บทที่ 8 Chapter 8
"มาหาพ่อทางนี้สิลูก"
ม่านฟ้าลอบถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปหาพ่อ
"สวัสดีท่านรัฐมนตรีสิลูก"
"สวัสดีค่ะ" หวังว่าคงไม่ใช่ท่านนะ ลูกสาวเริ่มระแวงพ่อ แต่ท่านรัฐมนตรีก็มีครอบครัวแล้ว พ่อไม่สนับสนุนให้คบคนที่มีครอบครัวนี่ หรือว่าท่านจะเปลี่ยนอุดมคติใหม่?
"นี่หรือลูกสาวของคุณพิทักษ์ หน้าตาสะสวยเหมือนแม่ไม่มีผิด"
"ขอบคุณท่านมากครับ ถ้าคุณปทุมวันได้ยินนี่คงยิ้มหน้าบานแน่เลย" ส่วนมากภรรยาของพิทักษ์จะเป็นแม่บ้าน นางไม่ค่อยอยากออกงานถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
"น่านฟ้ามาหาพ่อทางนี้หน่อยลูก"
"?" ม่านฟ้าตกใจมากเมื่อได้ยินชื่อนี้
"ครับพ่อ"
ขณะที่ลูกชายท่านรัฐมนตรีเดินเข้ามาสายตาเธอยังคงจับจ้องใบหน้านั้น ถึงแม้ว่าก่อนเริ่มงานจะเห็นเขามาแล้วครั้งหนึ่ง
"น่านฟ้า ม่านฟ้า ชื่อคล้ายกันมากเลยครับ" เข้าทางพิทักษ์เลย
"สวัสดีคุณพิทักษ์สิลูก"
"สวัสดีครับ"
"ส่วนคนนี้ก็น้องม่านฟ้าไง"
"สวัสดีครับคุณม่าน"
"เราเคยรู้จักกันไหมคะ"
"ก็ตอนเข้างานไงครับ"
ไม่ใช่ตอนนั้น..ทำไมเธอไม่คุ้นหน้าเขาแต่กลับคุ้นชื่อ
"ทักทายพี่เขากลับสิลูก"
"สวัสดีค่ะ" สายตาม่านฟ้ามองจ้องเข้าไปในดวงตาคมคู่นั้น เพื่อค้นหาอะไรบางอย่างในตัวผู้ชายคนนี้
"ผมมีขี้ตาเหรอครับ"
"ฮ่าาา ดูเด็กเขาพูดหยอกล้อกันสิ" ผู้ใหญ่ทั้งสองเริ่มมีรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าเด็กๆ ดูจะเข้ากันได้ดี
"ผมว่าปล่อยให้เด็กๆ คุยกันดีกว่า" คิดว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว พิทักษ์ก็เลยเริ่มเปิดทางให้
"ฉันไม่ได้หมายถึงตอนเข้างานค่ะ ฉันหมายถึงก่อนหน้านี้เราเคยรู้จักกันไหม"
"ไม้นี้คุณไม่ต้องใช้กับผมหรอกครับ เพราะคุณผ่านแล้ว" น่านฟ้าหมายถึงว่าแผนที่แกล้งทำเป็นว่ารู้จักกันมาก่อนเพื่อที่จะชวนคุยต่อ เขาให้เธอผ่าน..ถ้ามีการต่อแถวกันเธอคงได้อยู่หน้าสุดแล้วเวลานี้
ในเวลาเดียวกันนั้นที่หน้างาน.. ผู้ชายคนที่เธอโทรไปขอความช่วยเหลือ และตอนนั้นเขายังไม่เลิกงานด้วยซ้ำ เพราะต้องเคลียร์งานที่ตัวเองทำค้างไว้ในหลายวันให้เสร็จ แต่พอเธอโทรไปเขาก็ทิ้งงานทุกอย่างแล้วรีบขับรถมาหา
"มาทำไม" พิทักษ์มองเห็นมาแต่ไกลก็รีบออกมาขวางไว้
"สวัสดีครับคุณพ่อ"
"ใครเป็นพ่อของนาย"
"ผมมาหาคุณม่านครับ"
"เหอะ! ลองมองเข้าไปดูในงานสิ คิดว่าลูกสาวของฉันอยากคุยกับนายงั้นเหรอ"
กวินมองเข้าไปตามคำพูดของท่าน และสิ่งที่เขาเห็นคือเธอยืนคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่ท่าทางภูมิฐานมาก
"หรือว่าฉันอาจจะจำผิดคน เราอาจจะไม่เคยรู้จักกันก็ได้ค่ะ"
"แต่ผมอยากรู้จักคุณนะ"
"เรารู้จักกันแล้วนี่ไงคะ ฉันชื่อม่านฟ้า"
"ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้"
"นายรู้ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นลูกของใคร"
กวินทำแค่ยืนมองเข้าไปโดยไม่ได้พูดตอบโต้อะไรพ่อของเธอเลย
"ฉันบอกเอาบุญก็ได้ว่านั่นคือลูกชายของท่านรัฐมนตรี"
"แล้วไงครับ" ทีแรกคิดว่าจะไม่แล้วเชียว แต่พอคิดได้ว่าเธอเป็นคนโทรหาเขาเอง เธอก็คงต้องการความช่วยเหลือสิ
"แล้วไงงั้นเหรอ คิดว่าคนแบบฉันจะเลือกผู้จัดการต๊อกต่อยหรือเลือกลูกชายรัฐมนตรีล่ะ"
"......." มองออกไปก็เห็นว่าพ่อกำลังยืนคุยกับเขาอยู่ หญิงสาวรีบขอตัว
"มีอะไรหรือเปล่าครับ ให้ผมช่วยไหม" น่านฟ้าก็มองตามสายตาเธอเช่นกัน
"ไม่ต้องหรอกค่ะเชิญคุณร่วมงานตามสบายเลยนะคะ" พูดจบหญิงสาวรีบเดินออกไป
พิทักษ์มองไปเห็นว่าลูกสาวกำลังเดินมา ก็เลยกัดฟันพูดกับกวินเบาๆ และประโยคนั้นมันก็ทำให้กวินคิดว่าตัวเขาเองต่ำต้อยมากเลยเหรอ ถึงต้องดูถูกกันขนาดนี้
"มาแล้วเหรอคะ"
"ครับ"
"ตามฉันมาค่ะ"
"ลูกจะไปไหน"
"ม่านนัดคุณกวินมาทานข้าวเย็นด้วยกันค่ะพ่อ"
"แต่ลูกกำลังติดงานเลี้ยงท่านรัฐมนตรีอยู่" ประโยคนี้พิทักษ์เน้นให้อีกคนได้ยิน
"พ่อก็อยู่นี่ ไม่ใช่เหรอคะ"
"พ่อไม่ให้เราไปนะ"
"ไม่ได้หรอกค่ะพ่อ ม่านนัดทานข้าวกับคุณกวิน และตอนนี้เขาก็มาแล้วด้วย"
"ก็ให้มันไปหากินเศษอาหารแถวหลังโรงครัวโน่นสิ"
"พ่อ!" หญิงสาวรีบมองไปดูหน้าผู้ชายที่ถูกพ่อดูถูก "คุณอย่าใส่ใจคำพูดของพ่อเลยนะคะ" ม่านฟ้าพูดด้วยใบหน้าที่เปล่งประกายด้วยรอยยิ้ม
และมันก็ได้ผลเขาลืมเรื่องที่ถูกพ่อเธอดูถูกไปได้ชั่วขณะ
"ตามม่านมาค่ะ" มือเรียวเอื้อมไปจูงแขนของเขาให้เดินตามมา และจังหวะนั้นน่านฟ้าที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ก็เห็นแล้วว่าเธอคงจะมีใครสักคนแล้ว แต่สวยขนาดนี้ไม่มีน่ะสิแปลก
"พวกเขาเป็นแค่เพื่อนกันครับ คงมายืมเงินลูกสาวผมอีก" พิทักษ์ห้ามลูกสาวไม่ได้ แต่สามารถเล่นงานอีกฝ่ายหนึ่งได้
"มายืมเงินเหรอครับ"
"พ่อก็บอกแล้วว่าไม่ต้องคบเพื่อนแบบนี้ แต่ลูกสาวพ่อมีเพื่อนไม่ค่อยเยอะ"
"ครับ" ถ้าเป็นแบบนั้นจริงผู้ชายคนนี้คงคบไม่ได้
"ทำไมคุณมาถึงเร็วจังคะ"
"ผมมาทำธุระแถวนี้พอดี" ที่ไหนได้ เหยียบแทบมิด
"แล้วคุณจะไปธุระต่อไหมคะ"
"ทำไมหรือครับ"
"ถ้าคุณยังติดธุระอยู่ก็ไปทำธุระเถอะค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่สละเวลามาให้"
"ผมเสร็จธุระแล้ว"
"เสร็จธุระแล้วหรือคะ"
"เมื่อกี้คุณบอกพ่อว่าจะไปทานข้าวกับผมไม่ใช่เหรอ"
"เอ่อ..ค่ะ"
ม่านฟ้าก็เลยพาเขามาที่ห้องอาหารของโรงแรม
"ขอโต๊ะหนึ่งนะฉันพาเพื่อนมาทานข้าว"
"ได้ค่ะ อ้าวคุณลูกค้าคนนั้นนี่คะ"
"สวัสดีครับ
"รู้จักกันเหรอ" ม่านฟ้าถามพนักงานของโรงแรม
"คุณลูกค้ามาใช้บริการที่ห้องอาหารเราบ่อยค่ะ" นี่แหละเหตุผลที่เขาเข้ามาทานอาหารในเมืองบ่อยๆ บางวันก็พอได้เห็นหน้าเธอบ้าง วันไหนที่ไม่เห็นก็ไม่เป็นไร ได้มาทานข้าวโรงแรมของเธอก็ยังดี
"คุณชอบทานอาหารแบบไหนคะ"
"คุณอยากทานอะไรก็สั่งเถอะครับ"
"ถ้างั้นเดี๋ยวม่านจะแนะนำเมนูเด็ดของห้องอาหารให้นะคะ"
วันนี้คำพูดคำจาของเธอไม่แข็งกระด้างเหมือนทุกวัน มันก็ทำให้เขามีกำลังใจมากขึ้นมาหน่อย
"รายการอาหารทั้งหมดลงบัญชีฉันด้วยนะ" หญิงสาวสั่งพนักงานเสิร์ฟไว้ กลัวว่าตอนเช็คบิลจะมาเช็คกับเขา
"ไม่เป็นไรหรอกครับคืนนี้ผมขอจ่ายเอง"
"ไม่ได้ค่ะ ฉันเป็นคนชวนคุณมา"
กวินก็เลยไม่พูดอะไรเดี๋ยวจะเป็นการโต้ตอบกันไปมา
"ทานนี่สิคะ เมนูนี้เรียกปลาพุงแตก" พูดจบม่านฟ้าก็ตักอาหารจานนั้นวางใส่จานให้กับกวิน
"ขอบคุณครับ"
"ม่านฟ้า" เสียงนี้ดังขึ้นจากทางด้านหลังของม่านฟ้า
"พ่อ?" ม่านฟ้าหันกลับไปมอง ส่วนกวินที่กำลังจะตักอาหารใส่ปาก เขาก็ไม่ได้หยุดเพราะมันเป็นครั้งแรกที่เธอตักส่งมาให้
"คงอร่อยมากเลยสินะ กินเข้าไปเยอะๆ ล่ะ เดี๋ยวไม่ได้กินอีก"
"พ่อพูดอะไร!"
"คุณน่านฟ้าอยากคุยกับลูกต่อ พ่อก็เลยพามาที่นี่"
"ถ้าน้องม่านไม่ว่างก็ไม่เป็นไรครับคุณพ่อ"
"ว่างสิเดี๋ยวน้องก็ว่างแล้ว"
กวินยังคงเคี้ยวอาหารนั้นแล้วก็กลืนลงคอ ถึงแม้ว่ามันจะฝืดมากเขายังพยายามกลืนมันให้ลงไป
"ได้ยินว่าอาหารมื้อนี้ลูกก็เป็นคนเลี้ยงอีกแล้วเหรอ"
"พ่อคะ!" ม่านฟ้ารีบหันกลับมามองหน้าเขา "คุณอย่าสนใจพ่อเลยนะคะ"
"ถ้างั้นพ่อว่าน่านฟ้าก็นั่งทานด้วยกันนี่เลยนะ" มองดูแล้วลูกสาวคงไม่ยอมลุกออกจากโต๊ะนี้ พิทักษ์ก็เลยเลื่อนเก้าอี้ มาข้างๆ ลูกสาวแล้วให้น่านฟ้านั่งตรงนั้น
"ปลาพุงแตกอร่อยมากเลยครับ ผมว่าคุณลองทานบ้างสิ" กวินก็เลยใช้ช้อนที่ตัวเองตักอาหารใส่ปากเมื่อสักครู่ เอื้อมมาตักปลาจานเดียวกันนั้นวางใส่จานให้กับเธอ..
🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
