บทที่ 12 กำแพงในอนาคตของบุตรสาว
บทที่ 12
กำแพงในอนาคตของบุตรสาว
ข่าวที่หนิงเซียนปฏิเสธการให้ตระกูลอันมีส่วนเลี้ยงดูบุตรสาวหรือก็คืออี้เยว่ ที่ทุกคนรู้จักในฐานะคุณหนูใหญ่จวนอัน เรื่องนี้ทำเอาเหล่าฮูหยินแต่ละจวนที่รู้ข่าวทำสีหน้าไม่ถูก ไม่มีใครคิดว่าหนิงเซียนจะมีความกล้ามากขนาดเอ่ยปากตัดขาดจาดจวนอันไม่ให้เกี่ยวข้องกับบุตรสาว
การห้ามบุตรเจอบิดาเหมือนการให้บุตรสาวอกตัญญูต่อบิดาผู้ให้กำเนิด
แม้หลายคนจะไม่เห็นด้วยแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากออกมาตรง ๆ ต่างคนต่างเอาไปพูดลับหลังเท่านั้น ส่วนต่อหน้ายังยิ้มแย้มยินดีเช่นเดิมไม่เปลี่ยน
“ท่านหญิง เรื่องนี้ถูกคนเอาไปพูดถึงมาก มีคนส่วนมากที่เข้าข้างทางฝั่งของท่านแม่ทัพ อย่างไรก็เห็นว่าเป็นบุตร ควรให้บิดาเป็นผู้ดูแล เพราะบุรุษคือผู้นำ การที่ท่านหญิงออกหน้าเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องไม่สมควร พวกเขากล่าวกันว่าอย่างไรท่านหญิงน้อยก็มีฐานะเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลอัน”
“ความคิดเห็นจากคนพวกนั้นข้าไม่สนใจ”
จิงฮวาไม่อยากเอ่ยเรื่องนี้ แต่เพราะหลังจากข่าวที่ท่านแม่ทัพมาที่นี่เพื่อขอตัวท่านหญิงน้อยไปดูแลแพร่ออกไป ชาวเมืองต่างออกมาพูด มีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเต็มไปหมด ส่วนบรรดาบุรุษต่างก็มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
“เราจะนิ่งเฉยหรือเพคะ ข่าวพวกนี้ทำท่านหญิงเสียชื่อ อีกทั้งทำให้คนหมู่มากเริ่มไม่พอใจ กล่าวว่าท่านหญิงจะทำให้สตรีคนอื่นเอาเป็นแบบอย่าง”
จิงฮวาไม่ชอบให้คนพวกนั้นเอ่ยถึงนายของนางในทางที่ไม่ดี การต่อว่าและเอาไปพูดในทางต่าง ๆ นานา ช่างเป็นเรื่องไม่สมควร
หนิงเซียนรู้ว่าทำไมจิงฮวาคิดมาก แต่นางไม่อยากเอาเรื่องพวกนี้มาใส่ใจ แน่นอนว่าข่าวพวกนี้ในวันนั้นมีเพียงหนิง-
เซียน จิงฮวา อันเกาหมิง และจูอิน คนที่เอาเรื่องนี้ไปพูดเป็นไปได้แค่คนเดียวนั้นคือจูอิน
สตรีน่าไม่อายผู้นั้นกำลังหาเรื่องให้ตนเองอีกครั้ง แทนที่จะอยู่เงียบ ๆ ใช่ชีวิตในพื้นที่ของตนเอง กลับหาเรื่องตาย
อี้เยว่คือสิ่งเดียวที่หนิงเซียนรักในโลกนี้ โลกใหม่ที่นางมา นางไม่ให้ใครทำอะไรอี้เยว่ได้
“ใช่…เราไม่จำเป็นต้องทำอะไร ข้าไม่คิดว่าเรื่องนี้จะมาเป็นปัญหาของข้าหรอกนะจิงฮวา เจ้าคิดว่าเพียงเรื่องนี้คนจะมาพรากบุตรสาวไปจากข้าได้จริงหรือ หากเจ้าคิดแบบนั้นก็มองข้าผิดแล้ว อี้เยว่คือความสุขเดียวในชีวิตข้า ข้าไม่มีทางให้ใครก็ตามมาเอานางไปจากข้า อย่างที่ข้าพูด หากข้าตาย คนที่จะดูแลอี้เยว่คือท่านพ่อบุญธรรม คนพวกนั้นไม่มีสิทธิ์แตะต้องนาง ส่วนใครจะเอาข้าเป็นแบบอย่างหรือไม่ ข้าไม่ได้ไปชี้นำพวกเขา คนเรามีความคิดเป็นของตนเอง แน่นอนว่าข้าไม่อาจจะบงการใครได้”
“เพคะ”
ความคิดคนอื่นหนิงเซียนไม่สนใจ ที่สนใจคือเรื่องราวต่อจากนี้ที่ต้องเปลี่ยนแปลงไม่ให้มันเป็นไปตามเนื้อเรื่องเดิมต่างหากที่นางต้องเอามาคิดให้มาก
“เรื่องที่เราสมควรห่วงตอนนี้คือเรื่องที่อี้เยว่เริ่มถามหา
อันเกาหมิง ข้าไม่อยากให้นางมีความจำที่เจ็บปวดเกี่ยวกับบิดา แต่ไม่อยากเผยช่องให้คนตระกูลอันเข้ามาทำอันตรายอี้เยว่ได้ อย่างไรนางยังเด็กอยู่มาก คงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้”
“ท่านหญิงจะทำเช่นใด”
“คงต้องหาอะไรมาดึงความสนใจ การเรียนมากไปย่อมไม่ดี เพียงเท่านี้อี้เยว่ก็เรียนไวกว่าเด็กคนอื่นที่อายุเท่ากันแล้ว
ข้าคิดว่าเราต้องการคนที่เหมาะสมมาเป็นคนดูแลนางเพิ่ม”
“ท่านหญิงหมายถึงให้หาเพื่อนที่อายุใกล้เคียงให้เพิ่ม…”
หนิงเซียนนิ่งไป นางกำลังคิดว่าจะเอาอย่างไร การเพิ่มตัวละครใดตัวหนึ่งเข้ามาในชีวิตของบุตรสาวที่ชะตากรรมในนิยายกำหนดให้เป็นนางร้ายที่ตายไม่ดีมันมีทั้งข้อดีและเสีย ซึ่ง
หนิงเซียนไม่อยากเสี่ยงมากจนเกินไป อย่างไรนางก็ไม่ต้องการให้อี้เยว่มีอันตรายที่นางไม่อาจควบคุมได้
เมื่อคืนก่อนจะนอน บุตรสาวเอ่ยถึงอันเกาหมิง ถามว่าทำไมถึงไม่กลับมาหา การเป็นบิดากับบุตรมันตัดกันไม่ขาด ข้อนี้
หนิงเซียนรู้ดี
นางจะทำยังไงให้คนอื่นเข้ามามีความสำคัญเหนืออัน-
เกาหมิงที่เป็นบิดา คนที่บุตรสาวของนางรักและเคารพมากกว่าใส่ใจกว่าจนลืมบุรุษผู้ที่เป็นบิดาตนเอง
ไม่นานนัยน์ตาของหนิงเซียนก็สว่างขึ้น นางคิดถึงคนผู้หนึ่งที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของบุตรสาว และเขาไม่มีทางทำร้ายคนที่เขาเลี้ยงดูมากับมือ คนผู้นี้จะเป็นด่านที่แข็งแกร่งป้องกันบุตรสาวนางจากอันตราย
“ตอนนี้อี้เยว่ยังอยู่กับท่านพ่อหรือ”
“เพคะ ท่านหญิงน้อยยังอยู่กับชินอ๋อง เห็นว่าวันนี้ชินอ๋องจะพาท่านหญิงน้อยไปที่ค่ายด้วยเพื่อให้เล่นสนุก”
รอยยิ้มของหนิงเซียนกว้างมากขึ้นเท่าตัว นี่ไงตัวช่วยของนางที่จะกันอันเกาหมิงออกห่างบุตรสาว ในทางเดียวกัน อี้เยว่จะได้รับความรัก ความใส่ใจ บุรุษอย่างชินอ๋องฉีหลางชีวิตกว่าครึ่งอยู่ในสนามรบ เดินทางไปทั่วเพื่อปกป้องแคว้น ไม่เคยมีความรัก ไม่เคยมีเสียงหัวเราะหรือมีรอยยิ้มในชีวิต ตอนนี้เขาได้เห็นแล้วว่าคำว่าครอบครัวมันวิเศษมากขนาดไหน
รอยยิ้มของอี้เยว่คือยาชั้นดีที่จะทำให้ชินอ๋องฉีหลางยินดีเอาตัวเองมาปกป้องนาง
อย่าหาว่าหนิงเซียนเจ้าแผนการเลย แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้อนาคตข้างหน้าอี้เยว่จะไม่มีปราการที่แข็งแกร่งมากพอให้ปกป้องตนเอง ถึงหนิงเซียนจะกำจัดจูอินและบุตรสาวอีกฝ่ายไปได้ ไม่แน่ว่าสวรรค์จะเล่นตลกส่งใครมาอีก
ถ้าอี้เยว่มีคนที่ไว้ใจได้มากกว่าหนึ่งข้างกายมันคงดีกว่า ไม่ใช่ว่าหนิงเซียนไม่คิดถึงบิดาและพี่ชายที่แคว้นเหยา แต่ถ้าจะอาศัยพวกเขาที่อยู่ไกลออกไปมันเหมือนแสงสว่างที่ไกลออกไปอย่างพระจันทร์ที่จับต้องได้ยาก
นางไม่สู้หาอำนาจที่ใกล้มือมาไว้ดีกว่า
“จิงฮวา แต่งตัวให้ข้า ข้าจะไปที่ค่าย”
“ท่านหญิง ที่นั่นมีแต่บุรุษ มันไม่สมควร กิจในค่ายเป็นงานส่วนกองทัพ หากว่าเรื่องนี้มีคนรู้คงไม่ดี”
“ข้ารู้ว่าเจ้ากังวลเรื่องอะไร สงครามระหว่างแคว้นเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการให้เกิดขึ้นและไม่มีทางเกิด และตัวข้าเองก็ไม่คิดสร้างเรื่องวุ่นวาย เพียงสตรีไปเที่ยวเล่นเท่านั้น มิใช่ไปสอดแนมหาข่าวเสียหน่อย”
จิงฮวาพยักหน้ารับ แต่ใบหน้าไม่วายมีความกังวลใจ นายของนางเปลี่ยนไปมาก นอกจากจะแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ยังเป็นคนที่เจ้าแผนการมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
“แต่ข้ายังกลัวว่าการไปของท่านหญิงจะถูกคนอื่นเข้าใจผิด อย่างไรท่านหญิงก็เป็นคนแคว้นอื่น”
“อย่าคิดให้มันลึกมาก จิงฮวา ท่านพ่ออยู่ที่นั่น ยังมีอี้เยว่มีอะไรไม่สมควรที่ข้าจะไป ข้าควรทำตัวเป็นบุตรสาวที่ดี เอาใจใส่ดูแลบิดาและบุตรสาวถึงจะถูก อีกชั่วยามใกล้เที่ยงแล้ว ให้คนเตรียมอาหารเพิ่มเสีย แล้วให้ข้ารับใช้บ้างส่วนล่วงหน้าไปแจ้งเรื่องนี้กับท่านพ่อว่าข้าจะไปกินข้าวด้วยที่ค่าย เพียงกินข้าวกับครอบครัว ใครจะมาต่อว่าอะไรข้าได้”
“เพคะท่านหญิง”
หนิงเซียนมองออกไปที่สวน เมื่อวานเขามาที่นี่พร้อมกับร้องขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ วันนี้นางจะไปเยี่ยมเขาถึงที่ทำงานบ้าง แต่ไปด้วยฐานะที่เขาต้องก้มหัวให้นางจนเงยหน้าขึ้นไม่ได้
หวังว่าเขาจะไม่หน้าเสียนะ อดีตสามีที่รัก
