บทที่ 9 Chapter 9

"ลองชิมดูสิครับ ผมว่าอร่อยดีนะ"

"แก!" พิทักษ์กัดปากกัดฟันพูดพร้อมกับจ้องหน้าของกวิน เพราะที่เขาทำแบบนี้เหมือนหักหน้าตัวเอง

"ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวกล่าวขอบคุณก่อนที่จะใช้ช้อนอีกอันที่วางอยู่ชามของตัวเองตักปลาชิ้นนั้นขึ้นมา..

เพล้ง! พิทักษ์เห็นว่าลูกสาวกำลังจะตักอาหารนั้นใส่ปาก ก็รีบปัดช้อนออกไปจนช้อนหล่นลงพื้นเสียงดัง

"คุณพ่อทำอะไร"

"ลูกไม่เห็นหรือไงว่ามันใช้ช้อนของตัวเองตักมา"

ม่านฟ้าโมโหให้พ่อมาก ดันเก้าอี้ที่นั่งอยู่ลุกขึ้นแล้วก็เดินออกไป เพราะเธอไม่อยากทำกิริยาไม่ดีกับพ่อต่อหน้าคนอื่น

"น่านฟ้าตามน้องไปสิลูก เดี๋ยวทางนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อเอง"

"ผมหรือครับ" น่านฟ้าปรายตามองมาดูผู้ชายอีกคนเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

"ไปเถอะลูก"

"ครับ"

จังหวะนั้นกวินกำลังจะลุกขึ้น แต่ถูกพิทักษ์จับไหล่กดลงนั่งที่เดิม

"อยากกินมากไม่ใช่เหรอ กินเข้าไป!" ว่าแล้วพิทักษ์ก็หยิบอาหารจานนั้นขึ้นมาแล้วก็..

"ว้ายยยย" ลูกค้าที่นั่งอยู่ในห้องอาหารต่างก็ตกใจ หลายคนก็รู้อยู่ว่าพิทักษ์คือเจ้าของโรงแรมแห่งนี้

"อย่ามาเหยียบที่นี่อีก แบบมึงกูไม่ต้อนรับ.." ประโยคนี้พิทักษ์พูดให้กวินได้ยินแค่คนเดียว แล้วก็หันไปสั่งพนักงานให้หาน้ำมาล้างเสนียดจัญไรออกจากห้องอาหารของตัวเอง

กวินที่ตอนนี้ปลาพุงแตกเลอะตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า ค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่

"อาหารบนโต๊ะนี้ราคาเท่าไรครับ" ลุกขึ้นได้เขาก็หันไปถามราคาของอาหาร

"คุณม่านฟ้าให้ลงบัญชีเธอไว้แล้วค่ะ"

"ผมถามว่าอาหารมื้อนี้ราคาเท่าไร" เขายังคงถามแบบใจเย็น

"9,500 บาทค่ะ" ราคานี้รวมกับอาหารอีกหลายๆ อย่างแล้ว

ชายหนุ่มล้วงเอาเงินสดออกมาจากกระเป๋าหนึ่งหมื่นบาทส่งให้กับพนักงาน

"รอสักครู่นะคะ" ได้เงินแล้วพนักงานก็รีบไปเช็คบิลให้ เขายังคงยืนรอเอาเงินทอนที่เหลืออยู่ พอได้ใบเสร็จพร้อมเงินทอนแล้วกวินก็ออกจากห้องอาหารนั้นไป

เช้าวันต่อมา..

"หึหึ ฮ่าาา" พิทักษ์ที่นั่งมองกล้องวงจรปิดถึงกับขำก๊าก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสภาพยังไง ที่เปิดกล้องวงจรปิดเพราะอยากดูผลงานของตัวเอง ว่ามันยังจะกล้ากลับมาที่นี่อีกไหม

ส่วนม่านฟ้าตอนนี้ก็ยังทำงานปกติ เพราะเมื่อวานลูกค้าในโรงแรมเยอะมาก เธอต้องเคลียร์อะไรหลายๆ อย่าง และต้องเตรียมรับมือเผื่อว่าครั้งหน้าลูกค้าจะมาพร้อมกันแบบนี้อีก

เที่ยงกว่าวันเดียวกันนั้นที่โรงงานอิทธิพลค้าไม้..

"ผมมองผิดไปหรือเปล่า..นี่มันก็เที่ยงกว่าแล้วคุณกวินยังไม่ออกไปทานข้าวที่โรงแรมอีกหรือครับ" เพธาแค่พูดหยอกล้อกวิน เพราะวันๆ หอบท้องไปทานข้าวที่โรงแรมบ่อยเหลือเกิน

แต่กวินไม่ได้ตอบ เขายังคงก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ

"มีอะไรหรือเปล่า" เพธาดูผิดสังเกตเพราะกวินเป็นคนชอบพูดชอบเจรจา

"ผมขอทำงานครับ"

"ขอโทษครับที่มากวน" เพธาถึงกับต้องถอยออกมาก่อน "เป็นอะไรของเขาวะ วัยทองหรือเปล่าเนี่ย"

ในเวลาเดียวกันที่โรงแรม..

"ฉันจะสร้างโกดัง เอาไว้เก็บของสำรองเผื่อของในโรงแรมไม่พอจะได้หยิบจับจากที่นี่ไปเสริม" ม่านฟ้าพาช่างมาดูสถานที่หลังโรงแรมเพื่อจะสร้างเป็นโกดังเล็กๆ ขึ้นมาไว้เผื่อเก็บของอีก เพราะถ้าซื้อของมาใหม่จะได้มีที่เก็บ

"แบบนี้แหละพ่อถึงอยากได้ใครสักคนมาช่วยน้องบริหารโรงแรม ถ้าสักวันหนึ่งไม่มีพ่อ น้องเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวด้วย"

"แต่ดูเหมือนว่าคุณม่านฟ้าจะมีคนพร้อมดูแลเธอแล้วนะครับ" เพราะน่านฟ้าเห็นสายตาที่ผู้ชายคนนั้นมองเธอ มันมีแต่ความห่วงใยและรักใคร่ในตัวผู้หญิงคนนี้

"ถ้าหมายถึงไอ้หมอนั่นอย่าไปพูดถึงมันเลย ขนาดตัวมันยังจะเอาไม่รอด แล้วจะเอาปัญญาไหนมาดูแลน้องได้ ถ้าเราพร้อมเมื่อไรให้ผู้ใหญ่ยกขันหมากมาขอได้เลยพ่อยินดียกลูกสาวให้" พิทักษ์นัดน่านฟ้ามาหาตอนเช้า เพราะรู้ว่าลูกสาวจะคุยกับช่างเรื่องก่อสร้าง อยากให้น่านฟ้ามาเห็นว่าลูกสาวตัวเองเอางานเอาการ เหมาะสำหรับเป็นคู่ชีวิต

หลายวันผ่านไป..

ตั้งแต่วันนั้นกวินก็ไม่เข้าโรงแรมอีกเลย และเธอก็ไม่ได้โทรติดต่อมาขอความช่วยเหลือ

"เป็นอะไรของเขา อกหักหรือเปล่า" เพธามองตามหลังกวินที่เดินออกจากบ้านในเช้าวันนี้

"มีอะไรคะ" วันพุธเห็นสามีพูดพึมพำคนเดียว

"ก็คุณกวินน่ะสิ หลายวันแล้วนะที่ไม่ได้ไปทานข้าวโรงแรม"

"ตกลงคุณอยากให้คุณกวินไปทานข้าวไกลๆ หรือไม่ไปทานกันแน่คะ" วันพุธเคยได้ยินสามีพูดให้ฟังบ้าง

"ก็มันดูแปลกนี่"

ออกจากบ้านกวินก็ตรงมาโรงงาน เพราะบ้านพักอยู่ในโรงงาน..

ก๊อก ก๊อก

"กาแฟค่ะ"

"วางไว้"

"สวัสดีค่ะ ฉันเพิ่งมาทำงานวันนี้วันแรก" เห็นว่าผู้จัดการไม่เงยหน้าขึ้นมองก็เลยต้องแนะนำตัว

"ออกไปรับงานกับเลขาด้านนอก"

"เอ่อ..ค่ะ" ทีแรกคิดว่าความสวยของตัวเองจะทำให้ผู้จัดการตะลึงได้ แต่พอเขากรอกตามองขึ้นมาดูคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เขาก็ไล่ให้ออกไปรับงานกับเลขาหน้าห้อง

"ผู้จัดการว่ายังไงบ้างเหรอ" ดารินที่เป็นเลขาหน้าห้องถามนักศึกษาฝึกงานที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขาคนใหม่

"ผู้จัดการบอกว่าให้ออกมารับงานกับพี่ได้เลยค่ะ"

"ลินินต้องพยายามเอาใจผู้จัดการให้มากนะ"

"รู้แล้วน่า แต่ว่าขอถามอะไรหน่อยได้ไหม

"ถามอะไร"

"ผู้จัดการชอบผู้หญิงหรือเปล่า"

"พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่เคยเห็นผู้จัดการมีแฟน"

"พี่ไม่สงสัยเหรอผู้จัดการก็ไม่ใช่อายุน้อยๆ แล้วนะ ถ้าไม่มีผู้หญิงข้างกายเลยเขาคงไม่ชอบผู้หญิงล่ะมั้ง"

"นั่นแหละมันยิ่งเป็นผลดีต่อเรา ระหว่างที่ฝึกงานอยู่ ทำยังไงก็ได้ให้ผู้จัดการมองเราบ้างเข้าใจไหม" ดารินและลินินเป็นพี่น้องต่างมารดา พอน้องสาวถึงช่วงฝึกงานดารินก็รีบยัดน้องสาวเข้ามาเป็นผู้ช่วยของตัวเอง

"คุณดารินเข้ามาหาผมหน่อย" เสียงดังมาจากเครื่องรับโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่โต๊ะเลขาหน้าห้อง

ก๊อก ก๊อก

"ผู้จัดการมีอะไรคะ"

กวินเงยหน้าขึ้นมองทันทีเพราะมันไม่ใช่เสียงคนที่เขาเรียก "ผมจำได้ว่าผมบอกชื่อไปด้วยนะ"

"ขอโทษค่ะ" ลินินรีบออกจากห้องมาอย่างไว พอเห็นน้องออกมาดารินก็รีบเข้าไปในห้อง

"คุณไม่อยากทำงานเลขาให้ผมแล้วเหรอ"

"อยากทำค่ะ ขอโทษด้วยนะคะเกิดเหตุสุดวิสัยนิดหน่อยค่ะ"

"อย่าให้เกิดบ่อยแล้วกัน ลูกค้าจากต่างประเทศจะมาถึงเมื่อไร"

"อีกสองวันค่ะ ทางเราโทรไปจองห้องที่โรงแรมไว้ให้แล้วค่ะ"

กวินมีความรู้สึกแปลกๆ เมื่อได้ยินคำว่าโรงแรม เพราะลูกค้าเคยมาใช้บริการโรงแรมของนายพิทักษ์

"อย่าให้ขาดตกบกพร่องแล้วกัน แล้วด็อกเตอร์จะมาด้วยไหม" เพราะลูกค้าชุดนี้ดอกเตอร์พันไมล์เป็นคนหามา

"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะเดี๋ยวดารินจะถามคุณเพธาให้ค่ะ"

"ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมโทรไปถามเอง" เลขาออกจากห้องกวินก็โทรไลน์ไปถามด็อกเตอร์พันไมล์ เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ยังอยู่ในประเทศหรือกลับต่างประเทศไปแล้ว

ที่กวินติดต่อพันไมล์เพราะถ้าต้องเทคแคร์ลูกค้าที่โรงแรมเขาอยากให้พันไมล์รับหน้าที่นี้ แต่มันไม่ได้เป็นไปตามที่คิดเลยเพราะทางนั้นไม่ว่าง

ถ้าจะไปพูดกับเพธา..คนนั้นเดี๋ยวก็สงสัยอีกว่าทำไมถึงไม่อยากไปโรงแรม

"เดี๋ยวเรื่องต้อนรับลูกค้าที่โรงแรมผมจะจัดการเอง รู้หรือยังว่าลูกค้าจะเดินทางมากันกี่คน"

"เป็นลูกค้าชุดเดิมค่ะ"

🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป