บทที่ 3 บทที่ 3 รับยา รับรัก

บทที่ 3 รับยา รับรัก

ภายในโถงทางเดินหน้าแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน บาส จอย และกิ๊บ นั่งเรียงแถวกันอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีขาว ทันทีที่ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติเปิดออกพร้อมกับร่างของพะแพงที่เดินกุมขมับที่มีผ้าก๊อซสีขาวปิดทับไว้อย่างเนี้ยบ ทั้งสามคนก็เด้งตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“เป็นไงบ้าง ยังอยู่ครบสามสิบสองไหม?” กิ๊บเข้ามาจับไหล่พะแพง หมุนซ้ายหมุนขวาสำรวจความเสียหายทันที

“ครบย่ะ! สมองยังอัจฉริยะเหมือนเดิม” พะแพงเชิดหน้าตอบ สะบัดบ๊อบใส่เพื่อนเบาๆ ชนิดที่ลืมไปแล้วว่าเพิ่งหัวแตกมา

“แล้วตกลงโดนไปกี่เข็ม เสียงโวยวายดังออกมาถึงข้างนอก นึกว่าหมอจะเอาคีมตัดหัวแกทิ้งซะแล้ว” บาสเอ่ยแซวขึ้นมาทันที

“3 เข็ม และขอบอกเลยนะว่า... มือเบามากกกก ชาติที่แล้วหมอเขาคงเป็นช่างปักผ้ามาเกิดแน่ๆ นุ่มนวลที่สุดในสามโลก” พะแพงพูด พร้อมยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาดื้อๆ จนจอยที่ยืนมองอยู่ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความหมั่นไส้

“เดี๋ยวๆ ยายพะแพง เมื่อกี้แกยังร้องไห้ขี้มูกโป่งกลัวเข็มแทบตายอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้ทำหน้าเคลิ้มเหมือนเพิ่งไปสปามาล่ะแก” จอยขยับแว่นพลางจับผิด

“ก็แหม... พวกแกทิ้งฉันไว้กับคนหล่อนี่นา” พะแพงขยับเข้าไปกระซิบกับสองสาว “พวกแกสืบมาหรือยังว่าหมอสุดหล่อคนเมื่อกี้ชื่ออะไร ฉันรู้แค่ว่าเขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้”

“ฮะ?! เจ้าของโรงพยาบาลเลยเหรอ?” กิ๊บตาโต อ้าปากค้าง “นี่แกหัวแตกจนได้ลาภลอยเลยเหรอเนี่ย”

“เออ! เจ้าของโรงพยาบาล หมอเขาพูดเองกับปากเลย” พะแพงยืดอกตอบอย่างภูมิใจ พร้อมดึงชายเสื้อกิ๊บยิกๆ “ตกลงแกรู้ชื่อหมอไหม”

“จะไปสืบจากไหนล่ะยายพะแพง พวกฉันก็นั่งลุ้นแกอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเนี่ย ขยับไปไหนที่ไหนล่ะ” จอยกอดอกบ่น “อีกอย่างโรงพยาบาลหรูขนาดนี้ หมอตั้งกี่คน ใครจะไปรู้ล่ะว่าหมอหล่อของแกชื่ออะไร”

“โธ่เอ๋ย~ ไม่มีประโยชน์เลย” พะแพงเบะปากมองค้อนเพื่อนสาวทันที

“เอ้า หัวเพิ่งเย็บมาหมาดๆ ก็จะหาเรื่องอ่อยหมอซะละ ไปรับยาก่อนเถอะป่ะ พยาบาลเขาเรียกชื่อแกจนคอจะแตกละนู่น” บาสเอ่ยพูด พร้อมส่งสายตาไปที่เคาน์เตอร์จ่ายยา

“เออจริงด้วย แผนการขั้นแรกต้องเริ่มที่เคาน์เตอร์ยา” พะแพงดีดนิ้วดังเปร๊าะ ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ทันที “พวกแกสแตนด์บายรอตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันไปสืบชื่ออนาคตสามีเอง”

พะแพงเดินตรงไปที่ช่องจ่ายยาหมายเลข3 ทันที ท่ามกลางสายตาเอือมระอาของเพื่อนทั้งสามคนที่เดินตามมาติดๆ เภสัชกรหญิงวัยกลางคนส่งยิ้มให้พร้อมเลื่อนถุงยามาตรงหน้า

“คุณพะแพงนะคะ อันนี้เป็นยาแก้อักเสบ ทานหลังอาหารเช้าเย็น...”

“เอ่อ... ” พะแพงรีบพูดแทรกก่อนที่เภสัชกรจะเอ่ยพูดจบประโยค “หนูขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ คือ... คุณหมอผู้ชายตัวสูงๆ หล่อๆ ตาคมๆ ผมสีน้ำตาลทองที่เย็บแผลให้หนูเมื่อกี้ เขาชื่ออะไรเหรอคะ?”

เภสัชกรหญิงชะงักไปนิด ก่อนจะอมยิ้มอย่างรู้ทัน

“อ๋อ... คุณหมอที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้ใช่ไหมคะ? หมอแทนคุณ ค่ะ เป็นศัลยแพทย์ใหญ่ของที่นี่”

“หมอแทนคุณ...” พะแพงทวนคำ “แล้ว... หมอแทนคุณ นามสกุลอะไรเหรอคะพี่”

“อันนี้พี่บอกไม่ได้เป็นความลับของทางโรงพยาบาลค่ะ แต่ถ้าอยากเจอคุณหมออีก สัปดาห์หน้าคุณพะแพงมีนัดตัดไหมที่ศูนย์ศัลยกรรมชั้นสี่นะคะ ลองไปลุ้นดูละกันนะคะ ว่าคุณหมอจะเข้าเวรไหม” เภสัชกรสาวใหญ่หัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดู

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ!” พะแพงมือไหว้ ก่อนจะคว้าถุงยาแล้วหมุนตัวกลับมาหาแก๊งเพื่อนทันที

“ได้เรื่องไหมแก” กิ๊บรีบถาม

“ชื่อ หมอแทนคุณ เป็นศัลยแพทย์ใหญ่ประจำศูนย์ศัลยกรรมชั้นสี่” พะแพงเอ่ยพูด ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “กรี๊ดด ชื่อเท่ชะมัด แทนคุณ... หมอแทนคุณขา ของคุณคนเดียวจริงๆ ด้วยอ่ะแก”

“จ้า ยายเพ้อเจ้อ!!” จอยเบรกดังเอี๊ยด “แล้วไงต่อ? ได้แค่ชื่อเล่นชื่อจริง นามสกุลก็ไม่รู้ ไลน์ก็ไม่มี เบอร์โทรก็ชวด แกจะไปตามจีบเขาติดได้ยังไงก่อน”

“หึ! เด็กนิเทศอย่างพวกเราซะอย่าง ปัญหาแค่นี้ขี้เล็บ” พะแพงกอดถุงยาแน่น สายตาสอดส่องไปทั่ว “บาส! ไปเอารถมารับฉันหน้าตึกเร็ว ขากลับเราต้องผ่านบอร์ดรายชื่อแพทย์หน้าโรงพยาบาล ฉันจะไปดูรูปหมอแทนคุณให้เต็มตาอีกรอบ”

“เออๆ รอแป๊บ” บาสหมุนกุญแจรถในมือแล้วรีบเดินไปที่ลานจอดรถทันที

ห้านาทีต่อมา รถยนต์คันเก่งของบาสก็มาจอดเทียบหน้าประตูทางออก พะแพง กิ๊บ และจอย ก้าวขึ้นรถทันที แต่แทนที่บาสจะออกรถตรงไปทางประตูทางออกหลัก พะแพงกลับโวยวายขึ้นมาเสียก่อน

“บาส! จอดๆ จอดตรงข้างบอร์ดนั่นเลย!” พะแพงชี้ไปที่บอร์ดนิทรรศการขนาดยักษ์ที่แสดงรายชื่อและประวัติผู้บริหารและแพทย์ดีเด่นของโรงพยาบาล

“อะไรอีกพะแพง หัวก็แตกยังจะเรื่องมากอีก” บาสเอ่ยบ่นเสียงดัง แต่ก็ยอมแตะเบรกจอดเทียบฟุตบาท

พะแพงเปิดกระจกรถลงจนสุด ชะโงกหน้าออกไปเพ่งมองบอร์ดรายชื่อสายตาเป็นประกาย

“กิ๊บ! จอย! ช่วยกันดูเร็วด้านบนสุด ตรงทำเนียบผู้บริหารน่ะ มีรูปหมอแทนคุณไหม”

“ไหนดูซิ” กิ๊บชะโงกหน้าตาม “นั่นไง! รูปตรงกลางบนสุดเลย ชัดเจนมาก”

บนบอร์ดหรูทำด้วยกระจกนิรภัย มีรูปถ่ายขนาดใหญ่ของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ดวงตาเรียวดุคู่นั้นสะกดสายตาคนมองแม้อยู่ในรูปถ่าย ใต้รูปเขียนตัวอักษรสีทองอร่ามเด่นชัด

‘นายแพทย์ แทนคุณ ธนดลการแพทย์ ประธานกรรมการบริหารและศัลยแพทย์ใหญ่’

“ธนดลการแพทย์... นามสกุลเดียวกับชื่อโรงพยาบาลเลยนี่หว่า” บาสเอ่ยขึ้น “ชิบหายละพะแพง หมอคนนี้ไม่ใช่แค่เจ้าของธรรมดาละนะ นี่มันทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลธนดลการแพทย์ชัดๆ รวยระดับมหาเศรษฐีเลยนะเว้ย”

“กรี๊ดดด! นามสกุลเท่มาก หมอแทนคุณ ธนดลการแพทย์ ฟังดูสมน้ำสมเนื้อกับ พะแพง สุดๆ อ่ะแก” พะแพงยกมือถือขึ้นมากดถ่ายรูปบอร์ดรัวๆ ราวกับเจอขุมทรัพย์

“สมน้ำสมเนื้อบ้านแกสิ!!” จอยตบเหม่งเพื่อนสาวเบาๆ “เขาเป็นถึงประธานบริหาร อายุคงห่างจากแกเกือบรอบ แถมปากจัดขนาดนั้น แกคิดว่าคนระดับเขาจะมาสนใจเด็กมหาลัย แถมยังดื้อซ่าปีนปูนจนหัวแตกอย่างแกเหรอพะแพง”

“โธ่ ยัยจอย แกมองโลกในแง่ร้ายเกินไปละ” พะแพงเชิดหน้าอย่างมั่นใจ “ผู้ชายปากร้ายน่ะ แปลว่าข้างในเขาแอบอบอุ่นนะแก ตอนเย็บแผลนะ หมอเขาให้ฉันจับชายเสื้อไว้ด้วยอ่ะ แถมยังพูดเสียงนุ่มบอกว่า ‘อดทนหน่อยนะ ยัยตัวแสบ’ โหยยย ฉันฟังแล้วแทบจะละลายคาเตียงฉุกเฉิน”

“เหรอออออ~~~” กิ๊บทำเสียงสูงลากยาว “เขาพูดประชดประชันแกหรือเปล่ายัยมโน”

“ไม่รู้แหละ ถือว่าหมอเขาเปิดทางให้ฉันแล้ว” พะแพงยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์ “แผนการตามจีบคุณหมอเริ่มขึ้นแล้วจ้าาา~~~”

“แล้วแกจะเริ่มยังไง? ไลน์ก็ไม่มี เฟซบุ๊กก็หาไม่เจอแน่ๆ คนระดับนั้นคงไม่เล่นโซเชียลสาธารณะหรอก” บาสถามพร้อมกับออกรถขับมุ่งหน้ากลับคอนโดเพื่อนสนิททันที

“อีกเจ็ดวันมีนัดตัดไหมใช่ไหมล่ะ... ระหว่างเจ็ดวันนี้ฉันจะส่งของกำนัลไปมัดใจหมอแทนคุณทุกวันเลยคอยดู!” พะแพงหัวเราะคิกคัก ชอบอกชอบใจ

“ส่งอะไร ข้าวกล่องเหรอ? โรงพยาบาลระดับนั้นเขามีอาหารระดับเชฟห้าดาวบริการนะเว้ย หมอเขาไม่กินข้าวกล่องแกหรอก” จอยขัด

“ข้าวกล่องมันธรรมดาไปย่ะ ระดับเด็กนิเทศมันต้องเหนือชั้นกว่านั้น” พะแพงทำหน้าเจ้าเล่ห์ พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันเดลิเวอรี “ฉันจะส่งชานมไข่มุกหวานร้อยเปอร์เซ็นต์ ไปเติมความหวานให้คุณหมอทุกบ่ายสามโมงเย็น พร้อมการ์ดข้อความ”

“หวานร้อยเปอร์เซ็นต์? แกจะฆ่าหมอทางอ้อมด้วยโรคเบาหวานเหรอพะแพง” บาสส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

“บ้าเหรอ หมอทำงานหนักผ่าตัดทั้งวันก็ต้องต้องการความหวานสิแก” พะแพงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เดี๋ยวพรุ่งนี้บ่ายสามเจอกันค่ะหมอแทนคุณขา... เตรียมรับความหวานจากพะแพงได้เลย”

เพื่อนทั้งสามคนได้แต่นั่งกุมขมับ มองยัยตัวแสบประจำกลุ่มที่กำลังวางแผนป่วนชีวิตคุณหมอหนุ่มอย่างร่าเริง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป