บทที่ 2 ตอนที่2
“โอ๊ย!” รสสินาร้องเสียงหลงมองค้อนไปยังชายหนุ่มตัวโตที่เอาแต่เหม่อจ้องมาที่ต้นขาอ่อนของเธอไม่วางตา ด้วยความที่เธอสวมเดรสค่อนข้างสั้นเวลานั่งกองที่พื้นชายกระโปรงเลยเลิกขึ้นเผยให้เห็นต้นขาอ่อนนั้นอย่างชัดเจน
แทนไทพอเรียกสติตัวเองกลับมาได้ก็รีบเบือนหน้าไปทางอื่น เขาเองก็เป็นผู้ชายเห็นอะไรเจริญหูเจริญตาก็อดไม่ได้ที่จะมอง แต่พอนึกถึงพฤติกรรมเมื่อคืนของหญิงสาวเลยอดคิดไม่ได้ว่าเป็นการจงใจของหญิงสาวที่จะยั่วยวนเขาเหมือนที่เคยทำมา
“นี่คุณจะยืนทื่ออีกนานมั้ย ไม่คิดจะพยุงฉันขึ้นหน่อยเหรอ”
“คุณลุกเองได้ผมรู้” แม้แต่ตอบกลับชายหนุ่มก็ไม่แม้แต่จะมองหน้า
“ผู้ชายอะไรตัวโตซะเปล่าแต่ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย” คำติติงของรสสินาทำแทนไทไม่สบอารมณ์ทันที ชายหนุ่มหันกลับมาเผชิญหน้าเพื่อสวนกลับหญิงสาวในทันควัน
“ผมเนี่ยนะไม่สุภาพบุรุษ ถ้าผมเป็นอย่างที่คุณว่าเมื่อคืนคุณคง…” ไม่ทันจะโต้กลับสายตาคมเข้มก็เหลือบมองไปที่ต้นขาอ่อนของหญิงสาวอีกครั้ง ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยก่อนจะหลบสายตาออกแล้วค่อยๆ เข้าไปประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นพร้อมพึมพำด้วยความหงุดหงิด
“กระโปรงน่ะจะใส่ให้มันสั้นไปไหน”
“เมื่อกี๊คุณจะพูดอะไรนะ"
“ไม่ได้พูด!”
"ว่าแต่ทำไมคุณดูคุ้นๆ จังเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า คุณเคยไปเที่ยวสกอตแลนด์ใช่มั้ยฉันต้องเคยเจอคุณที่นั่นแน่เลย”
“นี่คุณจำผมไม่ได้เหรอ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น ดูเหมือนหญิงสาวพอสร่างเมาแล้วจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้
“ฉันแค่คุ้นๆ ถ้าให้จำชื่อฉันจำไม่ได้หรอก คนไทยในสกอตแลนด์ก็มีตั้งเยอะใครจะไปจำได้หมดล่ะ”
“ผมไม่เคยไปสกอตแลนด์และก็ไม่มีปัญญาไปด้วย แต่ก็ดีที่คุณจำผมไม่ได้เพราะผมเองก็ไม่อยากจำคุณเหมือนกัน แล้วทำไมคุณเดินเพ่นพ่านมาถึงนี่ได้ไม่เห็นป้ายหรือไงว่ากำลังปิดปรับปรุงอยู่ มือคุณถลอกหมดแล้วตามมาสิเดี๋ยวให้คนทายาให้” แทนไทสังเกตเห็นว่าฝ่ามือทั้งสองข้างของหญิงสาวมีรอยถลอก คงจะเป็นตอนที่ล้มแล้วเอามือยันพื้นปูนไว้ รสสินาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธรีบยิ้มกว้างตอบรับด้วยความเต็มใจ ก่อนจะเดินตามชายหนุ่มเข้าไปในเกสต์เฮาส์อย่างไม่ลังเล
“อิน พี่วานช่วยทำแผลให้คุณ…”
“ฉันชื่อรสสินาค่ะ รสสินาที่แปลว่าดอกกุหลาบหรือจะเรียกรสก็ได้” หญิงสาวรีบแนะนำตัว
แทนไทหลังจากฝากฝังอินทิราให้ช่วยทำแผลให้รสสินาแล้วก็ออกจากเกสต์เฮาส์เพื่อไปทำธุระของตัวเองต่อ อินทิรามองไปที่รสสินาที่เอาแต่จ้องตามแผ่นหลังแทนไทไม่วางตาก็รู้สึกว้าวุ่นใจ มีสาวสวยปรากฏตัวอยู่ข้างกายชายหนุ่มเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย
“คุณรสรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะเดี๋ยวฉันขอไปหยิบกล่องยามาก่อน” อินทิราบอกต่อหญิงสาวที่เอาแต่มองตามแทนไท ขนาดที่ชายหนุ่มเดินพ้นสายตาไปแล้วหญิงสาวก็ยังคงเอาแต่ยิ้มไม่หุบ
อินทิราใช้เวลาไม่นานในการทำแผลให้รสสินา เธอเองก็ไม่อยากเก็บความสงสัยไว้เลยเอ่ยถามออกไปตามตรงถึงความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวกับแทนไท
“คุณรสเป็นเพื่อนพี่แทนเหรอคะ”
“เขาชื่อแทนเหรอ? ฉันไม่ได้เป็นเพื่อนเขาหรอกพึ่งเจอเขาเมื่อกี๊เอง ว่าแต่คุณแทนมีแฟนหรือยัง?” รสสินาไม่อ้อมค้อมรีบถามสิ่งที่อยากรู้ หญิงสาวเบิกตาโตรอลุ้นคำตอบอย่างจดจ่อ
“ไม่มีค่ะ”
“ดีจังไม่มีแฟนด้วย อย่างนี้จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปแย่งกับใคร”
“นี่คุณรสชอบพี่แทนเหรอคะ”
“ค่ะ ทั้งหล่อทั้งหุ่นเฟิร์มใครจะไม่ชอบบ้างล่ะ” หญิงสาวยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ครั้งแรกที่เจอกับแทนไทเธอก็รู้สึกดีกับชายหนุ่มแล้ว อีกอย่างคนอย่างเธอถ้าพอใจอะไรก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อเท่านั้น
“ไหนคุณรสบอกว่าพึ่งเจอกับพี่แทนเอง แล้วไปชอบพี่แทนตอนไหนคะ”
“ก็ชอบเมื่อกี๊นี่แหละ ง่ายๆ เลยนะก็ชอบที่เขาหล่อไง หน้าตาผ่านแล้วส่วนเรื่องนิสัยก็ค่อยไปเรียนรู้กันก็ได้ คุณอินเองก็ชอบคุณแทนเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ หรือจริงๆ แล้วพวกคุณคบกันอยู่"
“เปล่าค่ะเราเป็นแค่พี่น้องกันค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธ ท่าทีอึกอักของอินทิรานั้นทำรสสินาเผยยิ้มอย่างรู้ทัน
“แต่ก็ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันใช่มั้ยล่ะ ฉันไม่สนหรอกนะว่าคุณอินจะชอบคุณแทนมั้ยฉันจะสนแค่เรื่องของฉันเท่านั้น ฉันรู้แค่ว่าถ้าฉันชอบหรืออยากได้อะไรฉันก็ต้องได้ งั้นวันนี้ฉันเช็กอินที่เกสต์เฮาส์นี้เลยแล้วกัน รบกวนคุณอินด้วยนะคะหวังว่าห้องพักคงไม่เต็มนะ”
“ไม่เต็มค่ะ งั้นคุณรสรอสักครู่นะคะ” ความตรงไปตรงมาเปิดเผยของรสสินาทำอินทิราเริ่มหวั่นใจ หญิงสาวเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์สายตาก็เหลือบมองไปที่รสสินาเป็นพักๆ
“ผู้หญิงอะไรน่ากลัวจัง” อินทิราพึมพำในลำคอ เห็นรสสินามีเป้าหมายเรื่องแทนไทอย่างชัดเจนก็กลัดกลุ้มใจในขึ้นมา อีกอย่างรสสินาก็เป็นคนสวยทรวดทรงองค์เอวก็ชวนน่ามอง จะมีผู้ชายที่ไหนจะไม่หวั่นไหวกันบ้างล่ะ
บ้านฤดีรัตน์ ช่วงเย็นของวัน
“พฤกษ์…ยัยรสได้โทรหาบ้างมั้ย นี่ก็กลับมาได้หลายวันแล้วไม่คิดจะเข้าบ้านมาไหว้พ่อแม่บ้างหรือไงยัยลูกคนนี้นี่” นรีรัตน์เอ่ยถามลูกชายทันทีที่กลับถึงบ้าน ตั้งแต่รสสินากลับจากสกอตแลนด์เธอที่เป็นแม่ก็ยังไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวเลยสักครั้ง มากสุดก็แค่โทรคุยกัน
“รสโทรบอกแม่แล้วนี่ครับว่าจะไปอยู่กับพิมพ์สัก3-4วัน แม่ก็ปล่อยๆ น้องบ้างเถอะครับขืนบังคับมากเดี๋ยวก็ได้หนีกลับสกอตแลนด์ไปอีกหรอก”
“ลองหนีดูสิก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะหาเงินจากไหนมาใช้ วันๆ เอาแต่เที่ยวเตร่การงานก็ไม่ยอมทำแบบนี้”
“ว่าแต่แม่จะให้รสแต่งงานกับปวิชจริงๆ เหรอครับ แม่ก็รู้นี่ว่าปวิชเป็นคนยังไง”
“แม่ก็แค่เกริ่นๆ ไว้ก่อน แล้วพฤกษ์คิดว่ามีใครที่เหมาะสมกับน้องเรานอกจากปวิชมั้ยล่ะ”
“ถ้าความเหมาะสมของแม่หมายถึงเรื่องฐานะ หน้าตาทางสังคม ปวิชก็คงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของแม่ผมไม่เถียง แต่ถ้ามองถึงความสุขทั้งชีวิตของรสผมว่าปวิชไม่คู่ควร ผมมั่นใจว่าผู้ชายแบบเขาไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครได้ ผมว่าเรื่องแต่งงานให้รสเป็นคนตัดสินใจเองเถอะนะครับ”
“ถ้าเลือกเองแล้วได้ตาสีตาสาที่ไหนก็ไม่รู้มาจะทำยังไงล่ะ แม่ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว เอาเป็นว่าคนที่จะมาเป็นลูกเขยของแม่ต้องมีเท่ากับเราหรือมากกว่าเราเท่านั้น ถ้ายัยรสไม่ชอบปวิชจริงๆ ก็ค่อยหาคนใหม่แล้วกัน เราก็เหมือนกันพฤกษ์เมื่อไหร่จะพาลูกสะใภ้มาเจอแม่ อายุปูนนี้แล้วควรมีหลานให้แม่อุ้มได้แล้ว”
“อยู่ดีๆ ทำไมวกมาเรื่องผมได้ล่ะ” ชายหนุ่มตัดพ้อตามหลังผู้เป็นแม่ที่พึ่งเดินจากไป
พฤกษ์ ชายหนุ่มวัย30ปีลูกชายคนโตของนรีรัตน์กับวันชัย ปัจจุบันเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักทำงานช่วยผู้เป็นพ่ออยู่ที่บริษัท ด้วยช่วงวัยนี้แล้วเลยทำให้ผู้เป็นแม่มักจะบ่นอยู่เป็นประจำเรื่องให้ชายหนุ่มแต่งงานมีครอบครัว และทุกครั้งชายหนุ่มก็พยายามหลบเลี่ยงมาตลอดเพราะผู้หญิงที่เขาชอบนั้นเป็นพิมพ์ดาวเพื่อนสาวคนสนิทของน้องสาวตัวเอง แต่ด้วยที่พิมพ์ดาวเองก็มีแฟนที่คบหากันแล้วเลยทำอะไรไม่ได้ แม้จะพยายามตัดใจลองคบหาผู้หญิงคนอื่นดูแต่ผลสุดท้ายก็ไปต่อไม่ไหว เพราะคนในใจที่ชายหนุ่มเสน่หามาตลอดก็ยังคงเป็นพิมพ์ดาวคนเดียวเท่านั้น
ช่วงค่ำของวัน อุ่นไอรักเกสต์เฮาส์
แทนไทหลังกลับจากทำธุระพอลงจากรถก็สะดุ้งตกใจเมื่อเห็นรสสินายืนยิ้มให้อยู่ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาหาหญิงสาวเพื่อถามไถ่ด้วยความสงสัย
“นี่คุณยังอยู่อีกเหรอ”
“ฉันเช็กอินที่เกสต์เฮาส์คุณแล้ว ก็ว่าจะพักที่นี่สัก2-3วันน่ะ”
“นี่คุณตั้งใจใช่มั้ย แกล้งทำเป็นจำผมไม่ได้ให้ผมวางใจแล้วค่อยมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ผม” ชายหนุ่มเริ่มไม่สบอารมณ์เพราะนึกถึงเหตุการณ์ที่ผับแล้วก็อดหงุดหงิดไม่ได้ การปรากฏตัวของรสสินาครั้งนี้เลยคิดว่าเป็นความตั้งใจของหญิงสาวที่ติดตามเขามา
“คุณพูดอะไรฉันไม่เห็นเข้าใจเลย”
“คุณออกจากเกสต์เฮาส์ผมไปเลยนะ เกสต์เฮาส์ผมไม่ต้อนรับคุณ” ชายหนุ่มตวาดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน ยิ่งเห็นท่าทีไม่ประสีประสาของรสสินาก็ยิ่งแต่จะหงุดหงิด
“ฉันไม่ไป คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน”
“เกสต์เฮาส์นี้เป็นของผม ผมจะไล่ใครก็เป็นสิทธิ์ของผม ถ้าผมบอกว่าไม่ต้อนรับคุณ…คุณก็ต้องออกไปเดี๋ยวนี้”
รสสินาเห็นสายตาที่ดุดันกับท่าทีแข็งกร้าวของแทนไทก็รู้สึกหวาดวิตกขึ้นมา พอเห็นว่าชายหนุ่มค่อยๆ เขยิบเข้ามาใกล้เธอก็ค่อยๆ ถอยหลังออกห่าง ไม่ทันระวังเลยสะดุดเข้ากับกระถางดอกไม้เกือบจะหงายหลังแต่ยังดีที่แทนไทเข้ามาช้อนเอวบางประคองไว้ได้ทัน ทั้งสองต่างสบตากันและกันอย่างไม่ลดละ
แทนไทเองเมื่อเห็นรสสินากำลังจะล้มเลยเข้าไปประคองไว้ด้วยสัญชาตญาณ แต่พอรู้ตัวกำลังจะคลายมือที่โอบเอวหญิงสาวออกก็ไม่ทันเสียแล้ว รสสินาในตอนนี้ได้ซบกอดชายหนุ่มไว้แนบแน่นไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยง่ายๆ
“คุณจะผลักฉันออกอีกใช่มั้ย ไม่มีวันซะหรอก” หญิงสาวสวนกลับอย่างรู้ทัน
