บทที่ 4 ตอนที่4
วันต่อมา ห้างสรรพสินค้า
พิมพ์ดาวที่เดินคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีเด็กชายคนหนึ่งวิ่งตรงมาที่เธอด้วยความเร็ว ถ้าไม่ได้พฤกษ์คว้าตัวออกมาได้ทันคงได้ถูกเด็กชายคนดังกล่าวชนเข้าให้แล้ว
“พิมพ์ไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ย”
“ไม่ค่ะดีที่พี่พฤกษ์ช่วยได้ทัน แล้วพี่พฤกษ์มาทำอะไรแถวนี้คะ”
“พี่นัดเพื่อนมาคุยงานที่นี่ แล้วนี่พิมพ์มากับคุณธีเหรอ”
“ค่ะ พูดถึงก็มาพอดีเลย”
ธีระที่พึ่งมาถึงเห็นพฤกษ์ประคองแขนพิมพ์ดาวไม่ยอมปล่อยก็รีบเข้ามาคว้าเอวแฟนสาวเข้ามาซบ สายตาก็จ้องไปที่พฤกษ์อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“ขอบคุณครับที่ช่วยแฟนผม พิมพ์ไปกันเถอะพี่หิวแล้ว”
“งั้นไว้เจอกันนะคะพี่พฤกษ์ อ้อ…ไม่ต้องห่วงรสนะคะรสสบายดี” หญิงสาวหันมาแจ้งต่อชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะถูกธีระพาเดินออกไป สายตาที่พฤกษ์มองตามพิมพ์ดาวนั้นมีแต่ความอาวรณ์ ชายหนุ่มอิจฉาธีระนักที่ได้ครอบครองหัวใจของหญิงสาว
พิมพ์ดาวมองไปยังแฟนหนุ่มที่เอาแต่หน้าหงิกงอเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ ธีระพอเห็นแฟนสาวเอาแต่ยิ้มก็ยิ่งแต่จะหงุดหงิด ดูเหมือนว่าพิมพ์ดาวจะชอบใจนักเชียวเวลาที่เขานั้นหึงหวง
“เลิกหน้างอได้แล้ว ถ้าพี่พฤกษ์ไม่ช่วยป่านนี้พิมพ์คงล้มไปแล้ว”
“ก็พี่หงุดหงิดนี่ทุกครั้งที่พิมพ์เจอปัญหาทำไมต้องเป็นเขาทุกทีที่เข้ามาช่วย ถ้าเขาไม่ได้ชอบพิมพ์พี่ก็คงไม่คิดมาก อีกอย่างเขาทั้งรวยทั้งหล่อแถมยังเป็นพี่ชายเพื่อนสนิทพิมพ์อีก มองยังไงพี่ก็แพ้เขาทุกทาง”
“แต่คนที่พิมพ์รักคือพี่ธีแค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ พี่พฤกษ์เองก็ให้เกียรติพิมพ์มากด้วยอย่าคิดมากสิ”
“ก็เพราะพี่รู้นั่นแหละว่าคุณพฤกษ์เป็นคนดีพี่เลยกลัวไง คนอะไรจะสมบูรณ์แบบซะทุกอย่าง ถ้าเขามีแฟนพี่คงเบาใจได้มากกว่านี้”
“มั่นใจในตัวพิมพ์หน่อยสิ ถ้าพิมพ์จะชอบพี่พฤกษ์พิมพ์คงชอบไปนานแล้ว เราสองคนเป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่าก็เหมือนกับรสนั่นแหละ”
“งั้นพี่จะทำงานให้หนักขึ้นจะได้เก็บเงินขอพิมพ์แต่งงานเร็วๆ พี่ไม่อยากรอแล้ว…พี่กลัวคนอื่นแย่งพิมพ์ไปก่อน”
"งั้นแต่งพรุ่งนี้เลยมั้ย แต่งก่อนค่อยหาเงินก็ได้”
“อย่าท้านะเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ยกขันหมากไปขอพิมพ์ขึ้นมาจริงๆ ทำไง”
“ถ้าทำได้ก็ดีนะสิ” หญิงสาวยิ้มร่าชอบใจ เอาจริงเธอเองก็อยากสร้างครอบครัวกับแฟนหนุ่มมานานแล้ว ถ้านับกันตามตรงก็เข้าปีที่7แล้วที่ทั้งสองคบหาดูใจกันเลยไม่แปลกที่จะคิดถึงเรื่องแต่งงาน
บ้านฤดีรัตน์ ช่วงบ่ายของวัน
รสสินากลับมาที่บ้านก็เห็นปวิชกำลังนั่งพูดคุยกับนรีรัตน์ หญิงสาวคาดไว้อยู่แล้วที่แม่ของเธอรบเร้าให้เธอกลับบ้านนั้นก็คงมีแผนอยู่ในใจ
“มาแล้วเหรอรสรู้มั้ยพี่เขามารอรสตั้งนานแล้ว ไม่ได้เจอกันนานคงมีเรื่องคุยเยอะเลยสินะ งั้นหนุ่มสาวก็คุยกันไปก่อนนะเดี๋ยวแม่ไปสั่งงานแม่บ้านก่อน” นรีรัตน์เปิดโอกาสให้ทั้งสองใกล้ชิดกัน
เธอหวังว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นจะสนิทกันมากขึ้น
รสสินาเองทันทีที่ผู้เป็นแม่เดินออกไปสีหน้าที่ฝืนยิ้มก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง หญิงสาวเดินมาไปนั่งโซฟาอีกตัวมองไปที่ปวิชอย่างเบื่อหน่าย
“คุณไม่ได้บอกแม่ฉันใช่มั้ยวันก่อนที่คุณพยายามจะลวนลามฉันน่ะ”
“ดูพูดเข้าสิพี่ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นสักหน่อย รสมองพี่ในแง่ร้ายไปมั้ย”
“เลิกแสดงเถอะมันปลอม ฉันไม่รู้และไม่สนด้วยว่าแม่ฉันรับปากอะไรคุณไว้แต่บอกไว้เลยว่าฉันไม่เห็นด้วย อีกอย่างฉันก็มีคนที่ชอบแล้วเรื่องแต่งงานของเราคุณล้มเลิกความคิดไปได้เลย”
“แต่พี่ว่าเรื่องนี้คนที่ตัดสินใจไม่ใช่รสนะ อีกอย่างถ้าพี่อยากได้อะไรแล้วพี่ก็ต้องได้ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เชื่อรสก็รอดูได้เลย” ชายหนุ่มแววตาดุดันแสยะยิ้มด้วยความมั่นใจ แค่มีนรีรัตน์ถือหางเขาไว้เรื่องรสสินาก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา ชายหนุ่มรู้ดีว่านรีรัตน์ให้ความสำคัญกับฐานะและหน้าตาทางสังคมมากแค่ไหน
“อย่ามั่นใจไปเพราะคุณก็ไม่รู้หรอกว่าฉันทำอะไรได้บ้าง ขอตัวนะ…รำคาญ!” หญิงสาวทิ้งท้ายเย้ยหยันก่อนจะลุกจากโซฟาเดินขึ้นบันไดไป ท่าทีหยิ่งผยองของเธอกลับทำให้ปวิชถูกใจนัก อะไรที่ได้มายากๆ นี่แหละที่ทำให้เขาชอบ
อุ่นไอรักเกสต์เฮาส์
“กลับมาแล้วเหรอสอบเป็นไงบ้าง” แทนไทเอ่ยทักอินทิราที่พึ่งกลับมาถึง แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าหญิงสาวนั้นทำได้ดีก็ตาม
“ระดับอินทิราซะอย่างเรื่องสอบไว้ใจได้ สอบครั้งนี้อินคว้าคะแนนเต็มมาให้พี่แทนได้แน่นอน” หญิงสาวยกยอตัวเอง ความสดใสของเธอนั้นทำแทนไทเอ็นดูเป็นอย่างมาก
“หวังเต็มเลยเหรอเอาแค่ให้ผ่านก่อนมั้ย”
“ผ่านอยู่แล้วค่ะ ว่าแต่คุณรสกลับไปแล้วเหรอคะอินไม่เห็นรถของเธอจอดอยู่”
“เห็นว่ากลับไปนอนบ้านมั้งพรุ่งนี้ก็คงกลับมา”
“ก็แปลว่าเธอมีบ้านอยู่ใกล้ๆ แล้วทำไมต้องมานอนเกสต์เฮาส์ด้วยล่ะ”
“สงสัยคงเป็นลูกคุณหนูออกมาหาประสบการณ์ชีวิตมั้ง คนมีเงินทำอะไรก็ได้หมดแหละ”
“คุณรสรวยมากเลยเหรอคะ”
“ก็น่าจะมากอยู่ดูรถที่ขับสิ”
“จริงด้วยทั้งตัวก็มีแต่แบรนด์เนมทั้งนั้นดูยังไงก็อยู่คนละโลกกับเราเลย คนรวยพวกนี้เขาไม่มาจริงจังกับคนแบบพวกเราหรอกค่ะ” หญิงสาวมองไปที่แทนไทเพื่อหยั่งเชิง คำพูดของเธอนั้นเหมือนเตือนแทนไทให้รู้ถึงสถานะของตัวเอง เอาจริงก็เป็นความเห็นแก่ตัวของเธอนั่นแหละ เธอเองก็ไม่วางใจกลัวแทนไทจะตกหลุมรักรสนาเข้าให้ในสักวัน
“อย่าพูดถึงคนอื่นเลย เดี๋ยวพี่จะออกไปหาก้องดึกๆ คงกลับอินไม่ต้องรอพี่นะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับมองตามชายหนุ่มที่พึ่งเดินจากไป การปรากฏตัวของรสสินาทำอินทิราหวั่นใจอยู่มาก เธอเองที่แอบชอบแทนไทมานานรับไม่ได้ถ้าชายหนุ่มจะไปชอบผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ
ช่วงค่ำของวัน Slow Time คาเฟ่
“นายพาฉันมาที่นี่ทำไม” แทนไทถามก้องเกียรติเพื่อนชายคนสนิทที่ลากตัวเขามายังคาเฟ่แห่งหนึ่ง
“พานายมาดูสาว วันก่อนฉันมาที่นี่เจอสาวคนหนึ่งเป็นเพื่อนกับเจ้าของคาเฟ่นี้สวยมากสเปคเลยเพื่อน ฉันมั่นใจว่าวันนี้เธอต้องมาอีกแน่”
“จะจีบสาวแล้วลากฉันมาด้วยทำไม”
“ก็เอานายมาไว้แก้เขินนะสิ โน่นไงเธอมาแล้ว” ก้องเกียรติตบไปที่ไหล่เพื่อนหนุ่มด้วยความตื่นเต้น แทนไทหันมองตามสายตาหวานเยิ้มของเพื่อนชายก็ตกใจเมื่อเห็นรสสินากับพิมพ์ดาวกำลังเดินเข้ามาในคาเฟ่พร้อมกัน
“อะไรวะเนี่ย!” ชายหนุ่มสบถออกมาไม่อยากจะเชื่อ คนเราจะเจอเรื่องบังเอิญซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ได้ยังไงกัน กว่าจะรู้ตัวเตรียมเดินหลบไปก็ถูกรสสินาพบเข้าให้จนได้ หญิงสาวเมื่อเห็นแทนไทก็ไม่ลังเลที่จะเข้ามาทัก
“คุณแทน…ทำไมคุณมาอยู่นี่”
“นี่นายรู้จักคุณเธอด้วยเหรอ” ก้องเกียรติกระซิบถามเพื่อนชายที่เอาแต่ยืนอึกอัก
“อย่าบอกนะว่าคนที่นายชอบคือเธอ”
“ใช่…สวยใช่มั้ยล่ะ” คำตอบของเพื่อนชายทำแทนไทถอดใจในทันที รสสินาเองเห็นสองหนุ่มเอาแต่กระซิบกระซาบกันก็เอ่ยสวนขึ้นมา
“คุยเบาขนาดนี้นินทาฉันอยู่ใช่มั้ย”
“เปล่าครับ ผมแค่จะถามแทนว่ารู้จักคุณด้วยเหรอ” ก้องเกียรติรีบอธิบาย
“รู้จักสิคะเพราะฉันกำลังตามจีบคุณแทนอยู่” หญิงสาวเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา คำตอบของเธอทำก้องเกียรติหันมาค้อนให้เพื่อนชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที
“นายอย่ามองฉันแบบนี้สิฉันไม่ได้ชอบเธอสักหน่อย จริงๆ นะ”
"ไอ้คนหักหลัง ไอ้คนนิสัยไม่ดี!” ก้องเกียรติตัดพ้อไปที่แทนไทด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินออกจากคาเฟ่ไป พอชายหนุ่มจะตามออกไปก็ถูกรสสินารั้งเอาไว้
“คุณอย่าพึ่งกลับสิไหนๆ ก็มาแล้วอยู่คุยกันก่อน ผู้ชายคนนั้นเขาเป็นเพื่อนคุณเหรอแล้วเขาเป็นอะไรทำไมต้องโกรธคุณด้วย”
“เพราะคุณไง?”
“ฉัน? ฉันไปเกี่ยวกับเพื่อนคุณยังไง”
“เพื่อนผมชอบคุณ และที่มาที่นี่ก็เพื่อมาดักเจอคุณ แต่คุณนะสิพูดไปได้ไงว่าชอบผมแบบนี้เพื่อนผมก็โกรธนะสิ”
“แล้วฉันจะรู้มั้ยล่ะว่าเพื่อนคุณชอบฉัน แต่ก็เข้าใจได้แหละฉันสวยนี่เนาะก็ไม่แปลกที่มีคนมาชอบ ว่าแต่ฉันไม่รู้จักเพื่อนคุณเลยนะแล้วเขามาชอบฉันได้ไง”
“นั่นสินะผมก็ไม่รู้จักคุณเหมือนกัน คุณว่าเหตุการณ์นี้คุ้นๆ มั้ย” ชายหนุ่มย้อนถามกลับบ้าง เพราะเรื่องนี้รสสินาน่าจะเข้าใจดีที่สุด
“คุ้นอะไรไม่เห็นคุ้นสักนิดเลย ว่าแต่ฉันคงไม่ทำให้ความเป็นเพื่อนของพวกคุณต้องแตกหักหรอกนะ”
“ผมเกลียดความมั่นหน้าของคุณมากบอกตรงๆ ผมกับเพื่อนไม่เลิกคบกันเพราะเรื่องผู้หญิงหรอก โดยเฉพาะผู้หญิงติ๊งต๊องแบบคุณ!”
ระหว่างนั้นพิมพ์ดาวก็สังเกตการณ์อยู่ตลอด เพื่อช่วยเพื่อนสาวให้ได้ใกล้ชิดแทนไทเธอจึงตรงเข้าไปผลักรสสินาเต็มแรงมือ รสสินาที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ปรี่เข้าประชิดตัวแทนไทในทันที ด้วยความตกใจกลัวตัวเองจะล้มเลยคว้าคอชายหนุ่มไว้ รู้ตัวอีกทีริมฝีปากของทั้งคู่ก็ประกบกันแล้ว
