บทที่ 6 ตอนที่6
อุ่นไอรักเกสต์เฮาส์ 1 เดือนต่อมา
เสียงกระเส่าแห่งความสุขของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังเริงรักอย่างเร่าร้อนอยู่บนเตียงช่างชวนพิศวาสนัก มือใหญ่ของชายหนุ่มคลึงไปที่เนินหน้าอกตึงของหญิงสาวอย่างช่ำชองพร้อมกับแลกลิ้นอุ่นๆ ในปากอวบอิ่มของเธอนั้นอย่างดุดัน ร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองแนบชิดแทบจะกลืนกินเป็นร่างเดียว เสียงครางแห่งความสุขไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง
ผ่านไปสักพักกิจธุระบนเตียงนอนอันเร่าร้อนของชายหญิงก็สิ้นสุดลง เมื่อแทนไทสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ฝันสวาทครั้งนี้ทำชายหนุ่มใจเต้นแรงร้อนรุ่มไปทั้งตัว แถมในฝันผู้หญิงที่เขาร่วมรักอย่างเร่าร้อนนั้นกลับเป็นรสสินาอีกด้วย จะเป็นไปได้ไงที่จะฝันถึงรสสินาในเรื่องเช่นนี้
“เป็นเอามากถึงกับฝันเปียกเนี่ยนะ แค่โดนจูบเองนายเก็บเอาไปฝันเลยเหรอแทนไท” ชายหนุ่มตำหนิตัวเองพร้อมก้มลงมองที่เป้ากางเกงที่เปื้อนไปด้วยหลักฐานกามารมณ์ เพราะวันนี้หลังจากที่จูบกับรสสินาโดยไม่ตั้งใจก็ทำชายหนุ่มว้าวุ่นฟุ้งซ่านไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่ก็ไม่คิดว่าถึงขั้นจะเอาไปจินตนาการในฝันต่อได้
แทนไทสลัดความฟุ้งซ่านในหัวออกมองไปยังนาฬิกาที่ตั้งอยู่หัวเตียง ขณะนี้เป็นเวลาตีห้ากว่าแล้วเขาเองก็ควรที่จะลุกจากที่นอน ชายหนุ่มที่เปลือยท่อนบนลุกจากเตียงผลัดกางเกงเป็นผ้าขนหนูแทนก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นรสสินายืนยิ้มให้อยู่ที่หน้าประตู พอเห็นใบหน้าของหญิงสาวความเร่าร้อนทุกท่วงท่าในความฝันก็ผุดขึ้นมาในทันที
แทนไทมองไปที่ปากอวบอิ่มของรสสินากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะสลัดความคิดหื่นกามนั้นออกจากหัวแล้วปิดประตูห้องใส่หญิงสาว ท่าทีเลิ่กลั่กของเขานั้นทำรสสินาสับสนเป็นอย่างมาก
“คุณ! ปิดประตูใส่ฉันทำไม?” รสสินาตะโกนถามชายหนุ่มที่อยู่ในห้อง ท่าทีลุกลี้ลุกลนของแทนไทที่เห็นเธอเมื่อสักครู่ดูมีพิรุธอยู่มาก
“คุณเข้ามาที่นี่ได้ไง ที่นี่เป็นเขตหวงห้ามไม่ได้ให้ลูกค้าเข้ามาสักหน่อย”
“ฉันก็มาหาคุณนะสิ มีเรื่องอยากคุยด้วย”
“งั้นไปรอที่ล็อบบี้เดี๋ยวผมตามออกไป”
“ได้ ว่าแต่…เวลานอนคุณชอบแก้ผ้าเหรอ” หญิงสาวยิ้มหยอกเพราะเมื่อสักครู่เธอก็เห็นสภาพของชายหนุ่มที่นุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวไว้ คำพูดหยอกเย้าของรสสินาทำแทนไทรู้สึกอายเป็นอย่างมาก ถ้าหญิงสาวรู้ว่าชายหนุ่มฝันว่าได้ร่วมรักกับเธอนั้นไม่รู้ยังจะยังยิ้มระรื่นล้อเล่นแบบนี้อยู่อีกหรือไม่
ไม่นานหลังจากทำกิจธุระส่วนตัวเสร็จแทนไทก็ออกไปหารสสินาที่ล็อบบี้ตามที่ได้บอกไว้ พอมาถึงเห็นหญิงสาวนั่งรออยู่ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สลัดความฟุ้งซ่านทั้งหมดออกไป ยังไงเรื่องในฝันก็เป็นแค่ความฝันไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อยไม่เห็นจะต้องคิดให้มันมากเลย
“กาแฟดำค่ะ” รสสินายื่นถ้วยกาแฟให้กับชายหนุ่มทันทีที่มาถึง
“ขอบใจ รู้ด้วยเหรอว่าผมกินกาแฟดำ”
“รู้สิ เวลาชอบใครสักคนเราก็มักจะสนใจเรื่องของเขาอยู่แล้ว คุณชอบอะไรไม่ชอบอะไรฉันรู้หมดแหละ”
“งั้นคุณก็ต้องรู้นะสิว่าผมไม่ชอบคุณ”
“อันนี้จะบอกว่าคุณไม่ชอบฉันมันก็เร็วเกินไปหน่อยนะ คุณให้เวลาฉันได้จีบคุณก่อนสิ ชอบไม่ชอบเดี๋ยวหัวใจคุณก็ให้คำตอบเองนั่นแหละ”
“ผมถามแบบจริงจังเลยนะเอาแบบซีเรียสเลย คุณชอบผมจริงๆ เหรอ” แทนไทจ้องไปที่ดวงตากลมโตของหญิงสาวอย่างตั้งใจ แต่พอหญิงสาวจ้องกลับมาพร้อมโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กลับรีบหลบสายตาหนี รสสินาไม่ยอมโอนอ่อนง่ายๆ ใช้สองมือกุมแก้มชายหนุ่มให้หันกลับมาสบตาตามเดิม พร้อมกับเผยยิ้มกว้างอย่างพอใจ
“จะหลบตาทำไมถามแล้วก็ต้องรอฟังคำตอบสิ ถ้าคุณถามแบบจริงจังงั้นฉันก็จะตอบแบบจริงจังเหมือนกัน คุณแทนไท…ฉันชอบคุณจริงๆ และก็ชอบมากขึ้นในทุกๆ วัน ตั้งแต่ได้จูบคุณครั้งนั้นฉันก็เอาแต่คิดถึงคุณอยากจูบคุณอีก แต่ทำไมคุณถึงเอาแต่หลบหน้าฉันล่ะ”
“ไม่ได้หลบ คุณไม่รู้หรอกเป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์งานเยอะแค่ไหน วันๆ มีเวลาว่างคุยกับใครที่ไหนล่ะ” ชายหนุ่มรีบอธิบาย แต่เหตุผลจริงที่พยายามหลบหน้าหญิงสาวมาตลอดก็เป็นผลมาจากจูบไม่ตั้งใจในครั้งนั้น หลังจากที่จูบกันพอชายหนุ่มเห็นหญิงสาวทีไรก็เป็นต้องใจเต้นแรงทุกที เพื่อดับความว้าวุ่นของตัวเองเลยจำเป็นต้องเลี่ยงหญิงสาวให้ได้มากที่สุด
“แต่คุณก้องก็เป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์ด้วยนี่ แต่ทำไมวันๆ ฉันไม่เห็นเขาจะทำอะไรเลย”
“คุณจะมาถามอะไรเยอะแยะ”
“อ๋อฉันรู้แล้ว ตั้งแต่โดนฉันจูบวันนั้นคุณก็หลบหน้าฉันตลอดเลยอย่าบอกนะว่าคุณเขิน งั้นมาจูบกันอีกมั้ยต่อไปคุณจะได้ชิน…” ไม่ทันจะได้เอ่ยจบมือใหญ่ของแทนไทก็ปิดปากหญิงสาวเอาไว้ได้ก่อน ชายหนุ่มไม่อยากนึกถึงเรื่องจูบนั้นอีกแล้วเดี๋ยวพาลมานึกถึงฝันสวาทเมื่อคืนอีก ทั้งสองสบตากันอยู่สักครู่ก่อนจะรีบละสายตาออกจากกันเมื่อเสียงทักของอินทิราดังแทรกขึ้นมา
“คุณรสก็อยู่ด้วยเหรอคะ ถ้ารู้ว่าคุณรสอยู่ด้วยอินคงชงกาแฟมาเผื่อให้คุณรสด้วยแล้ว” อินทิราเผยยิ้มทักทายพร้อมถ้วยกาแฟที่อยู่ในมือที่ตั้งใจชงมาให้แทนไท แต่พอเห็นว่ามีถ้วยกาแฟวางอยู่ตรงหน้าก่อนแล้วก็ยิ้มเจื่อนลง ดูเหมือนว่าเธอจะช้าไปก้าวหนึ่ง
“ฉันชงให้คุณแทนแล้วค่ะ ต่อไปเรื่องชงกาแฟให้คุณแทนฉันขอทำเองนะ” รสสินาเอ่ยแทรกขึ้นมา ท่าทีมั่นใจของเธอทำอินทิราหงุดหงิดมากจริงๆ แต่ความหงุดหงิดนั้นก็หายไปเมื่อแทนไทสวนกลับดับความมั่นใจของรสสินาไว้
“ไม่ต้อง! เรื่องชงกาแฟอินทำได้ดีกว่าคุณ ที่คุณชงมาไม่เห็นจะถูกปากผมเลย”
“กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลมันก็ชงแบบเดียวกันไม่ใช่เหรอรสชาติมันจะต่างกันได้ไง”
“ก็ต่างที่คนชงไง คุณมีอะไรจะคุยกับผมก็พูดมาสิ” แต่ไม่ทันจะได้อ้าปากเสียงมือถือของรสสินาก็ดังขึ้น หญิงสาวจึงขอตัวเดินออกจากล็อบบี้เพื่อออกไปสนทนาสาย สีหน้าที่เคร่งขรึมของเธอทำแทนไทรับรู้ได้ ใบหน้าที่ดูตึงเครียดนั้นช่างไม่เหมาะกับหญิงสาวเอาเสียเลย รสสินาเองหลังวางสายก็เดินกลับเข้ามาหาแทนไทอีกครั้ง หญิงสาวเผยยิ้มเล็กน้อยแต่รอยยิ้มนั้นของเธอแทนไทรับรู้ได้ว่าเป็นการฝืนทำ
“เดี๋ยวฉันมีเรื่องต้องไปทำ ห้องฉันคุณอย่าพึ่งปล่อยให้คนอื่นมาอยู่นะไว้เสร็จธุระเดี๋ยวฉันกลับมาอยู่ต่อ”
“อืม” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ แต่สีหน้าที่ไม่สู้ดีของรสสินากลับทำเขาเป็นกังวลโดยไม่รู้ตัว แม้จะอยากถามไถ่หาสาเหตุแต่ก็ไม่ใช่เรื่องของตัวเองที่จะไปวุ่นวายเลยได้แต่ปิดปากเงียบ ตอนนี้ทำได้แค่มองตามแผ่นหลังของรสสินาที่พึ่งเดินจากไปด้วยความเคลือบแคลง
“มองตามขนาดนี้อย่าบอกนะคะว่าชอบคุณรสเข้าให้แล้ว” อินทิราเย้าหยอกเมื่อเห็นแทนไทเอาแต่จ้องตามรสสินาไม่วางตา
“พี่แค่แปลกใจน่ะ คนที่ร่าเริงอย่างรสสินาจู่ๆ ก็ซึมลงเป็นเพราะอะไรกันแน่”
“แต่อินไม่เห็นว่าคุณรสจะซึมอะไรนี่คะเมื่อกี๊เธอก็ยังยิ้มให้พี่แทนอยู่เลย ถึงขั้นดูออกขนาดนี้แปลว่าพี่แทนใส่ใจเธอมากเลยนะคะ” หญิงสาวหน้างอ ดูเหมือนแทนไทจะให้ความสนใจกับรสสินาเข้าแล้วจริงๆ
หลายวันต่อมา บ้านฤดีรัตน์
รสสินาหลังได้รับสายจากพฤกษ์เมื่อวันก่อนบอกเรื่องวันชัยผู้เป็นพ่อไม่สบายก็รีบไปที่โรงพยาบาล ถึงอาการโดยรวมไม่ได้เป็นอะไรมากแต่หญิงสาวก็ยังคงให้ความดูแลใกล้ชิดจนกว่าผู้เป็นพ่อจะหายดีกลับไปทำงานที่บริษัทได้
“พ่อน่าจะนอนอยู่ที่โรงพยาบาลให้หายดีก่อนนะคะค่อยกลับ”
“พ่อไม่เป็นอะไรแล้วอยู่โรงพยาบาลนานก็เบื่อ พ่อก็รู้ว่ารสเบื่อเหมือนกันรสไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนพ่อก็ได้ มีอะไรไปทำก็ไปทำเถอะไม่ต้องห่วงพ่อหรอก”
“อยู่กับพ่อรสไม่เบื่อหรอกค่ะถ้าอยู่กับแม่ก็ว่าไปอย่าง”
“ดูพูดเข้าสิถ้าแม่ได้ยินเดี๋ยวก็น้อยใจเอาหรอก ยังโกรธที่แม่จะให้แต่งงานกับปวิชอยู่เหรอ แม่ก็บอกแล้วนี่ว่าจะไม่บังคับรสน่ะ”
“พ่อก็รู้จักแม่ดีนี่คะ ที่แม่พูดไปแบบนั้นก็แค่อยากให้รสอยู่ในโอวาท รสรู้อยู่แล้วว่ายังไงรสก็คงเลือกเจ้าบ่าวเองไม่ได้แน่ ตอนนี้รสแค่ไม่อยากมีปัญหาก็เลยแกล้งทำเป็นดีใจให้แม่เห็นไปก่อน”
“พ่อก็บอกแม่เขาแล้วนะว่าปวิชไม่ใช่ผู้ชายที่รสจะฝากชีวิตให้ได้”
“ต่อให้ไม่มีนายปวิชเดี๋ยวก็มีคนโน้นคนนี้ตามมาเหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ รสจะไม่แต่งงานกับคนที่รสไม่รักต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะดีแค่ไหนถ้ารสไม่รักรสก็ไม่เอาค่ะ พ่อไม่ต้องห่วงรสหรอกถ้าแม่จับรสแต่งงานจริงๆ อย่างมากรสก็แค่หนีไปให้ไกล”
“แล้วเรื่องที่บอกว่ามีคนที่ชอบแล้วเรื่องจริงหรือแค่โกหกแม่ รู้มั้ยว่าแม่เขาไม่เชื่อนะนั่น”
“เรื่องจริงสิคะตอนนี้รสกำลังตามจีบเขาอยู่ เขาเป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์เล็กๆ ที่อยู่แถวชานเมืองค่ะ บรรยากาศที่นั่นอบอุ่นมากทุกคนที่นั่นก็ดีกับรสมากด้วยค่ะ”
“งั้นที่หายออกจากบ้านไปบ่อยๆ อย่าบอกนะว่าไปอยู่กับเขาน่ะ เราเป็นผู้หญิงนะรสทำอะไรก็นึกถึงตัวเองหน่อย ผู้หญิงยังไงก็เสียเปรียบวันยังค่ำ"
“รสก็อยากเสียเปรียบนะคะแต่เขานะสิไม่ยอมเอาเปรียบรสเลย” หญิงสาวหยอกเย้าจนผู้เป็นพ่อต้องเอ็ดให้
“ดูพูดเข้าสิลูกคนนี้ ยังไงก็อย่าให้แม่รู้ล่ะว่าที่ไปค้างนอกบ้านไม่ใช่ไปนอนกับพิมพ์แต่ไปตามผู้ชายอยู่ ไม่งั้นรสแย่แน่”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ต่อไปรสจะกลับมาค้างที่บ้านให้บ่อยขึ้น”
“แล้วผู้ชายคนนั้นเขาชอบลูกมั้ย”
“ตอนนี้น่าจะยังมั้งคะ บอกเลยค่ะว่าคนนี้จีบยากมาก”
“ลูกสาวพ่อสวยขนาดนี้มีด้วยเหรอคนไม่ชอบ งั้นผู้ชายคนนั้นต้องตาถั่วแล้วล่ะ”
“ใช่ค่ะตาถั่วมาก แต่เล่นตัวแบบนี้แหละที่รสชอบดูมีเสน่ห์น่าค้นหาดี” หญิงสาวหัวเราะชอบใจ
รสสินารู้ว่าพ่อของเธอไม่มีความสามารถที่จะต่อกรกับแม่ของเธอได้มากเท่าไหร่นัก ส่วนมากเรื่องต่างๆ จะเป็นนรีรัตน์ที่วางแผนจัดแจงให้ทุกอย่าง เธอเองก็ไม่อยากให้พ่อแม่ทะเลาะกันเลยพยายามจัดการเรื่องต่างๆ ด้วยตัวเอง
