บทที่ 1 ตอนที่1

รสสินา หญิงสาวผมหยิกยาวสีน้ำตาลแดงที่กำลังมึนเมาได้ที่ส่งสายตาหวานเยิ้มมองไปยังแทนไทชายหนุ่มตัวสูงที่พึ่งเดินผ่านหน้าไป หญิงสาวเผยยิ้มที่มุมปากลุกจากเก้าอี้เดินตามชายหนุ่มออกจากผับ ทันทีที่ถึงตัวเธอไม่รอช้าคว้าข้อมือใหญ่ไว้พร้อมกับส่งยิ้มหวานอย่างเย้ายวน

“นี่นาย คืนนี้นอนกับฉันมั้ย”

“ขอโทษนะผมมาส่งของไม่ได้มาขายตัว” ชายหนุ่มสะบัดข้อมือออก เห็นหญิงสาวอยู่ในสภาพมึนเมาก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง พอจะเดินเลี่ยงออกไปก็ถูกรสสินารั้งไว้ใช้กำลังผลักมาที่อกอย่างเต็มแรง ร่างใหญ่ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็เซหลังถอยไปติดกับผนังอาคาร ก่อนจะมีมือบางทั้งสองของหญิงสาวล้อมตัวเขาไว้ไม่ให้หลบหนี

“ส่งของจะได้สักกี่บาทเชียว แต่ถ้านายนอนกับฉันอยากได้เท่าไหร่ฉันก็ให้นายได้นะ หล่อเข้มแบบนี้แค่เอาใจฉันนิดหน่อยฉันก็ยอมให้นายทุกอย่างแล้ว” หญิงสาวยังคงรบเร้าต่อ พอจะยื่นใบหน้าเข้าใกล้เพื่อจะเล้าโลมก็ถูกชายหนุ่มผลักออก ความไร้ยางอายของรสสินาทำแทนไทหงุดหงิดนัก ถ้าไม่ติดที่หญิงสาวเมาไม่ได้สติคงได้โต้กลับแบบไม่ไว้หน้าไปแล้ว

“นี่คุณ! ถ้าเมาแล้วก็กลับบ้านไปนอน หรือถ้าอยากมากก็ไปหาคนอื่นเอา”

“ก็ฉันอยากได้คุณนี่ ฉันน่ะเล็งคุณไว้ตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในผับแล้ว ดูหุ่นล่ำๆ คุณสิ” หญิงสาวหยอกเย้าอย่างไม่อายปาก มือของเธอก็ซุกซนอยู่ไม่สุขพยายามลูบไล้แผงอกแน่นจนชายหนุ่มต้องรีบรวบมือปรามไว้ก่อนจะผลักหญิงสาวออกไปอีกครั้ง

“หน้าไม่อาย! ผู้หญิงอะไรน่ารังเกียจจริงๆ” ชายหนุ่มตวาดไปที่รสสินาอย่างขุ่นเคือง พอจะเดินหนีไปอีกครั้งก็ถูกหญิงสาวเข้ามาสวมกอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

เสียงโวยวายของรสสินาทำลูกค้าที่เดินผ่านไปมามองแทนไทยอย่างข้องใจจนชายหนุ่มต้องรีบอธิบายเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด แต่ถึงจะพยายามอธิบายยังไงก็เหมือนเป็นการแก้ตัวเพราะรสสินาเองก็กอดรัดชายหนุ่มไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ปากของหญิงสาวก็เอาแต่พร่ำออกมาไม่ให้ชายหนุ่มหนีจากไป สถานการณ์ในตอนนี้เป็นใครก็คงคิดว่าทั้งคู่เป็นแฟนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ แต่ก็ยังดีเพราะไม่นานนักเพื่อนสาวของรสสินาก็เข้ามาแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ได้ทัน

“ขอโทษด้วยนะคะเพื่อนฉันเมาไม่รู้เรื่องแล้ว คุณอย่าถือสาเลยนะคะ” พิมพ์ดาวรีบดึงเพื่อนสาวที่สวมกอดแทนไทออกมา เธอเองก็รู้สึกอายเป็นอย่างมากที่รสสินาทำเรื่องงามหน้าเช่นนี้เอาไว้

“เมาขาดสติขนาดนี้น่ากลัวนะครับ ถ้าเพื่อนคุณไปขอนอนกับคนอื่นที่ไม่ใช่ผมบางทีผลลัพธ์ไม่ได้เป็นแบบนี้ก็ได้”

“ขอโทษด้วยนะคะ ปกติเพื่อนฉันก็ไม่เคยดื่มหนักหรอกค่ะรู้ลิมิตตัวเองอยู่คงเพราะวันนี้มีเรื่องเครียดมา ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่คุณไม่ฉวยโอกาสกับเพื่อนฉัน"

“ก็คงจะเครียดจริงๆ นั่นและถึงทำได้ขนาดนี้ ไม่มีอะไรแล้วงั้นผมขอตัวนะ”

“ขอบคุณนะคะ” พิมพ์ดาวตะโกนตามหลัง เธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าโลกนี้ยังมีผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษอยู่ ยิ่งอยู่ในสถานที่เริงรมย์ต่างคนต่างสนองความต้องการตัวเองแล้วด้วยยากนักจะห้ามตัณหาไว้ได้ อีกอย่างรสสินาก็ทั้งสาวทั้งสวยปกติก็เป็นที่หมายตาของหนุ่มๆ อยู่แล้วเลยไม่อยากเชื่อว่าจะมีผู้ชายที่จะปฏิเสธเธอด้วย

อุ่นไอรักเกสต์เฮาส์

“ทำไมวันนี้พี่แทนกลับดึกจังคะ” น้ำเสียงสดใสของอินทิราเอ่ยทักทายแทนไทที่พึ่งกลับมาถึง หญิงสาวรีบยื่นมือรับเป้คู่ใจของชายหนุ่มเหมือนเช่นทุกครั้ง รอยยิ้มละมุนของเธอทำให้แทนไทรู้สึกหายเหนื่อยได้มากจริงๆ

“พี่ไปส่งของแทนก้องมาน่ะพอดีก้องติดธุระ แล้วทำไมอินยังไม่นอนอีก”

“อินรอพี่แทนค่ะ ไปกินข้าวสิคะอินทำของโปรดไว้ให้แล้ว อินรู้ว่าพี่แทนยังไม่ได้กินข้าวมาแน่ๆ”

“อินนี่รู้ใจพี่จริงๆ” ชายหนุ่มลูบศีรษะหญิงสาวด้วยความเอ็นดู ท่าทีอ่อนโยนของแทนไททำอินทิราพอใจมากจริงๆ

ทั้งสองทานข้าวด้วยกันไปพลางคุยกันไป ระหว่างนั้นอินทิราก็เหลือบเห็นรอยลิปสติกแดงที่ติดเสื้อชายหนุ่มมา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอก็ค่อยๆ คลายลงสายตาก็จับจ้องมองไปที่รอยลิปสติกนั้นอย่างเคลือบแคลง แทนไทเองเห็นสายตาหญิงสาวจับจ้องไม่วางตาก็รีบก้มลงมองตามสายตาคู่นั้นถึงได้รู้ว่าเสื้อตัวเองมีรอยลิปสติกติดมา และรอยลิปสติกนี้ก็คงเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากของรสสินาหญิงสาวที่เขาเจอที่ผับวันนี้

“อย่ามองพี่แบบนี้ไม่ใช่อย่างที่อินคิดหรอกน่า”

“แล้วรอยนั้นมาได้ไงคะ”

“วันนี้พี่ไปส่งของที่ผับ มีผู้หญิงคนหนึ่งเมามากอยู่ๆ ก็เข้ามากอดพี่ไว้รอยนี้ก็คงเป็นของเธอนั่นแหละ คิดแล้วยังสยองไม่หายเลย”

“ถึงขั้นสยองกันเลย ผู้หญิงคนนั้นทำอะไรพี่แทนเหรอคะ”

“ก็เธอมาขอ… ช่างเถอะพี่ไม่พูดดีกว่ากินข้าวต่อกันเถอะ” อินทิราแม้อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อ ถ้าแทนไทไม่อยากให้รู้เธอก็จะไม่เร้าหรือให้มากความ

แทนไท ชายหนุ่มวัย26ปีหลังเรียนจบปริญญาตรีก็เปลี่ยนบ้านสวนตัวเองที่อยู่ชานเมืองเป็นเกสต์เฮาส์เล็กๆ ปัจจุบันอาศัยอยู่กับบังอรผู้เป็นแม่โดยผู้เป็นพ่อได้จากโลกนี้ไปตั้งแต่ชายหนุ่มยังเรียนอยู่ชั้นประถม ส่วนอินทิราหญิงสาววัย21ปีที่แอบปลื้มแทนไทก็เป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของบังอรที่เข้ามาเรียนกรุงเทพเลยให้มาพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ระหว่างเรียนก็ทำงานพาร์ตไทม์ที่เกสต์เฮาส์ไปด้วยเพื่อหารายได้เสริม

วันต่อมา พราดาคอนโด

“ตื่นแล้วเหรอรู้ตัวมั้ยว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไป” พิมพ์ดาวยืนพิงประตูเอ่ยถามเพื่อนสาวคนสนิทที่อยู่ในท่าทีงัวเงียกำลังหยิบแก้วน้ำข้างหัวเตียงขึ้นมาดื่ม เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ารสสินานั้นจะจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้หรือไม่

“ไม่ได้ทำอะไรนี่ ก็แค่กินเหล้าแล้วเมาจากนั้นเธอก็พากลับมาที่คอนโดเหมือนทุกครั้งไม่ใช่เหรอ”

“NOจ้า ครั้งนี้มีอะไรพิเศษด้วย” หญิงสาวเผยยิ้มอย่างมีเลศนัย

“พิเศษยังไง มีอะไรก็พูดมาสิอมยิ้มอยู่ได้”

“ก็เมื่อคืนเธอไปไล่ปล้ำผู้ชายนะสิ” รสสินาสำลักน้ำทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของเพื่อนสาว จะเป็นไปได้ไงที่เธอจะไปไล่ปล้ำผู้ชายแม้จะอยู่ในอาการมึนเมาไม่ได้สติก็ตาม

“พูดอะไรของเธอไม่มีทาง ใครจะบ้าไปไล่ปล้ำผู้ชายกัน”

“ก็เธอนี่แหละ เธอจะให้ฉันไปขอกล้องวงจรปิดที่ผับมาให้ดูมั้ยล่ะ ฉันแค่ไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวเองออกมาเธอก็กอดผู้ชายแล้ว” เห็นสีหน้าที่จริงจังของพิมพ์ดาวก็ยากที่จะไม่เชื่อ และดูเหมือนตอนนี้รสสินาเองพอจำเรื่องราวเรื่องเมื่อคืนได้บ้างแล้ว แต่นั่นก็เป็นความเข้าใจของเธอที่คิดว่าเป็นแค่ความฝันเท่านั้น

“อ้าว! ไม่ใช่ฝันหรอกเหรอ”

“เธอโชคดีมากเลยนะรสที่เจอคนดีให้ ถ้าไปเจอคนอื่นเข้าฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าเธอจะโดนอะไรบ้าง ทำไมครั้งนี้ถึงดื่มจนขาดสติได้ล่ะปกติเธอระวังตัวตลอดนี่”

“ก็เครียดนะสิ เธอรู้มั้ยที่แม่เรียกฉันกลับไทยเพราะอะไร”

“เกิดอะไรขึ้น น้ารีให้เธอกลับมาทำไม”

“แม่ให้ฉันกลับมาเพื่อจะจับฉันแต่งงานกับไอ้โรคจิตปวิชนะสิ”

“ปวิชทายาทธุรกิจเครื่องเพชรที่มีข่าวควงผู้หญิงขึ้นคอนโดไม่ซ้ำหน้าเนี่ยนะ น้ารีคิดอะไรอยู่ถึงให้เธอไปแต่งงานกับเขา อีตานั่นนอกจากมีข่าวควงผู้หญิงแล้วยังมีข่าวเรื่องซ้อมผู้หญิงด้วยนี่ บ้านเธอก็โคตรรวยไอ้ที่มีก็ไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หมดหรือเปล่าแล้วทำไมต้องให้เธอไปดองกับตระกูลนั้นด้วย”

“เพื่อหน้าตาจอมปลอมไง สำหรับฉันก็เป็นแค่เครื่องมือเอาไว้แบกหน้าปลอมๆ ของแม่เท่านั้น คนอื่นต่างก็พากันยกย่องว่าแม่ฉันเป็นแม่ดีเด่น ยิ่งมีคนชมแม่ฉันก็ยิ่งได้ใจ ขนาดที่แม่เองก็รู้ว่านายปวิชนั่นเป็นคนยังไงก็ยังยัดเยียดฉันให้กับเขา บอกแค่ว่านายนั่นเปลี่ยนนิสัยแล้ว เปลี่ยนบ้าเปลี่ยนบอนะสิเมื่อวานเจอฉันยังจะลวนลามฉันอยู่เลย ทางนั้นก็เหมือนกันเพื่อปิดข่าวชั่วๆ ของลูกตัวเองเลยต้องหาผู้หญิงมาแต่งงานบังหน้า สังคมพวกมีเงินนี่น่ากลัวจริงๆ”

“แล้วเธอยอมแต่งเหรอ”

“ให้ตายฉันก็ไม่แต่งหรอก แต่ถ้าฉันต่อต้านก็กลัวจะถูกขังไว้แต่ในบ้านนะสิ ระหว่างนี้ฉันว่าฉันต้องหาแฟนแล้วล่ะ บางทีถ้าฉันมีแฟนแม่อาจไม่บังคับฉันก็ได้ ว่าแต่…ผู้ชายเมื่อคืนที่ฉันไล่ปล้ำน่ะหล่อมั้ย”

“ก็หล่อนะ คิ้วเข้มๆ หน้าคมๆ ตัวล่ำๆ สูงๆ อ๋อ…จิตสำนึกเธออยากมีแฟนสินะเมื่อคืนเลยไล่ปล้ำเขา ใจเธอมันได้จริงๆ เลือกได้ดีซะด้วย”

“ก็เมานั่นแหละเลยใจกล้า แต่ฉันว่าเขาต้องตรงสเปคฉันแน่ไม่งั้นฉันคงไม่เสนอตัวให้เขาหรอก แต่ฉันออกจะสวยหุ่นดีและอึ๋มขนาดนี้เป็นไปได้ไงที่เขาจะปฏิเสธ หรือเขาไม่ชอบผู้หญิง?”

“ก็ไม่รู้ เดี๋ยวฉันต้องเข้าไปที่คาเฟ่แล้วเธอจะกลับบ้านเลยมั้ย”

“ไม่กลับ ฉันบอกแม่ไว้แล้วว่าจะค้างกับเธออีกสัก3-4วัน” หญิงสาวยิ้มตาหยีบอกกับเพื่อนสาวคนสนิทก่อนจะลุกจากเตียงไปทำกิจธุระส่วนตัว

ช่วงเย็นของวัน

รสสินาขับรถเล่นผ่านมาแถวชานเมืองเจอเข้ากับอุ่นไอรักเกสต์เฮาส์จึงเกิดความสนใจ หญิงสาวลงจากรถเดินตามทางเดินเข้ามายังเกสต์เฮาส์ด้วยแววตาเปล่งประกาย เธอเองก็ไม่คิดว่ากรุงเทพจะยังมีสถานที่เงียบสงบแบบนี้อยู่ บรรยากาศที่เกสต์เฮาส์ดูอบอุ่นทำหญิงสาวผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

ในขณะที่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศร่มรื่นอยู่นั้นก็มีเสียงทุ้มตะโกนมาจากด้านหลังเมื่อป้ายไม้ที่อยู่เหนือศีรษะเธอนั้นกำลังหลุดร่วงตกลงมา ไม่ทันจะได้หันกลับมองตามเสียงที่ตะโกนตัวหญิงสาวก็ถูกมือใหญ่ของแทนไทคว้าเข้ามาซบที่แผงอกแน่นเสียก่อน

“คุณไม่เป็นไรนะ?” น้ำเสียงละมุนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวตอบรับค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาของแทนไทกลับทำรสสินาหลงใหลโดยไม่รู้ตัว มือของเธอที่สัมผัสกับแผงอกผายนั้นรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่กำยำ ทั้งหน้าตา ทั้งรูปร่างของแทนไททำรสสินาพอใจมากจริงๆ

แทนไทหลังพิจารณาใบหน้าที่เกือบแนบชิดเขานั้นอย่างชัดเจนแล้วก็จำได้ว่าเป็นหญิงสาวเมื่อคืนที่ทำตัวรุ่มร่ามกับเขาไว้ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบผลักรสสินาออกไปจนร่างอ้อนแอ้นเสียหลักล้มลงไปนั่งกองที่พื้น

บทถัดไป