บทที่ 7 บทที่ 7 คนไข้ดีเด่น
บทที่ 7 คนไข้ดีเด่น
แทนคุณกำลังฟังรายงานจากแพทย์อีกคน เขาพยักหน้าเป็นระยะ ก่อนสายตาจะเหลือบมาเห็นพะแพงกับเพื่อนๆ ที่ยืนอยู่ตรงโถงทางเดิน
พะแพงยิ้มให้เขาอย่างเปิดเผย แต่ไม่ได้รีบเดินเข้าไปหา
แทนคุณหยุดพูดกับเพื่อนร่วมงานเพียงชั่วครู่ ก่อนเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“มาทำอะไรที่นี่ครับ”
“มาล้างแผลตามนัดค่ะ” พะแพงตอบ “พี่แก้วตาทำให้เรียบร้อยแล้ว แผลดีขึ้นค่ะ”
เขามองผ้าก๊อซบริเวณขมับเธออย่างรวดเร็ว
“มีปวด บวม หรือเลือดซึมไหม”
“ไม่มีค่ะ แค่แสบตอนเช็ดนิดหน่อย”
“ถ้ามีอาการผิดปกติให้แจ้งพยาบาล อย่าแกะผ้าปิดแผลเอง”
“รับทราบค่ะคุณหมอ”
คำตอบของเธอเป็นทางการเกินกว่าทุกครั้งจนแทนคุณขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเหลือบมองเพื่อนทั้งสามที่ยืนอยู่ข้างหลัง แล้วหันกลับมาหาพะแพง
“แล้วเรื่องกาแฟ…”
“หนูจะไม่ส่งแล้วค่ะ” เธอตอบทันที “หมอบอกว่าไม่ชอบ หนูก็ไม่ส่ง หนูขอโทษที่ทำให้วุ่นวายนะคะ”
แทนคุณนิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนเตรียมคำตำหนิไว้แต่ไม่คิดว่าเธอจะพูดขอโทษตรง ๆ
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณรู้สึกไม่ดี”
“หนูไม่ได้รู้สึกไม่ดีค่ะ แค่… เข้าใจแล้วว่าหมอไม่ชอบจริง ๆ” พะแพงยิ้มบาง ๆ “ส่วนประโยคที่ว่าหมอไม่ชอบหนูนั่น หนูจะพยายามไม่เอามาคิดเข้าข้างตัวเองแล้วค่ะ”
มุมปากของแทนคุณขยับน้อย ๆ แต่เขากลับกลบเกลื่อนด้วยการกระแอม
“ก็ดีครับ”
“แต่ถ้าเจอกัน หนูทักหมอได้ใช่ไหมคะ”
“ถ้าทักเรื่องปกติก็ได้ครับ”
“แล้วถ้าบอกว่าหมอหล่อ…”
“ไม่ต้องครับ”
“โอเคค่ะ งั้นหนูจะเก็บไว้คิดคนเดียว”
บาสหลุดหัวเราะออกมา กิ๊บกับจอยรีบทำเป็นไอเพื่อกลบเสียง ส่วนแทนคุณปรายตามองพวกเขาเหมือนเตือนว่าอย่าช่วยกันเติมเชื้อไฟ
“กลับบ้านได้แล้วครับ อย่ายืนขวางทางเดิน” เขาหันไปพูดกับพะแพง
“ค่ะคุณหมอ” เธอรับคำ ก่อนจะเดินถอยหลังไปสองก้าว “ขอบคุณที่โทรมานะคะ”
“ผมโทรไปดุคุณต่างหาก”
“หนูรู้ค่ะ แต่ก็ยังดีใจอยู่ดี”
พะแพงยิ้มหวานแล้วหมุนตัวเดินตามเพื่อน ๆ ไปทางลิฟต์ คราวนี้เธอไม่หันกลับไปมองจนกว่าจะถึงประตู แต่หัวใจกลับเต้นรัวตั้งแต่ได้ยินเสียงเขาอีกครั้ง
แทนคุณยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองตามกลุ่มนักศึกษาจนประตูลิฟต์ปิดลง
“คนไข้รู้จักเหรอครับ” แพทย์รุ่นน้องที่ยืนรออยู่ถาม
“คนไข้เก่าครับ” เขาตอบสั้น ๆ แล้วหยิบแฟ้มขึ้นมาถือ “ไปต่อได้แล้ว”
เขาก้าวกลับไปทางห้องทำงาน แต่คำว่า ‘หนูจะไม่ส่งแล้วค่ะ’ กลับวนอยู่ในหัวอย่างประหลาด เขาควรจะโล่งใจที่ความวุ่นวายจะจบลงตามที่ต้องการ ทว่าทำไมบรรยากาศหน้าเคาน์เตอร์ถึงดูเงียบกว่าปกติเมื่อไม่มีเสียงของเธออยู่ใกล้ ๆ
ด้านในลิฟต์ พะแพงยืนกอดถุงยาไว้แนบอก เพื่อนทั้งสามมองหน้าเธอพร้อมรอยยิ้มล้อเลียน
“ไหนบอกไม่คิดเข้าข้างตัวเองแล้วไง” จอยถาม
“ฉันก็ไม่ได้คิดแล้วนี่”
“แล้วทำไมยิ้มไม่หุบ” กิ๊บเสริม
พะแพงก้มมองถุงยาในอ้อมแขน ก่อนยิ้มกว้างกว่าเดิม
“ก็วันนี้ฉันทำตามที่เขาขอแล้วไง ถ้าเขายังอยากเห็นหน้าฉันอีก คราวนี้ก็ต้องเป็นเพราะเขาอยากเห็นเองบ้างแล้วล่ะ”
บาสส่ายหน้าอย่างเอือมระอา แต่ก็หลุดยิ้มตามเพื่อน
ส่วนพะแพงยังคงมั่นใจว่าแผนจีบหมอยังไม่จบ เพียงแค่เปลี่ยนจากชานมกับกาแฟ มาเป็นการค่อย ๆ ทำให้เขารู้จักตัวจริงของเธอเท่านั้น
“ถ้าเขายังอยากเห็นหน้าฉันอีก คราวนี้ก็ต้องเป็นเพราะเขาอยากเห็นเองบ้างแล้วล่ะ”
ประโยคของพะแพงยังลอยอยู่ในหัวเพื่อนทั้งสาม แม้เวลาจะผ่านไปจนรถของบาสเลี้ยวเข้าจอดหน้าคอนโดของเธอแล้วก็ตาม
“ลงได้แล้ว คนไข้สามเข็ม” บาสเคาะพวงมาลัยเรียก “ถึงบ้านแล้วครับ ไม่ต้องให้หมอแทนคุณมาอุ้มลงนะ”
“ใครจะให้เขามาอุ้มกัน” พะแพงปลดเข็มขัดนิรภัย ทำเสียงขึ้นจมูก “ฉันเดินเองได้ แข็งแรงมาก แผลก็ไม่ได้เจ็บแล้วด้วย”
“เมื่อกี้ตอนพยาบาลเช็ดแผล ใครสูดปากดังฟืด ๆ” จอยถามจากเบาะข้าง
“นั่นมันสะดุ้งค่ะ ไม่ได้เจ็บ”
“จ้า สะดุ้งจนหลับตาปี๋เลยเนอะ” กิ๊บหัวเราะ
พะแพงรีบเปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะหันกลับมาชี้หน้าเพื่อนทั้งสามคน
“พรุ่งนี้พวกแกห้ามพูดถึงหมอแทนคุณอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงนะ ฉันจะได้พักหัวใจบ้าง”
“แล้วพวกฉันต้องเริ่มนับจากตอนนี้หรือพรุ่งนี้เช้า” บาสถาม
“เริ่มตอนนี้เลย!”
เธอปิดประตูรถดังปัง เพื่อนทั้งสามหัวเราะตามหลัง ขณะที่พะแพงเดินเข้าคอนโดไปด้วยท่าทีเชิดหน้า ทว่าในใจกลับเผลอนึกถึงชายหนุ่มในเสื้อกาวน์อีกครั้ง
อย่างน้อยวันนี้เธอก็ทำตามที่เขาขอแล้ว ไม่ส่งกาแฟ ไม่ส่งขนม และไม่ได้เดินไปเคาะห้องประชุมเพื่อหาเรื่องคุย เธอมาล้างแผลตามนัด ทำแผลเสร็จก็กลับบ้าน นั่นแหละ… เป็นคนไข้ดีเด่นที่น่าจะได้ดาวสักดวง
แต่เธอก็ยังอยากเจอเขาอยู่ดี
พะแพงส่ายหน้าไล่ความคิด ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความจากกลุ่มงานที่เด้งเข้ามารัว ๆ งานถ่ายทำวิชาหนึ่งถูกเลื่อนกะทันหัน อาจารย์ต้องการให้ทีมของเธอเตรียมบทนำเสนอใหม่ในคาบเช้าวันถัดไป เธอถอนหายใจแล้วรีบเปิดไฟล์งาน
“ชีวิตนักศึกษานิเทศฯ ไม่เคยง่าย” เธอบ่นกับตัวเอง “แต่ถ้าฉันตั้งใจทำงานให้ดี หมอแทนคุณต้องเห็นว่าฉันไม่ได้มีดีแค่ปากแน่”
พะแพงนั่งแก้บทจนดึก จอยส่งข้อความมาถามว่ากินข้าวหรือยัง เธอจึงเพิ่งรู้ว่าลืมกินมื้อเย็นไปเสียสนิท หญิงสาวหัวเราะกับตัวเอง ก่อนสั่งอาหารง่าย ๆ มากินแล้วทำงานต่อจนเสร็จ
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอไปเรียนตามปกติ ระหว่างพักคาบกิ๊บยื่นขนมปังมาให้ ส่วนบาสส่งรูปกาแฟที่ซื้อมาให้ทั้งกลุ่มดู
“กาแฟอะไร” พะแพงเหลือบมองรูป
“อเมริกาโน่เย็น ไม่ใส่น้ำตาล” บาสตอบ “จะได้ไม่ทำให้ใครเป็นเบาหวานทางอ้อม”
“เลิกแซวเรื่องกาแฟได้แล้ว ฉันไม่ได้ส่งไปให้หมอแล้วไง”
“พวกฉันไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แค่กลัวแกเห็นร้านกาแฟแล้วมือสั่นจนกดสั่งผิด” จอยยิ้มกวน
พะแพงยกมือทำท่าจะตี แต่หยุดไว้กลางอากาศเมื่อเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้น เธอก้มมองหน้าจอ เป็นข้อความเตือนนัดติดตามแผลจากระบบโรงพยาบาลในอีกสองวัน
“นัดหน้าอีกสองวัน” เธออ่านออกเสียง
“ก็ไปตามนัด” กิ๊บพูด “อย่าไปก่อนวันนัด แผลไม่ได้มีอะไรแล้ว เดี๋ยวหมอเขาคิดว่าแกหาเรื่องมาโรงพยาบาลจริง ๆ”
“ฉันไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว” พะแพงตอบทันที แต่สายตายังค้างอยู่ที่ชื่อโรงพยาบาลบนหน้าจอ “ฉันจะไปตามนัดเท่านั้น”
“ดีมากค่ะ คนไข้ดีเด่น” จอยยกนิ้วโป้งให้
