"เงินร้อยแปดสิบเจ็ดล้านนั่นไม่ใช่ของเศรษฐีใจบุญที่ไหนนะ มึงลืมเหรอว่านั่นเงินใคร"

ปลายนิ้วที่กำลังเก็บเอกสารเข้าแฟ้มชะงักกึก

"นายหัวภู เจ้าของเกาะแก้วมุกดา มาเฟียแดนใต้ที่เพิ่งส่งลูกน้องไปกระทืบลูกหนี้ถึงเตียงไอซียู" มายด์ย้ำความจำด้วยความเครียดที่พุ่งทะลุปรอท

"มึงคิดว่าเขาจะฟังคำแก้ตัวมึงเหรอ เขาไม่สนหรอกว่าใครกดโอน เขาสนแค่ลายเซ็นมึงหราอยู่บนบัญชีอนุมัติ เขาเอาตะกั่วเจาะกะโหลกมึงแน่ดาว"

"ฉันถึงต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองไง"

นปาลิลดึงแฟลชไดรฟ์ออก โยนลงกระเป๋าสะพาย รูดซิปปิดสนิท

"มายด์ แกไม่ต้องยุ่งกับตำรวจ หน้าที่ของแกคือเจาะเส้นทางการเงินของพี่ธัช ตามรอยบัญชีม้าไปให้สุดสาย ฉันต้องการแพตเทิร์นการโอนเงินทุกอย่างภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง"

"จัดให้ แล้วนี่มึงจะไปไหน ดึกป่านนี้แล้ว"

"ไปหาเจ้าของเงิน"

"ดาว ตั้งสติ นายหัวภูไม่ใช่คนที่มึงจะเดินสวยๆ เข้าไปหาแล้วบอกว่า ขอโทษค่ะ เงินหายไปแล้ว ได้นะเว้ย"

"ฉันเป็นทนาย ฉันไม่เดินไปหาเขาตัวเปล่าอยู่แล้ว" นปาลิลตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

"แค่นี้นะ ฉันต้องไปแล้ว"

หญิงสาวกดตัดสาย หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันแชต นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความสั้นๆ ส่งหาผู้ชายที่โยนระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่สุดในชีวิตมาให้

'หนีให้ทันนะธัชกิจจ์ ฉันให้เวลาสามชั่วโมง'

ข้อความขึ้นสถานะอ่านทันที

นปาลิลกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอ่านข้อความเร็วกว่าที่คิด เธอไม่ได้บล็อกเบอร์ ไม่ได้ส่งสติกเกอร์สาปแช่ง หรือโทรไปด่าทอให้เปลืองน้ำลาย

เธอแค่กดปิดเครื่อง ถอดเคสออก แงะซิมการ์ดเบอร์ส่วนตัวหักครึ่งแล้วยัดใส่ช่องเล็กในกระเป๋าสะพายเพื่อนำไปทำลายทิ้งที่อื่น

ทนายสาวตัวมารดาไม่ต้องการให้ศัตรูหน้าไหนใช้สัญญาณโทรศัพท์ตามรอยเธอได้แม้แต่ก้าวเดียว

บทถัดไป