บทที่ 6 บทที่ 6 ถอยเพื่อตั้งหลัก
บทที่ 6 ถอยเพื่อตั้งหลัก
“ไปดิ! ไปทำคะแนนต่อไง”
พะแพงยิ้มกรุ่มกริ่ม แววตาคู่สวยเป็นประกายระยิบระยับราวกับแม่เสือสาวที่กำลังสนุกกับการไล่ต้อนคุณหมอสุดหล่อให้จนมุม
แต่พอทั้งสี่คนเดินมาถึงหน้าประตูโรงพยาบาลจริง ๆ คนที่พูดเสียงดังว่าพร้อมบุกกลับชะงักฝีเท้าเสียอย่างนั้น
“อ้าว ทำไมไม่เข้าไปล่ะ” จอยถาม พลางกอดอกมองเพื่อน
“ก็เข้าอยู่นี่ไง” พะแพงรีบตอบ ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ผ่านประตูอัตโนมัติไปอย่างรวดเร็ว “ฉันแค่กำลังรวบรวมพลังใจต่างหาก”
“พลังใจหรือกำลังคิดมุกหยอดหมออยู่กันแน่” กิ๊บหัวเราะ
“ทั้งสองอย่างค่ะ”
พะแพงเชิดหน้ารับอย่างไม่อาย ก่อนจะยกมือแตะผ้าก๊อซที่ขมับโดยอัตโนมัติ ความเจ็บตึงเล็ก ๆ เตือนให้เธอนึกได้ว่าคราวนี้มีเหตุผลจริง ๆ ที่ต้องมาที่โรงพยาบาล ไม่ใช่แค่มาส่องคุณหมอแทนคุณตามที่เพื่อนชอบแซว
ถึงอย่างนั้น เสียงของเขาจากปลายสายก็ยังดังก้องอยู่ในหัว
‘ไม่ต้องส่งของพวกนี้มาอีกนะ ผมไม่ชอบ’
ตามด้วยประโยคที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ
‘ไม่ชอบเธอนั่นแหละ’
พะแพงยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองที่ยังร้อนผ่าว
“เป็นอะไร หน้าแดงอีกแล้ว” บาสถามพลางชะโงกมอง “อย่าบอกนะว่ายังคิดถึงประโยคนั้นอยู่”
“ฉันไม่ได้คิดถึงสักหน่อย”
“อ๋อเหรอ แล้วทำไมยิ้มเหมือนคนเพิ่งถูกรางวัลที่หนึ่งล่ะ”
“ก็หมอโทรมาหาฉันจริง ๆ นี่นา” พะแพงเถียงเสียงเบา แต่ก็ยังกลั้นยิ้มไม่อยู่
“โทรมาดุด้วยนะ ไม่ใช่โทรมาชวนไปกินข้าว” จอยเตือน
“ฉันรู้แล้วน่า” เธอทำปากยื่น “แต่ถ้าเขาไม่สนใจเลย เขาจะเสียเวลาโทรมาทำไมล่ะ”
“เขาโทรมาเพราะแกส่งกาแฟไปให้ต่างหาก” บาสตัดบท “อย่ามโนจนลืมเหตุผลจริง ๆ ของสายโทรศัพท์ล่ะ”
พะแพงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“อือ ฉันรู้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะเลิกชอบเขาสักหน่อย”
“แล้วเรื่องส่งของล่ะ” กิ๊บถามอย่างจริงจังขึ้น “เขาบอกไม่ชอบไม่ใช่เหรอ”
พะแพงก้มมองถุงยาที่ถืออยู่ในมือ แล้วถอนหายใจแผ่ว ๆ
“ก็… ฉันจะไม่ส่งแล้วไง”
เพื่อนทั้งสามหันมามองพร้อมกัน เหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกหรือเปล่า
“พะแพงคนเดิมพูดจริงหรือเปล่าเนี่ย” จอยถาม
“จริงสิ ฉันแสบก็จริง แต่ไม่ใช่คนที่ฟังคำว่าไม่แล้วจะทำเป็นไม่ได้ยินตลอดเวลาหรอกนะ” เธอย่นจมูก “เขาบอกไม่ให้ส่ง ฉันก็ไม่ส่ง แค่นี้เอง”
“โอ้โห มีพัฒนาการ” บาสยกนิ้วให้
“แต่ไม่ได้แปลว่าห้ามฉันคุยกับเขานี่นา” พะแพงรีบเสริม ดวงตากลับมาวาววับ “ถ้าเจอกันต่อหน้า ฉันก็ยังทักได้ตามปกติใช่ไหม”
“ถ้าทักตามปกติจริง ๆ ก็ได้” จอยย้ำ “ไม่ใช่ทักสามประโยคแล้วถามว่าเขาอยากมีลูกกี่คน”
“ฉันจะถามเรื่องที่เหมาะสมกว่านั้น”
“เช่นอะไร”
“เช่น… หมอชอบกินกาแฟแบบไหน”
“นั่นก็เรื่องกาแฟอีกแล้ว!” เพื่อนทั้งสามพูดขึ้นพร้อมกัน
พะแพงหัวเราะคิกคัก ก่อนเดินไปยังเคาน์เตอร์ศูนย์ศัลยกรรมชั้นสี่ พยาบาลแก้วตาเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มคนไข้ พอเห็นทั้งกลุ่มก็ยิ้มทักอย่างคุ้นเคย
“คุณพะแพง มาล้างแผลตามนัดใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะพี่แก้วตา วันนี้หนูมาตรงเวลาเป๊ะเลยนะคะ”
“ดีมากค่ะ เชิญนั่งรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวพี่เรียกเข้าไปทำแผลให้”
“แล้วคุณหมอแทนคุณล่ะคะ” พะแพงถามออกไป ก่อนจะทำตาโตเมื่อจอยสะกิดแขน “เอ่อ… หนูหมายถึงวันนี้หมอเป็นคนตรวจด้วยหรือเปล่าคะ”
แก้วตาหัวเราะเบา ๆ อย่างรู้ทัน แต่ก็ไม่ได้แซวให้เธอเขินไปมากกว่านั้น
“คุณหมอติดประชุมกับทีมศัลยกรรมอยู่ค่ะ วันนี้พี่ทำแผลให้เหมือนเดิมนะคะ”
“อ๋อค่ะ” พะแพงพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ “หนูมาล้างแผล ไม่ได้มาหาคุณหมอสักหน่อย”
“พี่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะคะ”
“นั่นสิคะ” กิ๊บเสริมอย่างขำ ๆ “แต่เจ้าตัวสารภาพเองแล้ว”
“กิ๊บ!” พะแพงหันไปแหวใส่เพื่อน
ไม่นานพยาบาลก็เรียกชื่อ เธอเดินเข้าไปในห้องทำแผลโดยมีจอยตามไปนั่งรอเป็นเพื่อน ส่วนบาสกับกิ๊บนั่งเฝ้าอยู่ด้านนอก พยาบาลแก้วตาค่อย ๆ แกะผ้าก๊อซออกและตรวจดูรอยเย็บอย่างระมัดระวัง
“แผลแห้งดีขึ้นมากเลยค่ะ ไม่มีบวมแดงนะคะ”
พะแพงพยักหน้า ระหว่างที่พยาบาลใช้สำลีชุบน้ำเกลือทำความสะอาด เธอพยายามนั่งนิ่ง ไม่ส่งเสียงร้องเหมือนวันแรก แต่พอสำลีแตะบริเวณขอบแผลก็เผลอสูดปากเบา ๆ
“แสบเหรอคะ”
“นิดเดียวค่ะ หนูทนได้”
“วันนี้เก่งขึ้นเยอะเลยนะคะ”
“ก็มีคนเคยบอกให้หนูอดทนหน่อยนี่คะ” พะแพงยิ้มบาง ๆ “หนูจำได้ค่ะ”
แก้วตาเหลือบมองเธอ ก่อนยิ้มอย่างเอ็นดู
“คุณหมอแทนคุณพูดแบบนั้นเหรอคะ”
“ค่ะ ตอนเย็บแผลวันแรก” พะแพงตอบ แล้วรีบเสริม “แต่หนูไม่ได้คิดอะไรเกินเลยนะคะ แค่จำได้เฉย ๆ”
“พี่ก็ยังไม่ได้ถามเลยค่ะ”
จอยหลุดหัวเราะจากเก้าอี้ด้านข้าง พะแพงจึงหันไปมองค้อนใส่เพื่อน
“พี่แก้วตาคะ เมื่อกี้คุณหมอโทรหาหนูด้วยค่ะ” เธออดเล่าไม่ได้ “โทรมาดุเรื่องกาแฟ”
“อ๋อ คุณหมอคงอยากให้หยุดส่งของจริง ๆ ค่ะ” แก้วตาตอบอย่างนุ่มนวล “ถ้าเขาขอแบบนั้น คุณพะแพงก็ทำตามที่ตกลงกันไว้นะคะ”
“หนูทำตามแล้วค่ะ ไม่ส่งแล้ว” พะแพงพยักหน้า “หนูไม่อยากทำให้หมอลำบากใจ”
“ดีแล้วค่ะ เรื่องจีบกันค่อยว่ากัน แต่เรื่องแผลต้องดูแลตามนัดก่อนนะคะ”
“หนูรับทราบค่ะ”
แก้วตาเปลี่ยนผ้าก๊อซแผ่นใหม่และติดเทปให้เรียบร้อย ก่อนบอกให้พะแพงรักษาแผลให้แห้งและกลับมาตามวันที่กำหนด เธอลุกจากเตียง หันไปขอบคุณพยาบาลด้วยรอยยิ้ม
“เรียบร้อยแล้วค่ะ วันนี้กลับบ้านได้ ระวังอย่าแกะผ้าก๊อซเองนะคะ”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่แก้วตา”
พะแพงกับจอยเดินออกมาหน้าเคาน์เตอร์ บาสกับกิ๊บรีบลุกขึ้นถามอาการ เธอยกนิ้วโป้งให้เป็นสัญญาณว่าไม่มีอะไรน่าห่วง
“แล้วหมอแทนคุณล่ะ ได้เจอไหม” บาสถาม
“ไม่เจอ เขาประชุมอยู่”
“งั้นกลับเลยไหม”
“กลับสิ ฉันไม่ได้จะไปเคาะห้องประชุมสักหน่อย” เธอทำเสียงงอน “วันนี้มาล้างแผลจริง ๆ นะ”
ทั้งสี่คนกำลังจะเดินไปยังลิฟต์ แต่ประตูห้องประชุมที่อยู่ไม่ไกลก็เปิดออกเสียก่อน กลุ่มแพทย์ทยอยเดินออกมา ตามด้วยชายหนุ่มในเสื้อกาวน์ที่พะแพงจำได้ขึ้นใจ
