บทที่ 11 พี่ชายจอมหวง
พี่ชายจอมหวง
เมื่อถึงเวลาเลิกกิจกรรม โซ่ก็พาเจ้าแก้มเดินออกมาจากตึกคณะของเขา เดินกันมาถึงด้านหน้าคณะของเจ้าแก้ม
“กลับยังไง?” เขาเอ่ยปากถามขึ้นก่อนที่จะแยกย้ายกัน
“คะ?” เจ้าแก้มที่คิดอะไรเพลิน ๆ อยู่ก็หันมาหาโซ่แล้วทำหน้าสงสัย
แต่โซ่กลับยืนเงียบและรอคอยคำตอบ เจ้าแก้มจึงพยายามนึกว่าเมื่อครู่เขาถามอะไรเธอแล้วตอบออกไป
“อ๋อ พี่ชายแก้มมารับค่ะ”
และแล้วโทรศัพท์ของเจ้าแก้มก็สั่นขึ้น
สายเรียกเข้า : พี่คนโตของเจ้าแก้ม
“อุ๊ย โทรมาพอดีเลย” พอเห็นว่าปลายเป็นใคร เจ้าแก้มก็ยิ้มสดใส ดวงตาของเธอเปล่งประกายเป็นอย่างมาก
“แก้มไปนะคะ สวัสดีค่ะ” เจ้าแก้มหันมาเอ่ยลาโซ่แล้วยิ้มสดใส
“ค่าพี่กราฟ” พอเธอหันหลังให้เขาแล้วก็กดรับสายพี่ชายทันที
“อยู่ตรงไหนคะ? โอ๊ะ แก้มเจอแล้วค่ะ”
เจ้าแก้มพยายามชะเง้อหารถของพี่ชายที่มารับ เธอพูดเจื้อยแจ้วไปตลอดทาง โดยมีสายตาของโซ่มองตามไปด้วยความเอ็นดู และรู้สึกเสียดาย ที่เขาไม่ได้ไปส่งเธอเอง
เจ้าแก้มไม่ได้รับรู้ถึงความคิดของใคร เมื่อเห็นรถของพี่ชายแล้วเธอก็ตรงไปปรี่หาแล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งทันที
“สวัสดีค่ะ”
เจ้าแก้มวางของในมือลงแล้วหันไปยกมือไหว้พี่ชายด้วยรอยยิ้มสดใส
“อื้ม” เพียงแต่ตอนนี้สายตาของพี่ชายที่มองมาที่เธอนั้นไม่เป็นมิตรเลยสักนิด
“พี่กราฟเป็นอะไรคะ ไม่สบายหรือเปล่า?” เจ้าแก้มเห็นดังนั้นก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เปล่า” แต่พี่ชายกลับส่าวหน้าปฏิเสธโดยไม่ละสายตาไปจากเธอสักนิด
“แล้วทำไมมองแก้มอย่างนั้นล่ะคะ?”
พอน้องสาวถามขึ้นอีกครั้ง หมอกราฟจึงหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมากดเข้าไปที่เพจซุบซิบของมหาวิทยาลัย จากนั้นก็ยื่นไปให้เจ้าแก้มดู
“อะไรอ่ะ?” เจ้าแก้มรับมาดูแล้วพูดขึ้น
“เอ๊? มีคนถ่ายรูปด้วยเหรอ”
พอเธอเห็นว่านี่คือเพจของมหา’ลัย และในหน้าเพจก็มีรูปของเธอและโซ่อยู่ก็พึมพำขึ้นเสียงเบา แต่หมอกราฟที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ยังได้ยิน เขาจึงเอ่ยถามน้องสาวทันที
“มันเป็นใคร?”
“คะ?” เจ้าแก้มเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายตาใส
“ไอ้นั่นมันเป็นใคร?” หมอกราฟจึงกัดฟันถามขึ้นอีกครั้ง
“อ๋อ พี่คนนี้เหรอคะ เขาชื่อพี่โซ่ค่ะ เป็นรุ่นพี่ปี 3”
เจ้าแก้มจึงนึกขึ้นไป ชูด้านหน้าโทรศัพท์ไปให้พี่ชายดูแล้วแนะนำชื่อของเขาเสียงเจื้อยแจ้ว
“รู้จักกันนานหรือยังถึงไปเรียกเขาว่าพี่”
หมอกราฟไม่ได้สนใจชื่อที่น้องสาวพูด แต่ที่เขาสนคือคำนำหน้าที่เจ้าแก้มเรียกต่างหาก
“อ้าว ต้องรู้จักนานด้วยเหรอคะ? ปกติแก้มเจอคนที่อายุมากกว่า แก้มก็เรียกพี่นะคะ”
เจ้าแก้มถามขึ้นด้วยความใสซื่อ ปกติแล้วเวลาเจอคนอายุมากกว่า เธอก็เรียกว่าพี่ตลอดนี่นา
“แต่กลับไอ้นี่ไม่ต้องเรียก” แต่กับหมอกราฟที่อคติก็ไม่สนใจ รีบห้ามทันที
“พี่กราฟ!!” เจ้าแก้มเบิกตามองพี่ชายของเธอด้วยความตกใจ
“???” ซึ่งพอเห็นท่าทีของน้องสาว หมอกราฟก็ได้แต่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ
“พูดไม่เพราะเลยค่ะ เจ้าแก้มไม่คุยด้วยแล้วนะ”
เจ้าแก้มมุ่ยหน้าใส่พี่ชายด้วยความไม่พอใจที่เขาพูดคำหยาบกับเธอ
“เจ้าแก้ม” ทำให้หมอกราฟต้องเรียกน้องสาวเสียงอ่อน
“พี่กราฟพูดไม่เพราะ” แต่เจ้าแก้มไม่สน
“ไม่รู้ ไม่ชี้” เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วหันไปมองข้างทาง
“ใครสั่งใครสอนให้ขี้งอนแบบนี้ว่ะ”
หมอกราฟจึงบ่นอุบกับตัวเองแล้วหันมาขับรถออกจากด้านหน้าตึกคณะเภสัชของเจ้าแก้ม และตลอดทั้งทาง ทั้งคู่ก็ไม่ได้เปิดปากคุยอะไรกันเลย จนมาถึงบ้าน
สองพี่น้องเดินหน้าตึงเข้ามาในบ้าน และไม่สนใจกัน ทำให้คุณหมอกัลย์สุดาที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่นหันไปเห็นแล้วก็ต้องแปลกใจ
“อ้าว เจ้าแก้มลูก” เธอจึงเอ่ยเรียกลูกสาวก่อนที่เจ้าแก้มจะเดินขึ้นห้องไปเสียก่อน
“คุณแม่” เจ้าแก้มหันมาเห็นแม่ตัวเองก็รีบวิ่งมาหาทันที
พรึบ
เจ้าแก้มกอดอ้อนแม่แล้วหันไปมองค้อนพี่ชายที่เดินตามมา
“เป็นอะไร? ทำไมหน้าตึงกันมาทั้งพี่ทั้งน้อง”
นั่นยิ่งทำให้คนเป็นแม่สงสัยยิ่งกว่าเดิม เพราะปกติแล้วสามพี่น้องจะรักกันมาก และพี่ชายทั้งสองก็ตามใจเจ้าแก้มที่สุด ไม่เคยทะเลาะกันเลย
“ถามลูกสาวคุณแม่สิครับว่างอนอะไร” แต่ครั้งนี้หมอกราฟกลับโยนงานไปให้น้องสาวแทนเสียอย่างนั้น
“ชิ” เจ้าแก้มจึงเชิดหน้าใส่พี่ชายด้วยความงอนกว่าเดิม
“งอนอะไรพี่เขาลูก” คุณหมอกัลย์สุดาจึงหันไปเอ่ยปากถามลูกสาวเสียงนุ่ม
“พี่กราฟพูดไม่เพราะกับเจ้าแก้มค่ะคุณแม่” เจ้าแก้มจึงรีบฟ้องแม่ทันที ถึงพฤติกรรมไม่ดีของพี่ชาย
“หื้มมม?” ทำให้คุณหมอกัลย์สุดาหันขวับมามองลูกชายตาเขม็ง
“ผมลืมตัวน่ะครับ” หมอกราฟเอ่ยขึ้นแก้ตัวเสียงอ่อน
“ไม่ใช่! พี่กราฟตั้งใจ” แต่เจ้าแก้มที่กำลังงอนหนักมากก็สวนขึ้นทันที
พี่ชายตั้งใจ เธอดูออก!!
“แล้วจะให้ทำยังไงถึงจะหายโกรธ?” หมอกราฟจึงหันไปมองน้องสาวแล้วเอ่ยถาม
“ต้องพูดเพราะ ๆ ขอโทษแก้ม และขอโทษพี่โซ่ด้วย” เจ้าแก้มจึงทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น
เมื่อได้ยินชื่อบุคคลอื่น คุณหมอกัลย์สุดาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ถามอะไรไป
“ทำไมพี่ต้องขอโทษมันด้วย!”
พอได้ยินน้องสาวพูดถึงชื่อคนที่ทำให้เขาและเจ้าแก้มทะเลาะกัน หมอกราฟก็ลืมตัวอีกครั้ง
“นั่นไง พี่กราฟพูดไม่เพราะอีกแล้วค่ะ” นั่นยิ่งทำให้เจ้าแก้มไม่พอใจหนักกว่าเดิมไปอีก
“มีอะไรกัน?”
หมอกลูมที่เพิ่งกลับจากคลีนิคเดินเข้ามาเห็นสงครามระหว่างพี่ชายและน้องสาว เขาก็เอ่ยถามทันที
“มาพอดีเลย มาห้ามทัพหน่อยลูก”
“ชิ เจ้าแก้มไม่คุยกับพี่กราฟแล้ว ขอตัวไปพักก่อนนะคะ”
เมื่อแนวร่วมของพี่ชายมาแล้ว เจ้าแก้มก็ไม่อยากเถียงกับพวกเขา จึงเอ่ยขอตัวแล้วเดินหนีออกไปทันที
“อะไรวะ?” หมอกลูมเองก็ได้แต่มองตามหลังน้องสาวไปแล้วหันมาถามพี่ชายด้วยความงงงัน
“มานั่ง เดี๋ยวเล่าให้ฟัง” หมอกราฟจึงกวักมือเรียกน้องชายให้มานั่งแล้วค่อย ๆ เล่าให้ฟัง
ซึ่งถ้าคนมองว่าเขาหวงเจ้าแก้มหนักแล้ว แต่น้องชายของเขาหนักยิ่งกว่า
“อะไรนะ?” หมอกลูมที่ได้ฟังว่าน้องสาวมีหนุ่มมาจีบก็ว่าเดือดดาลแล้ว แต่นี่กลับมีรูปแนบมาด้วย นั่นยิ่งทำให้เขาเดือดดาลมากกว่าเดิมไปอีก
“เบา ๆ สิลูกกลูม”
คุณหมอกัลย์สุดาปรามลูกชายที่ส่งเสียงดังลั่น เธอส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับความขี้หวงของลูกชายทั้งสอง ต่อหน้าคนอื่นหมอกราฟ และหมอกลูม ต่างก็เป็นหมอที่น่านับถือ แต่ถ้าเป็นอะไรก็ตามเกี่ยวกับน้องสาว ทั้งสองคนนี้ไม่เคยเก็บอาการได้เลย
“ไอ้นั่นมันเป็นใคร?” หมอกลูมหันไปถามพี่ชายเสียงต่ำอย่างอดกลั้นอารมณ์
“เชาชื่อโซ่หรือเปล่า?” คุณหมอกัลย์สุดาจึงหันไปถามลูกชายคนโต
“แม่ก็รู้ด้วยเหรอครับ?” ทำให้กลูมหันขวับมามองเธอทันที
“เปล่า แม่ได้ยินน้องเราคุยด้วยเมื่อกี้” คุณหมอรีบปฏิเสธก่อนที่ลูกชายจะคิดไปไกล
“ไอ้โซ่!!!” กลูมกัดฟันแล้วจดจำชื่อคนที่มาจีบน้องสาวของเขาเอาไว้ในใจ
“อย่าไปเผลอเรียกไอ้นั่นหรือคำหยาบให้น้องได้ยินก็แล้วกัน แม่ไปดูที่ครัวแล้ว”
คุณหมอกัลย์สุดาคิดว่าคงห้ามอะไรทั้งสองไม่ได้แล้ว จึงได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอา แล้วขอตัวไปดูห้องครัว ปล่อยให้สองพี่น้องนั่งทำหน้าตึงอยู่ตรงนั้นไป
