บทที่ 3 ตอนที่3

“ทำอะไรกัน!”

พิมพ์ดาวเบิกตาโตด้วยความงุนงงเมื่อเห็นรสสินากำลังกอดรัดนัวเนียอยู่กับแทนไท ก่อนหน้านี้เธอได้รับสายจากเพื่อนสาวคนสนิทให้นำเสื้อผ้ามาส่งให้ที่อุ่นไอรักเกสต์เฮาส์ พอมาเห็นสถานการณ์ที่ชุลมุนอยู่ตรงหน้าก็ตกใจและจำได้ทันทีว่าชายหนุ่มที่รสสินากอดอยู่นั้นคือคู่กรณีเพื่อนสาวของเธอที่ผับเมื่อคืน

“ออกมานี่เลยเดี๋ยวก็โดนเขาแจ้งจับข้อหาลวนลามหรอก” พิมพ์ดาวดึงมือเพื่อนสาวให้ถอยห่างออกจากแทนไท ยิ่งเห็นสีหน้าชายหนุ่มไม่สบอารมณ์ก็เริ่มจะกังวลใจแทนรสสินาขึ้นมา เธอเองก็ไม่คิดว่าเพื่อนสาวจะจริงจังตามตอแยชายหนุ่มไม่เลิก

“คุณมาก็ดีแล้วเอาเพื่อนคุณกลับไปด้วย”

“นี่รู้จักกันด้วยเหรอ” รสสินาถามทั้งคู่ด้วยความสงสัย

“ก็รู้จักเมื่อคืนไง ไหนเธอบอกจำหน้าเขาไม่ได้แล้วทำไมถึงตามหาเขาจนเจอได้ล่ะ” คำตอบของพิมพ์ดาวทำรสสินาสับสนครู่หนึ่ง หญิงสาวครุ่นคิดถึงคำพูดของเพื่อนสาว และดูเหมือนว่าตอนนี้เธอเองก็เริ่มเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างขึ้นบ้างแล้ว

“อย่าบอกนะว่าคุณคือคนเมื่อคืนที่ฉันเจอที่ผับ” รสสินายิ้มแป้นตาโตเอ่ยถามแทนไทอย่างคาดหวัง หญิงสาวไม่อยากเชื่อว่าจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้อยู่ คนที่เธอพึงใจเมื่อคืนกับคนที่ทำให้เธอหวั่นไหววันนี้กลับเป็นคนคนเดียวกันเสียได้

แทนไทพอเห็นใบหน้ากรุ้มกริ่มของรสสินาก็เบื่อหน่าย ชายหนุ่มไม่อยากสร้างความสัมพันธ์สนิทสนมกับหญิงสาวมากไปกว่านี้แล้วเลยได้แต่วานให้พิมพ์ดาวช่วยพารสสินากลับออกไปจากเกตส์เฮาส์ของเขา แต่ความดื้อรั้นของรสสินาทำให้พิมพ์ดาวจนปัญญาจริงๆ ชายหนุ่มเองก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินเลี่ยงออกไปแทน

พิมพ์ดาวเองก็ไม่อยากให้แทนไทมองรสสินาด้วยความขุ่นข้องเลยตามออกไปเพื่ออธิบาย หญิงสาวอยากให้ชายหนุ่มวางท่าทีแข็งกระด้างลงแล้วลองทำความรู้จักกับรสสินาดูใหม่ บางทีทั้งสองอาจเป็นเพื่อนกันได้

“คุณอย่าโกรธเพื่อนฉันเลยนะ ที่รสทำแบบนั้นก็คงเพราะชอบคุณจริงๆ”

“แต่ผมไม่ได้ชอบเพื่อนคุณ ผู้หญิงปัญญาอ่อนแบบนั้นใครจะไปชอบลง” คำตอบของแทนไททำพิมพ์ดาวหลุดขำในทันที

“คุณยิ้มอะไรผมด่าเพื่อนคุณอยู่นะ”

“ก็เพื่อนฉันปัญญาอ่อนอย่างที่คุณว่านั่นแหละ รสก็เป็นแบบนี้แหละอาจจะดูแรงไปบ้างแต่ไม่มีพิษมีภัยหรอกค่ะ รสเติบโตจากเมืองนอกการใช้ชีวิตเลยดูมั่นใจไปหน่อยเดี๋ยวคุณก็ชินเอง”

“ชิน! ผมจำเป็นต้องชินกับเพื่อนคุณที่คอยจ้องแต่จะลวนลามผมเนี่ยนะ”

“คุณเป็นผู้ชายก็ไม่เสียเปรียบนี่ เพื่อนฉันออกจะสวยขนาดนั้นคุณไม่หวั่นไหวบ้างหรือไง กำไรเห็นๆ เลยนะ”

“ไม่! ผมรู้แล้วว่าทำไมพวกคุณถึงคบกันได้ เอาเป็นว่าคุณพาเพื่อนคุณไปจากเกตส์เฮาส์ผมก็พอ ถ้าเพื่อนคุณยังอยู่ที่นี่ผมคงได้ประสาทเสียแน่” ชายหนุ่มไม่สนใจยังไงก็ยืนกรานที่จะให้รสสินากลับไปให้ได้ พิมพ์ดาวเมื่อเห็นแทนไทชัดเจนขนาดนี้ก็ทำได้แค่โน้มน้าวให้เพื่อนสาวกลับไปกับตัวเอง

“เขาไล่ขนาดนี้แล้วเธอจะอยู่ต่อทำไม” พิมพ์ดาวบ่นให้เพื่อนสาวที่เอาแต่ดื้อด้าน

“เหอะน่าฉันเอาอยู่ เดี๋ยวฉันไปคุยกับเขาเอง”

“นี่เธอชอบเขาจริงๆ เหรอรส”

“ก็จริงสิ และฉันต้องเอาเขามาเป็นแฟนให้ได้” หญิงสาวยืนกรานหนักแน่น

“รส…ถ้าแค่อยากมีแฟนเพราะตัดปัญหาเรื่องแม่จับแต่งงาน งั้นเธอก็หาใครสักคนมาเล่นเป็นแฟนเธอก็ได้นี่ฉันช่วยหาก็ได้นะ เอางี้มั้ยพี่ธีมีเพื่อนหลายคนอยู่เดี๋ยวฉันให้เพื่อนพี่ธีช่วย”

“ฉันไม่รบกวนแฟนเธอหรอกน่า พิมพ์…ฉันชอบคุณแทนเขาจริงๆ ยิ่งรู้ว่าเขาเป็นคนเดียวกันกับคนเมื่อคืนฉันก็ยิ่งแน่ใจว่าฉันชอบเขา ฉันหวั่นไหวกับเขาไปแล้วจริงๆ นะ”

“พึ่งเจอกันวันเดียวเนี่ยนะจะชอบง่ายอะไรขนาดนั้น”

“แค่เขาหล่อก็เป็นการเปิดทางให้ฉันชอบเขาได้แล้ว ส่วนเรื่องนิสัยค่อยว่ากันอีกที ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนสวยๆ อย่างฉันจะทำให้เขาหวั่นไหวไม่ได้”

“แต่เขาดูเกลียดเธอมากเลยนะ”

“นั่นก็เพราะว่าเขายังไม่รู้จักฉันดีไง”

“แล้วถ้าเขามีแฟนแล้วล่ะ หล่อๆ แบบนี้ไม่น่าจะโสด”

“โสดสิฉันสืบมาแล้ว เอาน่าเรื่องนี้ฉันจัดการเอง ยังไงก็ขอบใจนะที่เอาเสื้อผ้ามาให้” หญิงสาวยิ้มแป้นอย่างมั่นใจ ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางที่เพื่อนสาวนำมากลับเข้าไปที่ห้องพักของตัวเอง

ช่วงดึกของวัน

“น้ำค่ะพี่แทน” อินทิรายื่นขวดน้ำให้กับแทนไทที่กำลังซ่อมแซมป้ายทางเดินอยู่ เห็นใบหน้าชายหนุ่มมีเหงื่อซึมก็รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองที่พกติดตัวเช็ดไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม ความเอาใจใส่ของหญิงสาวที่มีต่อแทนไทนั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลย

“ขอบใจนะ นี่ก็ดึกแล้วทำไมอินยังไม่นอนพรุ่งนี้มีสอบเช้าไม่ใช่เหรอ”

“พึ่งอ่านหนังสือเสร็จค่ะเลยออกมาเดินยึดเส้นยึดสายสักหน่อย พี่แทนสิทำไมต้องมาทำเรื่องพวกนี้ตอนดึกด้วย”

“พี่นอนไม่หลับน่ะเลยหาเรื่องออกแรงสักหน่อย เหนื่อยแล้วจะได้หลับง่ายไง มีอะไรจะถามพี่หรือเปล่าอินเอาแต่จ้องพี่นานแล้วนะ” ชายหนุ่มเห็นความผิดปกติของอินทิราที่เหมือนมีเรื่องในใจ อินทิราเองเมื่อชายหนุ่มเกริ่นมาแล้วก็ไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป

“พี่แทนชอบคุณโรสมั้ย”

“ทำไมถามพี่แบบนี้ล่ะ พี่จะไปชอบเขาได้ไงพี่พึ่งรู้จักเขาเอง”

“ก็คุณโรสบอกเองว่าชอบพี่แทนเธอบอกด้วยว่าจะตามจีบพี่ คนสวยๆ แบบเธอมีผู้ชายที่ไหนบ้างจะไม่ชอบ”

“ก็พี่นี่แหละที่ไม่ชอบ สวยของพี่กับสวยของคนอื่นคงไม่เหมือนกันมั้ง อีกอย่างต่อให้สวยยังไงถ้านิสัยเสียพี่ก็ไม่เอาด้วยหรอก ถ้าพี่จะชอบใครสักคน คนคนนั้นต้องใจดีน่ารักและเข้าใจพี่ที่สุด แล้วนี่อินยิ้มทำไม”

“อินไม่ได้ยิ้มสักหน่อย งั้นอินไปนอนก่อนนะคะ” หญิงสาวหน้าแดงรีบบอกลาชายหนุ่มก่อนจะวิ่งกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง ท่าทีของหญิงสาวทำแทนไทเอ็นดูนัก คนในอุดมคติของแทนไทนั้นทำให้อินทิราอดคาดหวังไม่ได้ว่าเป็นตัวเอง เพราะคนที่เข้าใจชายหนุ่มได้ดีที่สุดก็คงมีแค่เธอแล้ว

รสสินาหลังจากที่แอบดูทั้งคู่อยู่นานเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างก็เผยตัวเมื่ออินทิรากลับออกไปแล้ว หญิงสาวเผยยิ้มสดใสเอ่ยหยอกไปที่ชายหนุ่ม

“คุณนี่ทำให้ผู้หญิงตกหลุมรักได้ง่ายๆ เลยนะ”

“พูดอะไรไม่เห็นเข้าใจ อย่าลืมล่ะพรุ่งนี้เก็บของออกจากเกสต์เฮาส์ผมด้วย ที่ผมให้คุณอยู่ต่อวันนี้เพราะมันดึกแล้วแค่นั้น”

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ไป ที่คุณพยายามไล่ฉันเพราะกลัวจะตกหลุมรักฉันเข้าใช่มั้ย”

“อย่าคิดเข้าข้างตัวเองเลยคุณ ผมไม่ชอบอะไรได้มาง่ายๆ หรอก”

“ฉันก็ไม่ได้ไปง่ายกับใครสักหน่อยก็ง่ายแค่กับคุณ คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าพวกเราอาจจะเป็นพรหมลิขิตของกันและกัน มันจะบังเอิญได้ไงว่าคนที่ฉันหวั่นไหวให้ทั้งตอนที่เมาไม่ได้สติกับตอนที่มีสติครบถ้วนจะเป็นแค่คุณ”

“งั้นเรามาคุยกันให้รู้เรื่องไปเลย คุณรสสินา…ผมไม่ชอบคุณไม่มีทางชอบด้วย สเปคของผมไม่ใช่ผู้หญิงแบบคุณ ถ้าผมจะชอบใครสักคนผมจะเข้าหาเองไม่ต้องให้ใครมาเสนอตัวถึงที่ คุณเองก็น่าจะรู้คำตอบเพราะถ้าผมหวั่นไหวกับคุณจริงๆ ผมคงตอบรับคุณตั้งแต่เจอกันที่ผับแล้ว ผมยอมรับว่าคุณสวยมากแต่คนอย่างผมไม่ได้เลือกคบใครเพียงแค่ว่าสวย เพราะฉะนั้นคุณอย่าเอาความมั่นใจของคุณมาตัดสินว่าผู้ชายบนโลกนี้ต้องชอบคุณทุกคน”

“คุณนี่ปากจัดจริงๆ ฉันก็ไม่ได้สนใจผู้ชายทุกคนบนโลกนี้สักหน่อยฉันสนใจแค่คุณ ถ้าคุณมั่นใจว่าตัวเองจะไม่หวั่นไหวให้ฉันงั้นก็ให้ฉันอยู่ที่นี่ต่อสิ คุณก็มองฉันเป็นลูกค้าคนหนึ่งก็ได้นี่ ต่อให้ฉันจะอ่อยจะยั่วคุณยังไงถ้าคุณไม่เล่นด้วยฉันจะทำอะไรคุณได้ ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันคงไม่มีแรงปล้ำผู้ชายตัวโตอย่างคุณได้หรอกมั้ง”

“นี่คุณ!” ชายหนุ่มพูดไม่ออก ความดื้อรั้นของรสสินาทำแทนไทมีแต่จะหงุดหงิด ชายหนุ่มไม่เคยพบเคยเจอหญิงสาวที่เอาแต่ใจเช่นนี้ขืนโต้เถียงต่อคงไม่จบไม่สิ้นกันแน่

แทนไทเดินหนีจากรสสินาเข้ามาที่เกสต์เฮาส์ก็เจอบังอรยืนยิ้มให้อยู่ พอเห็นหน้าผู้เป็นแม่อารมณ์ที่เคืองขุ่นเมื่อสักครู่ก็คลายลง

“ดึกแล้วนะทำไมแม่ยังไม่นอนอีก”

“คนแก่ก็อย่างนี้แหละหลับๆ ตื่นๆ ว่าแต่เมื่อกี๊แทนคุยอะไรกับคุณรสเหรอ”

“อย่าไปพูดถึงเธอเลยครับเสียอารมณ์เปล่าๆ”

“ครั้งแรกเลยนะที่แม่เห็นแทนหงุดหงิดขนาดนี้ คุณรสไปทำอะไรให้แทนโกรธล่ะ”

“ก็… ผมไม่พูดดีกว่าพูดไปเดี๋ยวแม่จะช็อกเอา แต่บอกเลยว่าความคิดผู้หญิงคนนี้น่ากลัวมาก”

“แม่ว่าเธอก็น่ารักดีออก ตอนแทนออกไปข้างนอกเธอก็มาคุยอยู่เป็นเพื่อนแม่ตั้งนาน แถมยังบอกว่าชอบแทนจะจีบแทนด้วย”

“เธอบอกแม่ตรงๆ แบบนั้นเลยเหรอครับ สงสัยแทนต้องบอกว่ามีแฟนเธอจะได้เลิกตอแย”

“ไม่น่าจะทันแล้วล่ะเพราะแม่บอกคุณรสไปแล้วว่าแทนยังไม่มีแฟน แทนเองก็อย่าหงุดหงิดให้มากเลยผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวจะไปตั้งแง่อะไรเยอะแยะ คุณรสเองก็เป็นลูกค้าเรานะถ้าเธออยากอยู่ต่อก็ให้อยู่เถอะ…แม่ไปนอนละ” บังอรลูบแขนผู้เป็นลูกชายเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปที่ห้องของตัวเอง แทนไทเองเมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยมาขนาดนี้ก็คงต้องปล่อยผ่านเรื่องของรสสินาไป ต่อไปก็แค่ดูแลบริการให้หญิงสาวเหมือนกับลูกค้าคนหนึ่งก็พอ

รสสินาหลังแยกจากแทนไทก็อยู่รับบรรยากาศที่สวนเกสต์เฮาส์ต่อ ระหว่างที่ดื่มด่ำกับบรรยากาศผ่อนคลายอยู่นั้นก็มีสายจากนรีรัตน์โทรเข้ามา หญิงสาวเบะปากถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะกดรับ

“เมื่อไหร่จะกลับบ้าน ถ้าพรุ่งนี้ฉันยังไม่เห็นแกที่บ้านอีกงั้นก็เตรียมแต่งงานกับปวิชเร็วๆ นี้ได้เลย” ปลายสายที่ไม่สบอารมณ์เอ่ยบังคับผู้เป็นลูกสาว น้ำเสียงดุดันของผู้เป็นแม่ทำรสสินาหวั่นใจขึ้นมาในทันที

“โอเคค่ะเดี๋ยวพรุ่งนี้รสกลับ” หญิงสาวรีบตอบรับก่อนจะวางสาย ดูเหมือนว่าเธอต้องเผชิญกับความยุ่งยากที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป