บทที่ 5 บทที่ 5 อเมริกาโน่

บทที่ 5 อเมริกาโน่

เวลา 15:00 น.

ตามเวลาเดิมเป๊ะๆ ไม่มีเลทแม้แต่วินาทีเดียว

บรรยากาศหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลศูนย์ศัลยกรรม ชั้น 4 กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อพนักงานเดลิเวอรีคนเดิมเข้ามาพร้อมถุงกระดาษแบรนด์กาแฟชื่อดังในมือ

“สวัสดีครับ อเมริกาโน่เย็นมาส่งให้คุณหมอแทนคุณครับ” พนักงานส่งอาหารชูป้ายออเดอร์ให้พยาบาลแก้วตาดูทันที

“มาตรงเวลาเป๊ะเลยนะคะ” พยาบาลสาวหัวเราะเบาๆ พร้อมเอื้อมมือไปรับถุงกระดาษมา “มีของแถมเหมือนเดิมไหมคะเนี่ย”

“มีครับ การ์ดสีชมพูผูกติดอยู่ที่หูหิ้วฝั่งขวาครับ ขอบคุณครับ” พนักงานส่งอาหารยิ้มกว้าง ก่อนที่จะหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่ถุงกาแฟวางแหมะลงบนเคาน์เตอร์ แก๊งพยาบาลสาวชุดเดิมก็กรูกันเข้ามามุงดูทันทีราวกับเจอของสำคัญ

“วันนี้เปลี่ยนจากชานมเป็นกาแฟว่ะ” พยาบาลคนที่หนึ่งสะกิดแขนแก้วตา “เปิดอ่านการ์ดเร็วๆ ฉันอยากรู้ว่าเด็กสามเข็มจะหยอดอะไรคุณหมออีก”

“บ้าเหรอ เดี๋ยวคุณหมอเดินมาเจอจะโดนหักกระดูกจริงๆ นะ” แก้วตาทำท่าจุ๊ปาก แต่ข้อมือกลับเอื้อมไปพลิกการ์ดสีชมพูแป๋นขึ้นมาอ่านเสียงเบา “กาแฟมันขม... แต่คนส่งหวานนะคะคุณหมอ อู้หูยยยยย!”

“มีอะไรกันอีกครับ?”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาแก๊งพยาบาลสะดุ้งโหยงกระจายตัวหลบไปคนละทิศละทางเหมือนมดแตกรัง

หมอแทนคุณในชุดกาวน์สีขาวสะอาด ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งสนิทดวงตาคมกริบกวาดมองถุงกระดาษบนเคาน์เตอร์ทันที

“เอ่อ... คุณหมอแทนคุณคะ มีคนส่งกาแฟมาให้ค่ะ” แก้วตารีบยื่นถุงกาแฟส่งให้พลางส่งยิ้มแห้งๆ

หมอแทนคุณขมวดคิ้วมุ่น เอื้อมมือหนาไปหยิบการ์ดสีชมพูขึ้นมาเปิดอ่าน สายตาคมไล่อ่านข้อความทีละคำอย่างพินิจพิจารณา

ก่อนที่มุมปากจะกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ รอยยิ้มที่พยาบาลแก้วตาเห็นแล้วแอบลอบสบตากับเพื่อนพยาบาลด้วยความทึ่ง

‘กาแฟมันขม แต่คนส่งหวานงั้นเหรอ ยัยเด็กแสบ’

“คุณหมอจะให้แก้วตาเอาไปไว้ที่ห้องทำงานเหมือนเดิมไหมคะ” แก้วตาเอ่ยถามหยั่งเชิง

“ไม่ต้องครับ ผมจะถือเข้าไปเอง” หมอแทนคุณเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมหิ้วถุงกระดาษหมุนตัวเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัวไปทันที

แทนคุณเดินมานั่งที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ แกะหลอดเจาะดูดอเมริกาโน่เย็นขมปี๋เข้าปากอึกใหญ่

รสชาติขมฝาดของกาแฟแทรกซึมทั่วโพรงปาก แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่การ์ดสีชมพูแผ่นเล็กตรงหน้า นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือส่วนตัวขึ้นมา กดเบอร์สิบหลักที่เขาแอบบันทึกไว้ตั้งแต่เมื่อวาน

(ด้านพะแพง)

ครืดด~ ครืดด~

โทรศัพท์มือถือของพะแพงที่วางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนสั่นครืดคราด หญิงสาวที่กำลังนั่งเม้าท์มอยอยู่กับบาส จอย และกิ๊บ ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่จะหยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย เธอขมวดคิ้วพลางกดรับสายเสียงใส

“สวัสดีค่ะ พะแพงพูดค่ะ”

(ส่งของไร้สาระมาที่โรงพยาบาลทุกวันทำไมครับ ว่างงานมากนักหรือไง)

เสียงทุ้มต่ำดังมาจากปลายสาย ทำเอาพะแพงถึงกับตัวแข็งทื่อ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ

“คุณหมอแทนคุณ...”

(ครับ)

“เอ่อ... มีอะไรหรือเปล่าคะ แผลของหนูอักเสบเหรอคะ”

(แผลคุณจะอักเสบได้ยังไงในเมื่อคุณยังไม่มาตรวจ แต่โรงพยาบาลผมกำลังจะวุ่นวายเพราะกาแฟของคุณเนี่ยแหละ)

เสียงปลายสายดุขึ้นอย่างชัดเจน

(ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าโรงพยาบาลไม่ใช่สนามเด็กเล่น อย่าส่งของพวกนี้มาป่วนเวลาทำงานของผมอีก)

“โธ่~~~ หมอขา~ หนูไม่ได้ป่วนซะหน่อย หนูเป็นห่วงหมอนะคะ ก็เลยอยากส่งกาแฟไปให้หมอตื่นตัวไงคะ... แล้วตกลง กาแฟวันนี้ขมไหมคะ แต่คนส่งหวานมากนะคะ” พะแพงหยอดคำหวานใส่หน้าตาเฉยพลางบิดตัวไปมาด้วยความฟินบนม้านั่ง

(กาแฟขมดีครับ แต่ข้อความในการ์ดน่ะ... เด็กอายุยี่สิบเขาคิดกันได้แค่นี้เหรอครับ หาสาระไม่มี)

“อ้าวหมอ! พูดแบบนี้ดูถูกสติปัญญาเด็กนิเทศนี่น๊า” พะแพงแกล้งทำเสียงงอนตุ๊บป่อง

“ถ้าหมอคิดว่าข้อความหนูไม่มีสาระ งั้นวันหลังหนูจะเดินไปบอกหมอตรงๆ ต่อหน้าเลยดีไหมคะ จะได้มีสาระและมีเสน่ห์ด้วย”

(อย่ามาดื้อกับผม)

เสียงหมอแทนคุณกดต่ำลงจนดูน่ากลัว แต่คนฟังกลับรู้สึกสยิวในใจ

(ถ้าวันนัดตัดไหม คุณยังทำตัวเหลวไหลแบบนี้อีก หมอจะใช้เข็มใหญ่ที่สุดเย็บปากคุณเพิ่มอีกสักสามเข็ม ดีไหมครับ)

“อุ๊ย! หมอขา... เย็บปากหนูด้วยปากหมอหรือเปล่าคะ ถ้าใช่... หนูยอมให้เย็บสิบเข็มเลยค่ะ” พะแพงยิงมุกยั่วยวนทันที

ปลายสายเงียบกริบไปสามวินาทีเต็มๆ พะแพงแอบลุ้นจนใจจะขาดว่าคุณหมอปากร้ายจะด่าอะไรกลับมา

(ปากเก่งให้ได้ตลอดละกัน อ้อ แล้วไม่ต้องส่งของพวกนี้มาอีกนะ ผมไม่ชอบ)

“ไม่ชอบของพวกนี้เหรอคะ”

“ไม่ชอบเธอนั้นแหละ”

ติ๊ด!

สายถูกตัดไปดื้อๆ พะแพงกุมโทรศัพท์แนบอก หน้าแดงระเรือราวกับมะเขือเทศสุก เธอร้องเสียงหลงจนบาส จอย และกิ๊บ ที่นั่งล้อมวงอยู่สะดุ้งขึ้นมาทันที

“กรี๊ดดด! พวกแก! หมอแทนคุณโทรมาด่าฉันแล้ว!” พะแพงกระโดดโลดเต้นเอาหัวพิงไหล่จอย

“โดนด่าแล้วดีใจขนาดนี้ แกควรไปเช็กสมองนะพะแพง” จอยเอ่ย พร้อมผลักหัวเพื่อนออก “แล้วหมอเขาว่าไงบ้าง”

“เขาบอกว่า ไม่ต้องส่งของพวกนี้ไปให้เขาอีก” พะแพงเอ่ย “แต่ไม่ฟังหรอก ฉันดื้อจะตาย ฉันจะส่งจนกว่าเขาจะใจอ่อน”

“ไม่นาน” บาสเอ่ยสั้นๆ

“ไม่นานก็รับรักฉันใช่ไหม”

“เปล่า” บาสเอ่ยตอบ หันมาจ้องมองใบหน้าหวานอย่างจริงจัง ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นอีกประโยค “ไม่นาน เขาคงแจ้งความจับแก”

“ฮ่าๆ”

เสียงหัวเราะของจอยและกิ๊บดังขัดจังหวะความฟินของพะแพงทันที

“ปากเสียบาส ระดับนี้ไม่มีแจ้งความหรอก มีแต่จะแจกไอดีไลน์ให้ฉันมากกว่า” พะแพงเชิดหน้าทุบไหล่เพื่อนไปทีหนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าวไม่หาย “แต่พวกแกเชื่อป่ะ ตอนที่เขาพูดคำว่า ‘ไม่ชอบเธอนั่นแหละ’ เสียงเขาดูมีเสน่ห์มาก”

“จ้าาา~~~” กิ๊บเบะปากขำๆ “แล้วสรุปเย็นนี้แกยังต้องไปล้างแผลอยู่ไหมเนี่ย”

“ไปดิ! ไปทำคะแนนต่อไง” พะแพงยิ้มกรุ่มกริ่ม แววตาคู่สวยเปล่งประกายระยิบระยับราวกับแม่เสือสาวที่กำลังสนุกกับการไล่ต้อนคุณหมอสุดหล่อให้จนมุม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป