บทที่ 11 Chapter 11

"คุณเพธาคุณมาทานข้าวเหรอครับ"

"ใช่..แต่ผมอยากรู้ว่าเมื่อกี้คุณว่าให้ใคร" ถึงแม้จะได้ยินไม่ถนัดมากเพราะเขายืนอยู่ด้านหลัง แต่ก็พอจับใจความได้ว่ามันเป็นประโยคที่ดูถูก

"อย่าบอกนะครับว่าคุณมากับ.." พิทักษ์ถามด้วยสายตาที่กรอกมองมาดูโต๊ะนั้น

"พอเถอะค่ะพ่อ"

กวินที่ยังคงนั่งอยู่ทีแรกไม่ได้มองด้วยซ้ำ แต่พอเธอพูดประโยคนั้นเขาถึงได้หันมองไปดู..รู้ว่าที่เธอห้ามคงเพราะช่วยพ่อ

"ผมไม่รู้ว่าคุณเพธา.."

"พ่อคะ!"

"อะไรของลูกคนนี้นี่"

"พ่อไม่ออกไปใช่ไหมคะ ถ้างั้นม่านไปเอง" เธอรู้จักพ่อดีกว่าใคร ทุกครั้งเธอถึงต้องตัดปัญหาโดยการเดินหนีไป

พอม่านฟ้าออกไป พิทักษ์ถึงได้ตามออกไปด้วย ส่วนน่านฟ้ายังคงนั่งทานข้าวต่อ เพราะเขาตั้งใจจะมาทานข้าว อยู่แล้ว

ทีแรกว่าจะทานข้าวให้อร่อย วันพุธก็อดสงสารกวินไม่ได้ เพราะเธอได้ยินชัดเลยว่าเจ้าของโรงแรมดูถูกเขา

"ทานสิครับ" กวินเห็นเพธาและวันพุธมองดูตัวเองแบบสงสารมันก็ยิ่งทำให้สมเพชตัวเองมาก ที่เขาไม่โต้ตอบเพราะอยากรู้ว่าคนคนหนึ่งจะดูถูกอีกคนได้มากแค่ไหน และอยากรู้เหมือนกันว่า เธอจะคอยช่วยพ่อที่คอยแต่ดูถูกคนอื่นแบบนี้เรื่อยไปเหรอ

หลังทานข้าวเสร็จ เขาก็ออกมาถามพนักงานเรื่องที่จองห้องจัดเลี้ยงต้อนรับลูกค้าจากต่างประเทศ

"เราจะย้ายโรงแรม" เพธาพูดเปรยขึ้น

"ไม่ต้องหรอก ลูกค้าชอบโรงแรมนี้"

"คุณไหวแน่นะ"

"เรื่องแค่นี้เอง"

หลังจากที่คุยเรื่องห้องจัดเลี้ยงเสร็จทั้งสามก็เดินออกมา จังหวะนั้นม่านฟ้าที่ออกมาส่งลูกค้า VIP กำลังเดินเข้าไปพอดี

ม่านฟ้าหยุดพร้อมกับสายตาที่มองกวิน ริมฝีปากเธอยิ้มให้เล็กน้อย ทีแรกคิดว่าเขาจะมองมาแต่เขากลับไม่ได้มอง

เพธาเดินมาด้วยกันทำไมจะไม่เห็น ถ้าเขาเห็นกวินก็ต้องเห็นสิว่าผู้หญิงยิ้มให้ แล้วทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไร "........." หรือว่าที่กวินมาทานข้าวที่นี่บ่อยๆ เพราะแบบนี้

ใช้เวลาขับรถร่วมชั่วโมงกว่าจะกลับมาถึงบ้านพักที่โรงงาน พอมาถึงกวินก็ขอตัวขึ้นห้อง

รอยยิ้มที่เธอส่งมาให้ทำไมเขาจะไม่เห็น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มองตรงๆ แต่ก็ยังอยู่ในระยะที่สายตามองเห็น

แอบมารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้มองและยิ้มตอบเธอไป

ผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง แม้แต่จะทำเรื่องอย่างว่าก็ยังทำเองไม่เป็น แต่วันนั้นเหมือนว่าเธอต้องการมันมาก มากจนขอร้องให้เขาช่วยปลดปล่อย สิ่งนี้แหละที่ทำให้เขาลืมเธอไม่ลง และก็เป็นเธออีกนั่นแหละที่ขอร้องให้เขาจดทะเบียนสมรสด้วย แต่หลังจากเหตุการณ์พวกนั้นผ่านไป มันก็เหมือนว่าไม่มีอะไรอีกเลยระหว่างเธอและเขา ทุกอย่างมันคืออะไรกันแน่ แล้วเขาต้องทำยังไง ตอนที่คิดถึงเธอเขาทำอะไรได้บ้าง อย่างเช่นเวลานี้ รอยยิ้มหวานๆ รอยจูบหวานๆ นั้น มันทำให้เขาแทบบ้าอยู่แล้ว

วันต่อมาที่สนามบิน..วันนี้กวินมารับลูกค้าด้วยตัวเอง

"ยินดีต้อนรับครับ" กวินสื่อสารกับลูกค้าด้วยภาษาอังกฤษ แต่ถ้าเป็นดอกเตอร์พันไมล์เขาจะพูดภาษาของลูกค้าเลย

"ดีใจที่ได้เจอกันอีกครับ" ลูกค้าชุดเดิมที่เคยมาร่วมลงทุนกับโรงงาน เรื่องที่จัดส่งไม้เนื้อดีไปให้ต่างประเทศ ลูกค้าที่สั่งซื้อต่อถูกใจมาก ก็เลยต้องการอยากร่วมลงทุนเป็นกิจจะลักษณะ

"พวกคุณเดินทางมาเหนื่อยๆ ผมว่าไปพักโรงแรมก่อนดีไหมครับ"

"ดีเหมือนกันครับ ใช่โรงแรมเดิมไหม"

"ใช่แล้วครับ"

"โรงแรมนี้เจ้าของสวยมาก" ประโยคนี้ลูกค้าเหมือนว่าพูดกับกลุ่มที่มาด้วยกัน แต่พอกวินได้ยินแล้วก็แอบไม่พอใจ ..แต่เขาก็ไม่ได้แสดงกิริยาไม่ดีออกมา

[โรงแรมม่านฟ้า]

พอรถจอดพนักงานโรงแรมต่างก็ออกมาต้อนรับ

ม่านฟ้าที่กำลังทำงานอยู่แถวนั้น มองออกไปเห็นกรุ๊ปทัวร์ก็รีบเข้ามาดูว่าเป็นกรุ๊ปไหน

"ฉันคิดว่าจะเข้าโรงงานก่อน" เธอแพลนเวลาไว้แล้ว กว่าลูกค้ากรุ๊ปนี้จะมาถึงโรงแรมก็คงเย็น แต่นี่เพิ่งช่วงบ่ายโมงกว่าเอง

"ลูกค้าเดินทางมาเหนื่อยอยากจะพักผ่อนก่อน" กวินเป็นคนตอบเพราะมันเกี่ยวกับงาน

"สวัสดีครับคุณเจ้าของโรงแรมคนสวย คุณจำพวกผมได้ไหมครับ"

"จำได้สิคะ ขอบคุณมากนะคะที่กลับมาใช้บริการโรงแรมของเราอีกครั้ง"

ขณะที่เธอพูดคุยกับลูกค้าต่างประเทศ สายตากวินจับจ้องที่ริมฝีปากงามนั้นไม่กระพริบเลย

"ลูกค้าจะขึ้นไปพักเลยไหมคะหรือว่าจะทานอาหารก่อน..คุณกวินคะ" ม่านฟ้าก็เห็นอยู่ว่ากวินมองมา แต่ถามทีแรกทำไมเหมือนเขาไม่ได้ยิน

"อะไรนะครับ" เขามัวแต่จ้องหน้าเธอจนลืมฟังสิ่งที่เธอถาม

"ม่านถามว่าลูกค้าจะทานข้าวก่อนหรือว่าจะขึ้นไปพักผ่อนก่อนคะ"

พอถามลูกค้าก็ได้ความว่าขอขึ้นไปพักก่อน

ม่านฟ้าก็เลยพาลูกค้าของโรงงานอิทธิพลค้าไม้มายืนรอลิฟต์เพื่อขึ้นชั้นบน แต่พอประตูลิฟต์เปิดออกก็เห็นว่าพ่อของเธออยู่ในนั้น

"หน้าที่นี้พ่อให้ผู้จัดการทำไม่ใช่เหรอ" ขณะที่พูดสายตาพิทักษ์จ้องหน้ากวินไม่กระพริบตา เพราะมันยืนอยู่ข้างๆ ลูกสาว

"เชิญคุณลูกค้าเข้าลิฟต์ได้เลยค่ะ" ม่านฟ้าไม่ได้ตอบพ่อแต่หันไปเชิญกลุ่มลูกค้า

"แล้วนี่โรงงานอิทธิพลไม่มีใครให้มาดูลูกค้าแล้วเหรอ ทำไมต้องเป็นนาย"

"พ่อคะ" ถึงแม้ม่านฟ้าจะยุ่งกับลูกค้าอยู่แต่ก็พอได้ยินที่พ่อพูด

"ส่งลูกค้าแค่นี้ก็กลับได้แล้วไม่ต้องขึ้นไปหรอก" แต่พิทักษ์ไม่ได้สนใจลูกสาวยังคงหันมาพูดกับกวิน

"คุณไม่ต้องสนใจพ่อนะคะ ตามฉันมาค่ะ" เธอส่งลูกค้าขึ้นลิฟต์ทั้งสองตัวไปพร้อมพนักงานแล้ว แต่ถ้าจะยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อรอลิฟต์รอบต่อไปพ่อคงไม่ปล่อยเขาแน่ ม่านฟ้าก็เลยพาเขามาขึ้นบันไดเพื่อไปรอลิฟต์ที่ชั้นอื่น

"ไปตามผู้จัดการทับทิมมา" พอทั้งสองไปแล้วพิทักษ์ก็สั่งพนักงานที่อยู่แถวนั้น เพราะคิดว่าคุยกับผู้จัดการเข้าใจแล้ว แต่ทำไมลูกสาวยังต้องมาต้อนรับลูกค้ากลุ่มนี้อีก

กวินที่เดินตามหลังอดมองดูสะโพกงามเวลาก้าวขึ้นบันไดไม่ได้ เวลาที่พาลูกค้าเดินขึ้นบันไดลูกค้าพวกนั้นจะมองเธอแบบนี้ไหมเนี่ย

"โอ๊ย" ม่านฟ้าหันมองมาด้านหลังเห็นสายตาที่เขามองก็รู้สึกอายจนก้าวพลาด แต่โชคดีที่กวินรับไว้ได้ทัน "ขอบคุณค่ะ"

"ทีหลังถ้าจะใส่รัดขนาดนี้ก็ไม่ต้องขึ้นบันได เห็นไหมว่ามันอันตราย"

"รู้แล้ว ปล่อยได้หรือยัง" เธอก็รู้อยู่ว่าใส่กระโปรงรัดรูปมาก ตอนก้าวขึ้นบันไดก็เลยก้าวไม่ค่อยถนัดด้วย แต่ถ้าไม่มีใครมองสะโพกเวลาเธอก้าวแล้วเธอจะพลาดไหม "ปล่อยค่ะ" หญิงสาวหันมองสบตาอีกฝ่ายเพราะเขาไม่ยอมปล่อยเธอออก

"คืนนี้ผมขอค้างที่นี่ด้วยได้ไหม"

** ดอกจันหมายถึงพวกเขากำลังพูดภาษาต่างประเทศอยู่นะคะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป