บทที่ 4 บทที่ 4 ชานมไข่มุก

บทที่ 4 ชานมไข่มุกพ่นพิษ

เวลา 15:00 น.

โรงพยาบาลธนดลการแพทย์

บรรยากาศหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลที่เคยสงบเงียบตามสไตล์โรงพยาบาลหรู กลับถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของพนักงานส่งอาหารในชุดสีเขียวเรืองแสงที่หิ้วถุงพลาสติกใบโตเดินเก้ๆ กังๆ เข้ามา

“เอ่อ... ขอโทษครับ มีชานมไข่มุกมาส่งให้คุณหมอแทนคุณครับ” พนักงานส่งอาหารเอ่ยบอกพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์

“ชานมไข่มุก ของคุณหมอแทนคุณเหรอคะ?” พยาบาลสาวทำหน้าเหลอหลา “คุณหมอท่านไม่ค่อยทานของหวานนะคะ ส่งผิดคนหรือเปล่าเอ่ย”

“ไม่ผิดครับ ในระบบลงชื่อ คุณหมอแทนคุณ ชัดเจนครับ อ้อ... มีการ์ดแนบมาด้วยครับ” พนักงานยื่นถุงชานมไข่มุกแก้วโตที่มองเห็นน้ำเชื่อมเยิ้มๆ อยู่ก้นแก้ว พร้อมกับซองการ์ดสีชมพูแป๋น

“อ๋อ... ค่ะๆ เดี๋ยวแก้วตาช่วยรับไว้ให้ค่ะ”

พยาบาลสาวรับถุงมาวางบนเคาน์เตอร์ ทันทีที่พนักงานส่งอาหารเดินจากไป แก๊งพยาบาลอีกสามสี่คนก็กรูกันเข้ามามุงดูทันทีด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ใครช่างกล้าส่งชานมไข่มุกมาให้คุณหมอแทนคุณเนี่ย ไม่กลัวโดนหมอหักกระดูกเหรอ” พยาบาลคนที่หนึ่งเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ไหนดูการ์ดซิแก เขียนว่าอะไร” พยาบาลคนที่สองเอื้อมมือไปหยิบการ์ดสีชมพูขึ้นมาเปิดอ่านเสียงเบา “เติมความหวานให้คุณหมอปากร้าย... เผื่อข้างในจะหวานขึ้นบ้าง จาก... คนไข้สามเข็มสุดสวย อู้หูยยยยย! แซ่บมาก! ใครยะเนี่ย”

“มีอะไรกันครับ?”

เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาแก๊งพยาบาลวงแตกกระจายไปคนละทิศละทางทันที

หมอแทนคุณในชุดกาวน์สั้นสีขาวสะอาดสะอ้าน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเล็กน้อยตามปกติ ดวงตาคมกริบมองปราดเดียวก็เห็นถุงชานมไข่มุกและการ์ดสีชมพูในมือพยาบาล

“เอ่อ... คุณหมอแทนคุณคะ มีคนส่งชานมไข่มุกมาให้ค่ะ” พยาบาลแก้วตารีบส่งการ์ดคืนใส่ถุงแล้วยื่นให้หมอแทนคุณทันที

หมอแทนคุณขมวดคิ้วมุ่น หยิบการ์ดสีชมพูขึ้นมาเปิดอ่าน สายตาคมไล่อ่านข้อความสองบรรทัดนั้น ก่อนที่มุมปากจะกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาพยาบาลแถวนั้นแอบกลืนน้ำลาย

‘คนไข้สามเข็มสุดสวย... ยัยเด็กแสบพะแพงงั้นเหรอ’

“คุณหมอจะให้แก้วตาเอาไปทิ้งไหมคะ?” พยาบาลถามหยั่งเชิง เพราะรู้ดีว่าหมอแทนคุณเกลียดของหวานเข้าไส้

“ไม่ต้องครับ เอาวางไว้บนโต๊ะทำงานผมในห้องนั่นแหละ” หมอแทนคุณพูดเสียงเรียบ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัวไป ทิ้งให้พยาบาลมองหน้ากันเลิกลักด้วยความประหลาดใจ

(ด้านพะแพง)

ร้านบิงซู

“กรี๊ดดดด! ในแอปมันขึ้นสถานะว่าส่งถึงมือผู้รับเรียบร้อยแล้ว” พะแพงกรีดร้องเสียงดังลั่นร้านบิงซู จนลูกค้าโต๊ะข้างๆ หันมามอง

“ยัยพะแพง! เบาๆ เสียงหน่อย อายคนอื่นเขา” จอยดุ พร้อมตักบิงซูเข้าปาก “แล้วไงต่อ หมอเขาอาจจะโยนทิ้งลงถังขยะทันทีที่เห็นคำว่าหวานร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ได้นะ”

“ไม่มีทาง ระดับพะแพงซะอย่าง การ์ดข้อความของฉันมันชวนให้คิดจะตาย หมอเขาต้องเปิดอ่านแน่นอน” พะแพงเชิดหน้ามั่นอกมั่นใจ มือเรียวสวยลูบผ้าก๊อซที่ขมับขวาเบาๆ “เจ็บแผลชะมัด... แต่เจ็บใจมากกว่าที่ไม่ได้เบอร์หมอมา”

“แกก็ส่งชานมไปป่วนเขาแบบนี้ทุกวันสิ เดี๋ยวหมอเขาก็ทนไม่ไหวโทรมาด่าแกเองแหละ... ถ้าเขาหาเบอร์แกเจอนะ” บาสเอ่ยแซวขำๆ

“เออจริงด้วยบาส ในใบประวัติคนไข้มีเบอร์โทรฉันอยู่นี่หว่า ถ้าหมอทนรำคาญไม่ไหว เขาต้องเปิดดูประวัติแล้วโทรมาด่าฉันแน่ๆ” พะแพงเอ่ยน้ำเสียงชอบใจ “โอ๊ยยย แค่คิดว่าหมอจะโทรมาด่าด้วยเสียงทุ้มๆ ดุๆ นั่น ฉันก็ฟินจนแผลจะหายละแก”

“แกนี่มันอาการหนักเกินเยียวยาจริงๆ พะแพง” กิ๊บส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “แล้วบ่ายสามพรุ่งนี้แกจะส่งอะไรไปอีกล่ะ”

“อืม... พรุ่งนี้เหรอ?” พะแพงทำท่าคิดเจ้าเล่ห์ “พรุ่งนี้วันพุธ งั้นตอนบ่ายสามฉันจะส่ง อเมริกาโน่เย็นไม่ใส่น้ำตาลไปให้ แต่แนบการ์ดว่า... กาแฟมันขม... แต่คนส่งอมหวานนะคะคุณหมอ เป็นไง เด็ดป่ะ!”

“โอ๊ยยยยย!!! เลี่ยน ฉันจะอ้วก” บาสแกล้งทำท่าโก่งคออ้วกจนโดนพะแพงทุบแขนเข้าให้

“หยุดล้อเลียนฉันเลยนะบาส พวกแกสามคนต้องช่วยฉันคิดแผนการขั้นต่อไปด้วย รู้ไหมว่าการจีบคุณหมอมันต้องใช้ความคิดเยอะมากๆ เลยนะ”

“พวกฉันช่วยแกพาส่งโรงพยาบาลตอนหัวแตกก็บุญหัวละพะแพง เรื่องอ่อยผู้ชายปากจัดระดับมาเฟียหมอแบบนั้น ตัวใครตัวมันจ้า” จอยรีบออกตัวทันที

“ถ้าหมอเขาฟ้องข้อหาป่วนโรงพยาบาลขึ้นมา พวกฉันไม่เกี่ยวข้องนะจ๊ะ” กิ๊บผสมโรงขำๆ

“ชิ! พวกเพื่อนทรยศ” พะแพงกอดอกเบะปาก ทว่าแววตาคู่สวยกลับเต็มไปด้วยแผนการเจ้าเล่ห์์ที่พร้อมจะลุยต่อในวันพรุ่งนี้

“แล้วนี่บ่ายสี่โมงแล้ว จะเอายังไงต่อ กลับคอนโดเลยไหม หรือจะไปส่องโรงพยาบาลต่อ” บาสก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วเอ่ยถาม

“อุ๊ย! ลืมไปเลย วันนี้ฉันต้องไปล้างแผลที่โรงพยาบาลด้วยนี่นา” พะแพงเบิกตาโต ยกมือขึ้นแตะผ้าก๊อซที่ขมับ

“งั้นก็ทางผ่านพอดี ป่ะ! เดี๋ยวขับรถไปส่ง” บาสยันตัวลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก

“งั้นฉันต้องไปเติมลิปสติกหน่อยแล้ว เผื่อเจอคุณหมอแทนคุณสุดหล่อ” พะแพงรีบคว้ากระเป๋าเครื่องสำอางออกมากดคุชชั่นเติมหน้าอย่างรวดเร็ว

“แกไปล้างแผลไม่ได้ไปประกวดนางสาวไทยค่ะ เบาได้เบา” จอยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

เวลา 17:15 น.

ณ ศูนย์ศัลยกรรม ชั้น 4 โรงพยาบาลธนดลการแพทย์

พะแพงเดินเข้ามาในแผนกด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างสวยสะดุดตา ตาโตๆ ของเธอคอยสอดส่องซ้ายทีขวาที หวังว่าจะได้เห็นแผ่นหลังกว้างๆ

หรือใบหน้าคมเข้มของคุณหมอเจ้าของไข้ ทว่าบริเวณหน้าเคาน์เตอร์กลับมีเพียงพยาบาลเวรเย็นนั่งอยู่สองสามคนเท่านั้น

“สวัสดีค่ะ มาทำอะไรคะ” พยาบาลสาวคนหนึ่งเอ่ยถามเสียงหวาน

“มาล้างแผลตามนัดค่ะ ชื่อพะแพงค่ะ” เธอยื่นบัตรโรงพยาบาลให้

“อ๋อ คุณพะแพงนะคะ เชิญนั่งรอหน้าห้องฉุกเฉินด้านนี้ก่อนค่ะ เดี๋ยวพยาบาลเรียกนะคะ”

พะแพงเดินไปนั่งที่เก้าอี้รอตรวจ เธอหันไปกระซิบกับกิ๊บและจอยที่เดินตามมานั่งเป็นเพื่อน “แก... หมอแทนคุณไม่อยู่เหรอทำไมเงียบจัง”

“เขาเป็นถึงประธานบริหารนะแก คงไม่ได้ว่างมานั่งรอหน้าห้องล้างแผลหรอกมั้ง” กิ๊บกระซิบตอบ

ไม่นานนัก ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกพร้อมกับพยาบาลที่เดินออกมา “คุณพะแพง เชิญในห้องเลยค่ะ”

พะแพงก้าวเข้าไปในทันทีด้วยความหวังเล็กๆ ว่าอาจจะมีปาฏิหาริย์ แต่ในห้องกลับมีเพียงเธอและพยาบาลเท่านั้น

“คุณพะแพงนะคะ วันนี้พยาบาลจะเป็นคนล้างแผลให้ค่ะ” พยาบาลสาวยิ้มแย้มพลางจัดแจงเตรียมสำลีชุบน้ำเกลือ

“เอ่อ... พี่พยาบาลคะ” พะแพงแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวานขณะที่พยาบาลกำลังค่อยๆ ลอกผ้าก๊อซแผ่นเก่าออก “แล้ว... วันนี้คุณหมอแทนคุณไม่ได้เข้าเวรตรวจแถวนี้เหรอคะ”

พยาบาลสาสชะงักมือทันที ก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ อย่างรู้ทัน

“อ๋อ... คุณหมอแทนคุณเพิ่งเข้าประชุมบอร์ดบริหารไปเมื่อสิบนาทีก่อนนี่เองค่ะ วันนี้คงไม่ได้ลงมาตรวจหน้างานแล้วล่ะค่ะ”

“แย่จังเลยนะคะ หนูอุตส่าห์อยากจะมาขอบคุณเรื่องเย็บแผล...” พะแพงทำหน้าหงอยลงทันที

“อย่าจะบอกนะคะ... ว่าชานมไข่มุกเมื่อบ่ายนี้ เป็นของคนไข้เหรอคะ”

“ใช่ค่ะ ของหนูเอง” คนตัวเล็กเอ่ยตอบ พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าหวาน

“อ๋อ...”

“หมอแทนคุณเขา... รับไว้ไหมคะ หรือทิ้งลงถังขยะไปแล้ว” พะแพงเอ่ยถาม สายตาจ้องมองพยาบาลสาวอย่างหวังว่าคำตอบจะถูกใจเธอ

 “รับค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยตอบ “ตอนแรกนึกว่าคุณหมอจะให้เอาไปทิ้งซะแล้ว เพราะว่าหมอไม่ชอบของหวานค่ะ แต่รอบนี้หมอบอกให้เอาไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานในห้องส่วนตัวด้วยนะคะ แหม... พิเศษจริงๆ เลยค่ะ”

คำพูดของพยาบาลสาวทำเอาพะแพงหูผึ่ง ตาโตฉายแววพอใจทันที ความหงอยเมื่อครู่หายวับไปในพริบตา

“จริงเหรอคะ! หมอเขาเอาเข้าไปไว้ในห้องทำงานจริงๆ เหรอคะ!”

“จริงค่ะ พี่เป็นคนเอาไปวางไว้เองกับมือเลยค่ะ” พยาบาลสาวหัวเราะเบาๆ พลางใช้้สำลีซับแผลให้พะแพงอย่างเบามือที่สุด “แผลแห้งดีมากเลยนะคะ คุณหมอเย็บฝีมือเนี๊ยบมากจริงๆ นี่ยังชมเลยว่าคนไข้ผิวดีเย็บง่าย”

“หมอชมหนูด้วยเหรอคะ!” พะแพงแทบจะลอยทะลุเพดานห้อง หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที “เขินจังเลยค่ะ”

“คุณหมอชมแผลค่ะคุณน้อง ไม่ได้ชมคน” เสียงจอยที่แอบชะโงกหน้าเข้ามาดูตรงประตูขัดขึ้น ทำเอาพะแพงหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนทันที

“ยัยจอย! อย่าขัดลาภสิ” พะแพงหันกลับมาหาพยาบาลสาวต่อ “พี่คะ แล้วคุณหมอได้พูดอะไรเกี่ยวกับของหวานหรือเกี่ยวกับการ์ดบ้างไหมคะ”

“ไม่ได้พูดอะไรมากค่ะ อ่านการ์ดเสร็จก็ทำหน้านิ่งๆ แต่อมยิ้มมุมปากนิดนึงค่ะ ซึ่งปกติคุณหมอดุมาก ไม่เคยยิ้มให้ของฝากของคนไข้คนไหนเลยนะคะเนี่ย” พยาบาลสาวบรรยายสรรพคุณความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย

“อมยิ้มด้วยเหรอคะ” พะแพงยกมือขึ้นกุมแก้มข้างที่ไม่มีแผล บิดตัวไปมาบนเตียงจนพยาบาลสาวต้องรีบเอ่ยปราม

“อุ๊ยๆ อย่าเพิ่งขยับค่ะคนไข้ เดี๋ยวแปะผ้าก๊อซเบี้ยวนะคะ” พยาบาลสาวรีบแปะพลาสเตอร์ใสทับผ้าก๊อซผืนใหม่ “เรียบร้อยแล้วค่ะ พรุ่งนี้เวลาเดิมมาล้างแผลอีกรอบนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ... ว่าแต่พี่ชื่ออะไรเหรอคะ”

“พี่ชื่อแก้วตาค่ะ”

“ขอบคุณนะคะพี่พยาบาลแก้วตาคนสวย” พะแพงยกมือไหว้ขอบคุณ พร้อมกับเดินออกจากห้องด้วยรอยยิ้มหวานๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป