บทที่ 5 ตอนที่5

แทนไทและรสสินายังคงงุนงงยืนทื่อทำอะไรไม่ถูกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พอตั้งสติกลับมาได้ชายหนุ่มก็เป็นคนเริ่มผลักหญิงสาวออกห่างก่อน แต่ด้วยน้ำหนักมือที่แรงเกินไปเลยทำให้ร่างอ้อนแอ้นของรสสินาเกือบจะหงายหลังล้ม ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็รีบคว้าตัวหญิงสาวกลับเข้ามาในอ้อมแขนและนั่นทำให้ทั้งคู่ต้องจุมพิตกันโดยไม่ได้ตั้งใจอีกครั้ง

“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคุณเองที่ดึงฉันเข้าไปจูบ” รสสินารีบผละตัวออกจากอ้อมอกแทนไทอธิบายด้วยท่าทีเคอะเขิน ถึงที่ผ่านมาเธอจะเข้าหาชายหนุ่มมาตลอดแต่ก็ไม่เคยคาดหวังถึงเรื่องจูบเร็วขนาดนี้

“ผมไม่ได้อยากจูบแค่ช่วยคุณต่างหาก ถ้ารู้แบบนี้ปล่อยให้คุณล้มไปก็ดี” ชายหนุ่มโต้กลับ มือใหญ่ก็เช็ดไปที่ริมฝีปากตัวเองด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินออกจากคาเฟ่ไป

พิมพ์ดาวหลังจากแทนไทออกไปก็รีบเข้ามาหาเพื่อนสาวที่เอาแต่ยืนยิ้ม เห็นท่าทีเขินอายของรสสินาก็อดหยอกเย้าไม่ได้

“ยิ้มหวานเลยนะชอบเหรอที่โดนจูบน่ะ”

“ก็ไม่รู้สิแต่รู้สึกดียังไงไม่รู้ ไม่ต้องมาพูดเลยเมื่อกี๊เธอตั้งใจผลักฉันไปหาเขาใช่มั้ย”

“ฉันก็แค่อยากให้เธอกับเขาใกล้ชิดกัน แต่คงออกแรงเยอะไปหน่อยมั้งผลที่ได้เลยเกินคาดไปหน่อย ว่าแต่ปากคุณแทนนิ่มมากมั้ย ดูเธอสิเขินจนหน้าแดงไปหมดแล้ว”

“ไม่ต้องแซวเลย แล้วนี่คาเฟ่เธอไม่เปิดแอร์หรือไงทำไมร้อนขนาดนี้” หญิงสาวค้อนให้กับเพื่อนรักก่อนจะเดินไปนั่งมุมประจำส่วนตัว จนถึงตอนนี้เธอก็ยังสัมผัสได้ถึงริมฝีปากอุ่นๆ ของแทนไทอยู่ ดูเหมือนเธอจะตกหลุมรักชายหนุ่มเข้าให้แล้วจริงๆ

อุ่นไอรักเกสต์เฮาส์

แทนไทกลับมาถึงเกสต์เฮาส์เอาแต่ฟุ้งซ่านเรื่องที่จูบกับรสสินา ถึงแม้จะเป็นจูบที่ไม่ได้ตั้งใจแต่สัมผัสละมุนนั้นยังคงรู้สึกได้จนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มลูบริมฝีปากไปมาด้วยความสับสนก่อนจะคลายมือลงเมื่อเห็นก้องเกียรติยืนมองค้อนให้อยู่

ก้องเกียรติเองก็ไม่เคยคิดจะโกรธแทนไทเลยสักนิด ท่าทีที่แสดงออกว่าขุ่นเคืองก่อนหน้านั้นก็แค่อารมณ์ผิดหวังชั่วครู่เท่านั้น แต่สำหรับเขาแล้วเรื่องมิตรภาพนั้นสำคัญยิ่งกว่า แทนไทเล่าเรื่องเกี่ยวกับรสสินาให้ก้องเกียรติฟังทั้งหมดรวมถึงที่หญิงสาวมาพักอยู่ที่เกสต์เฮาส์ ก้องเกียรติเองถึงจะมีหุ้นอยู่ที่เกสต์เฮาส์แต่ก็ไม่ค่อยได้เข้ามาที่เกสต์เฮาส์บ่อยเลยไม่ได้รับรู้เรื่องของรสสินาเท่าไหร่

“ทำไงได้ฉันไม่หล่อไม่ล่ำเหมือนนายนี่ที่จะทำให้ผู้หญิงสนใจ ทำไมใครๆ ก็เอาแต่ชอบนายด้วย ฉันล่ะอิจฉานายจริงๆ”

“นายก็พูดเวอร์ไปไม่เห็นว่าจะมีใครชอบฉันสักคน รสสินานั่นก็คงไม่ได้ชอบฉันจริงๆ หรอก”

“แล้วถ้าเธอชอบนายจริงๆ ล่ะนายจะชอบเธอมั้ย ถึงขนาดตามนายมาอยู่ที่เกสต์เฮาส์ฉันว่าเธอเอาจริงนะ”

“ไม่ชอบ! คนแข็งกระด้างแบบนั้นฉันชอบไม่ลงหรอก”

“งั้นคนที่นายชอบก็คงเป็นอินสินะ ผู้หญิงที่น่ารักเอาใจเก่งอย่างอินไม่แปลกที่นายจะชอบ”

“พูดบ้าอะไรของนายฉันกับอินไม่ได้ชอบกันสักหน่อย อย่าพูดให้ใครได้ยินล่ะเดี๋ยวอินจะเสียหาย แล้วมองฉันแบบนี้ทำไม?” ชายหนุ่มรีบโต้แย้ง พอเห็นสีหน้าเหนื่อยหน่ายของเพื่อนชายที่มองมาก็อดเคลือบแคลงไม่ได้

“แบบนี้สินะที่เรียกว่าใกล้กันจนดูแคลน นี่นายไม่รู้ตัวเหรอว่าอินชอบนาย”

“อินเนี่ยนะชอบฉัน คิดมากไปหรือเปล่า”

“ถ้านายไม่เชื่อลองไปถามอินดูตอนนี้เลยสิฉันเชื่อว่าอินจะบอกนายตรงๆ ขนาดป้าอรยังรู้เลยว่าอินชอบนาย ทำหน้าเอ๋อแบบนี้แปลว่านายไม่ได้ชอบอินสินะ”

“ฉันไม่เคยมองอินเป็นอย่างอื่นเลยนอกจากน้องสาว ฉันยอมรับว่าอินน่ารักเอาใจเก่งแถมยังเข้าใจฉันทุกอย่าง อาจจะเพราะอินยังเด็กอยู่มั้งฉันเลยไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากความเอ็นดู”

“ไม่เด็กแล้วมั้งอีกไม่กี่เดือนอินก็เรียนจบแล้วนี่ งั้นเริ่มจากวันนี้นายก็ควรมองอินใหม่ได้แล้ว มองให้เป็นผู้หญิงอย่ามองให้เป็นน้องสาว”

“ที่พูดแบบนี้กะจะตัดคู่แข่งใช่มั้ย นายกลัวว่าฉันจะชอบรสสินาก็เลยตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อตัวเองจะได้ตามจีบรสสินาได้เต็มที่ว่างั้น”

“ไม่ใช่สักหน่อยก็นายบอกเองว่านายกับรสสินาไม่เหมาะกันฉันก็เลยหาคนที่เหมาะสมกับนายให้ไง และคนนั้นก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากอิน หรือจริงๆ แล้วนายเองก็กั๊กรสสินาไว้ เพราะนายก็ไม่มั่นใจในตัวเองกลัวว่าสักวันจะตกหลุมรักเธอขึ้นมา สวยๆ แบบเธอผู้ชายที่ไหนจะไม่หวั่นไหวบ้างจริงมั้ย”

“ไม่ใช่ฉันแล้วหนึ่ง เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ววันนี้นายจะนอนที่เกสต์เฮาส์มั้ย”

“คงไม่ วันนี้ว่าจะออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนต่อน่ะ”

สองเพื่อนซี้อยู่พูดคุยกันสักพักก่อนจะแยกย้าย แทนไทยังคงติดใจกับคำพูดของก้องเกียรติที่บอกเรื่องอินทิราชอบเขา ชายหนุ่มเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้องหญิงสาวตั้งใจจะถามออกไปตรงๆ แต่ครุ่นคิดอีกทีก็ไม่อยากรู้แล้วเพราะความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ดีมาก พอจะเดินจากไปอินทิราก็เปิดประตูห้องออกมาพอดี

“พี่แทนมาทำอะไรหน้าห้องอินคะ”

“พี่แค่จะมาดูว่าอินหลับหรือยัง”

“แต่นี่พึ่ง6โมงเย็นเองนะ” หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้น

“พี่เห็นว่าข้างนอกมืดแล้วก็คิดว่าดึกแล้วซะอีก งั้นพี่ไม่รบกวนอินแล้วอินพักผ่อนเถอะ”

“เดี๋ยวสิคะ” หญิงสาวคว้ามือชายหนุ่มรั้งเอาไว้ สายตาของอินทิราที่มองแทนไทตอนนี้ช่างเว้าวอนนัก และเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มเองก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว

“อินยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย พี่แทนพาอินไปกินข้าวข้างนอกหน่อยได้มั้ย กินข้าวเสร็จก็ไปดูหนังต่อ” หญิงสาวมองไปที่แทนไทด้วยความคาดหวัง พอชายหนุ่มพยักหน้าเผยยิ้มอ่อนตอบตกลงก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

แทนไทเองก็นานแล้วที่ไม่ได้พาอินทิราออกไปกินข้าวดูหนัง งั้นก็ใช้โอกาสนี้พาหญิงสาวออกไปผ่อนคลายสักหน่อย ถือซะว่าให้รางวัลกับหญิงสาวที่ช่วยงานที่เกสต์เฮาส์ได้เป็นอย่างดี

บ้านฤดีรัตน์

รสสินาตรงมาหาผู้เป็นแม่ที่กำลังเพลิดเพลินพูดคุยกับพฤกษ์ผู้เป็นพี่ชาย วันนี้เธออยากจะคุยตกลงกับนรีรัตน์ให้เข้าใจเรื่องแต่งงาน เพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางตอบตกลงแต่งงานกับปวิชอย่างแน่นอน

“เรื่องแต่งงานระหว่างรสกับคุณปวิชแม่ยกเลิกไปเถอะค่ะ ยังไงรสก็ไม่แต่งเพราะรสมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”

“หมายถึงผู้ชายสกอตแลนด์คนนั้นเหรอ” ผู้เป็นแม่ถามกลับ สมัยที่รสสินาอยู่สกอตแลนด์เธอก็เคยได้ยินมาบ้างว่าผู้เป็นลูกสาวคบหากับหนุ่มสกอตแลนด์อยู่

“ไม่ใช่ค่ะรสกับสตีฟเราเป็นแค่เพื่อนกัน”

“ถ้าไม่ใช่สตีฟแล้วใครล่ะ แม่ก็ไม่เคยได้ยินว่ารสจะมีแฟนสักที ถามพิมพ์ก็เห็นพิมพ์บอกว่ารสไม่มีแฟน”

“ก็กำลังคุยๆ กันอยู่ค่ะ”

“งั้นบอกแม่มาว่าเขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทำธุรกิจอะไร หรือไม่ก็พาเขามาเจอแม่กับพ่อหน่อยสิ”

“พึ่งคุยๆ กันเองจะพามาเจอพ่อแม่ก็ยังไงอยู่ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะยังไงรสจะพาเขามาเจอพ่อกับแม่และก็พี่พฤกษ์แน่นอน งั้นเรื่องแต่งงานรสกับคุณปวิชก็ยกเลิกไปนะคะ”

“เรื่องนี้ค่อยว่ากันอีกทีแม่ก็ไม่ได้บังคับให้แต่งเร็วๆ นี้สักหน่อย เอาเป็นว่าแม่จะไม่ห้ามว่ารสจะชอบใคร ส่วนปวิชก็ให้เป็นตัวเลือกหนึ่งของรสแล้วกัน สุดท้ายรสจะเลือกใครแม่ก็จะไม่ว่า”

“แม่พูดจริงๆ นะ” หญิงสาวตาโตทำทีตื่นเต้นเมื่อผู้เป็นแม่พยักหน้ารับ เธอเข้าไปหอมแก้มผู้เป็นแม่ฟอดใหญ่ก่อนจะกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง

พฤกษ์ที่นั่งอยู่เงียบๆ มองไปยังนรีรัตน์ด้วยความเคลือบแคลง ชายหนุ่มใช้จังหวะที่รสสินากลับเข้าห้องถามผู้เป็นแม่อย่างตรงไปตรงมา

“แม่พูดจริงเหรอครับที่จะให้รสเลือกคู่ชีวิตตัวเอง”

“ถ้าแม่ไม่พูดแบบนี้พฤกษ์คิดว่ายัยรสจะยอมมั้ยล่ะ แม่แค่ไม่อยากให้ยัยรสต่อต้านเลยจำเป็นต้องตามน้ำไปก่อน พฤกษ์ก็รู้นี่ว่ายัยรสเป็นยังไง น้องสาวเราน่ะยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ส่วนเรื่องแต่งงานกับปวิชแม่มีวิธีจัดการของแม่เอง”

“ตกลงแม่ก็ยังบังคับรสอยู่ดี”

“นี่พฤกษ์เชื่อเหรอว่ายัยรสมีคนที่ชอบจริงๆ หลายปีที่ผ่านมาแม่ก็ไม่เห็นว่ายัยรสจะชอบใครสักคน ที่ยัยรสพูดแบบนั้นก็แค่จะเลี่ยงเรื่องแต่งงานนั่นแหละ”

“แล้วถ้ารสมีคนที่ชอบจริงๆ ล่ะครับ”

“งั้นผู้ชายคนนั้นก็ต้องเป็นลูกหลานนักธุรกิจใหญ่สักคนเพราะถ้าไม่ใช่แม่ก็จะไม่ยอมรับ แค่ความรักอย่างเดียวมันไม่ทำให้อิ่มท้องหรอกนะ กว่าแม่จะมาถึงจุดนี้ได้แม่รู้ดีที่สุด อย่าโกรธที่แม่เด็ดขาดเรื่องคู่ชีวิตของลูกๆ เลยนะ ที่แม่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อรสกับพฤกษ์ทั้งนั้น”

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเมื่อรับรู้ความต้องการที่แท้จริงของผู้เป็นแม่ ดูท่าว่ารสสินาจะเจอเรื่องยากลำบากเสียแล้ว ชายหนุ่มเองก็ไม่อยากให้ผู้เป็นน้องสาวต้องเจ็บปวดกับเรื่องพวกนี้คงต้องหาวิธีช่วยเหลือ ปลายทางจะเป็นยังไงค่อยว่ากันอีกที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป