บทที่ 11 ทำงานที่นี่ด้วยเหรอ

ทำงานที่นี่ด้วยเหรอ

หลายวันต่อมา

​แกร๊ง! เสียงเปิดประตูเข้ามายังร้านกาแฟทำให้พนักงานที่อยู่ภายในร้านเงยหน้าขึ้นมองลูกค้าที่พึ่งเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มยินดีให้บริการอย่างพร้อมเพรียงกัน

​“สวัสดีค่ะ” เสียงหวานใสจากมินตราทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรก่อนที่มันจะค่อยๆ หุบลงเมื่อได้มองสบสายตากับคนตรงหน้าชัดๆ ชายหนุ่มเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีนิ่งๆ เขากวาดสายตามองรอบๆ ร้านหนึ่งครั้งก่อนจะมาหยุดลงที่ร่างบางที่ยืนยิ้มมองเขาอยู่แต่เป็นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาของเธอเลยสักนิด

​“หึ” ซันเดย์ลอบยิ้มขำก่อนจะตีหน้านิ่งดังเดิม

​“รับอะไรดีคะ” เมื่อเห็นว่าเขาหันมามองเธออีกครั้งมินตราจึงถามหนุ่มรุ่นพี่ด้วยรอยยิ้มที่พยายามให้ดูเป็นมิตรมากที่สุด

​“ทำงานที่นี่ด้วยงั้นเหรอ” ซันไม่ตอบคำถามเธอแต่เลือกที่จะถามในสิ่งที่เขาอยากรู้ ร่างสูงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นคนตัวเล็กอยู่ในชุดฟอร์มของร้านกาแฟแห่งนี้

​“ค่ะ ตกลงรับอะไรดีคะ” เธอยังคงถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างเต็มใจให้บริการแต่แววตาของเธอกลับไม่ใช่แบบนั้นเพราะเธอยังรู้สึกเคืองกับคำพูดของเขาเมื่อหลายวันก่อนอยู่เลย ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะกลายมาเป็นเจ้านายเธออีกคนแล้วก็ตามแต่เธอก็ยังไม่พอใจเขาอยู่ดี

​“อเมริกาโน่เย็น” ร่างสูงสั่งพร้อมกับจ่ายเงินเสร็จสรรพ เขาเดินล้วงกระเป๋ากางเกงไปมองหาที่นั่งด้วยท่าทีสบายๆ ซึ่งท่าทางเหล่านั้นมันทำให้ร่างบางที่มองตามรู้สึกหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก

​เธอรับออร์เดอร์เสร็จก็ทำการชงเครื่องดื่มให้เขาอย่างคล่องแคล่ว ใช้เวลาไม่นานร่างบางก็เดินไปเสิร์ฟยังโต๊ะด้านในสุดที่หนุ่มรุ่นพี่เลือกนั่ง

​“อเมริกาโน่เย็นได้แล้วค่ะ” ร่างบางวางแก้วลงบนโต๊ะเมื่อเห็นว่าเขาเหลือบตามองและพยักหน้า ทำให้เธอถอยห่างออกมาเพราะตอนนี้หนุ่มรุ่นพี่กำลังติดคุยโทรศัพท์อยู่

​หลังจากเสิร์ฟเครื่องดื่มโต๊ะเขาเสร็จเธอก็ไม่ได้สนใจหนุ่มรุ่นพี่อีกเลยเพราะวันนี้ลูกค้าค่อนข้างเยอะทำให้เธอต้องเร่งมือและวุ่นวายพอสมควร โดยที่เธอคงไม่รู้เลยว่าท่าทางคล่องแคล่วและรอยยิ้มสดใสของเธอมีใครอีกคนนั่งมองอยู่เงียบๆ ตลอดเวลา

​จนกระทั่งเวลาผ่านไปลูกค้าเริ่มน้อยลงและทางร้านใกล้จะปิดเจ้าของร้านจึงให้มินตราเริ่มเก็บของทำความสะอาดเพื่อเตรียมปิดร้านในอีกไม่ช้านี้ แต่แล้วมินตราก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอขมวดคิ้วมองไปยังหนุ่มรุ่นพี่ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมพร้อมกับนั่งอ่านอะไรบางอย่างผ่านโทรศัพท์ไปด้วย

​นี่เขาอยู่ในร้านกาแฟนานหลายชั่วโมงขนาดนี้ได้ยังไง เธอนึกว่าเขากลับไปแล้วซะอีก ร่างบางงุนงงแต่ก็ต้องเดินเข้าไปสอบถามเขาตามมารยาท

​“เอ่อ...ลูกค้าคะ อีกไม่นานร้านจะปิดแล้ว จะสั่งอะไรเพิ่มอีกมั้ยคะ” มินตราถามคนตัวสูงเสียงเบาด้วยความเกรงใจเพราะถึงยังไงชายหนุ่มก็ถือว่าเป็นลูกค้าคนหนึ่งซึ่งเธอต้องปฏิบัติกับเขาดีๆ

​ถ้าหากเธอพูดจาไม่ดีมันจะดูเหมือนว่าเธอกำลังไล่เขาทางอ้อม แม้ภายในใจจะอยากไล่เขากลับไปจริงๆ ก็ตาม แต่ก็คงทำแบบนั้นไม่ได้อย่างใจคิด ซันเดย์เงยหน้ามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าเหตุใดเธอต้องเรียกเขาอย่างเป็นทางการขนาดนั้น

​“ทำไมไม่เรียกฉันว่าพี่” ชายหนุ่มมองหน้าซ้ำยังถามอย่างกดดันเธอด้วย

​“ตอนนี้เวลางานนี่คะ” มินตรามึนงงกับคำพูดหนุ่มรุ่นพี่เล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะถ้าเขาอยากให้เธอเรียกว่าพี่ เธอก็สามารถเรียกได้อยู่แล้วถึงยังไงอีกฝ่ายก็ถือว่าเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยและก็ยังเป็นเจ้านายของเธอด้วย เธอก็ควรจะให้ความเคารพเขา

​“อืม” เขาพยักหน้ารับรู้กับคำตอบของเธอ

​“แล้วตกลงพี่ซันจะเอาอะไรอีกมั้ยคะ ถ้าไม่รับอะไรเพิ่ม มินจะไปเก็บร้านแล้วนะ” เมื่อเขาให้เธอเรียกว่าพี่เธอก็ขอพูดคุยแบบสบายๆ ตามสไตล์ของเธอก็แล้วกัน เพราะเธอไม่ชอบประดิษฐ์คำพูดอะไรให้มันมากมายอยู่แล้ว

​“น่าสนใจดีนี่” ร่างสูงยิ้มมุมปากด้วยความพอใจกับท่าทีแสบๆ ของเธอมันทำให้เขานึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมาจนต้องพึมพำเบาๆ คนเดียว

​“คะ?” มินตราขมวดคิ้วถามเพราะเธอได้ยินเขาพูดอะไรบางอย่างแต่มันไม่ชัด

​“เก็บร้านแล้วเลิกงานเลยหรือเปล่า” ร่างสูงเปลี่ยนมาถามเรื่องอื่นแทน

​“ค่ะ พี่มีอะไรหรือเปล่า”

​“อืม จะรอ เลิกงานแล้วมาเรียกฉันตรงนี้แล้วกัน” พูดจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดๆ ต่ออย่างไม่สนใจเธออีก

​“ทำไมต้องรอคะ” หญิงสาวถึงกับมึนงงเพราะเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องมารอเธอด้วยเธอกับเขาไม่ได้สนิทสนมกันถึงขั้นต้องมานั่งรอกันสักหน่อย

​“ฉันจะเข้าผับอยู่แล้ว เธอก็ไปพร้อมฉันเลยแล้วกัน” ร่างสูงบอกอย่างมัดมือชกเสร็จสรรพก่อนจะยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูมึนงงและสับสนของเธอ

​“อ๋อ แล้วก็เร็วๆ ด้วยล่ะ ฉันไม่ชอบรออะไรนานๆ”ร่างสูงไม่รอให้หญิงสาวได้พูดอะไรต่อ เขาก็ตกลงกับเธออย่างเอาแต่ใจอยู่ฝ่ายเดียวซ้ำยังกดเล่นเกมต่อโดยที่ไม่สนใจสาวรุ่นน้องที่ยืนทำหน้าบึ้งตึงใส่แต่อย่างใด สุดท้ายร่างบางก็ยอมแพ้และเดินกลับไปเก็บร้านต่ออย่างคนทำอะไรไม่ได้

​กระทั่งเวลาผ่านไปสักพักมินตราก็เก็บร้านเรียบร้อยและตอนนี้คนอื่นๆ ก็ได้ทยอยกลับกันหมดแล้ว เหลือแค่เธอที่จะเป็นฝ่ายอยู่ปิดร้านพร้อมกับเจ้าของร้าน

​“พี่ซันร้านปิดแล้วค่ะ” ร่างบางเดินกลับมาบอกหนุ่มรุ่นพี่ซึ่งซันเดย์ก็เงยหน้าขึ้นมองเธอเมื่อเห็นว่าเธออยู่ในชุดปกติเรียบร้อยแล้วเขาจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะชวนเธอออกไปพร้อมกัน

​“ไปกันเลยมั้ย”

​“คือว่า...พี่ซันไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวมินไปเองดีกว่า พอดีว่ามินจะแวะกินข้าวก่อนน่ะค่ะ” มินตราพยายามหาเหตุผลที่ไม่ต้องไปกับหนุ่มรุ่นพี่เพราะเธอไม่ได้สนิทสนมกับเขาขนาดนั้น พูดคุยกันก็นับคำได้ด้วยซ้ำ อีกอย่างเขาก็ดูไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่แต่ไม่รู้ว่าวันนี้ชายหนุ่มเกิดเมาอะไรขึ้นมาถึงได้มานั่งรอเธอนานหลายชั่วโมงขนาดนี้

​“ก็ดีเหมือนกัน ฉันก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย เธอมีร้านแนะนำไหมล่ะ พอดีพึ่งย้ายมายังไม่รู้ว่าร้านไหนอร่อย” ซันเดย์ยกยิ้มกวนๆ ใส่อย่างรู้เท่าทันมุขตื้นๆ ของเธอทำให้หญิงสาวมองมายังเขาด้วยสีหน้าไม่ชอบใจนัก แต่สุดท้ายมินตราก็ต้องยอมไปกับเขาอยู่ดี แม้ว่าจะไม่เต็มใจแต่เธอก็ยังรักษามารยาทเพราะถึงยังไงเขาก็เป็นเจ้านายของเธออีกอย่างเขายังนั่งรอเธอนานหลายชั่วโมงอีกด้วย

ร้านข้าวต้มเจ้จิตต์

​“ทานได้ใช่มั้ยคะ” มินตราถามด้วยแววตานึกสนุกเพราะเธอตั้งใจเลือกร้านที่คิดว่าลูกคุณหนูแบบเขาจะกินไม่ได้ อาหารข้างทางแบบนี้เขาคงจะกินลำบากน่าดู

​ร่างบางแอบยิ้มสะใจที่จะได้แกล้งเอาคืนเขาจากเรื่องที่ชายหนุ่มพูดกับเธอไม่ดีในวันนั้น แต่ร่างสูงกลับยิ้มตอบบางๆ พร้อมกับลุกไปสั่งอาหารด้วยท่าทีคล่องแคล่วแทน ทิ้งให้เธอนั่งมองด้วยสีหน้าเหวอๆ อย่างเจ็บใจ

​หญิงสาวรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยแต่ก็ต้องยอมรับว่าหนุ่มรุ่นพี่ในตอนนี้เขาดูสบายๆ อีกทั้งยังดูใจดีกับเธอมากๆ ด้วยแตกต่างจากหลายวันก่อนที่ได้เจอกันหรือว่าเราจะอคติกับพี่เขามากเกินไปนะ

​ซันเดย์เดินกลับมาอีกครั้งพร้อมกับอาหารที่สั่งไปและเขายังสั่งข้าวต้มมาให้คนตัวเล็กที่นั่งรออยู่โต๊ะด้วย โดยที่มินตราไม่ได้ทำอะไรเองสักอย่างเมื่อเห็นว่าเขามีน้ำใจและดูแลแบบนั้นมินตราก็รีบขอบคุณออกไปด้วยรอยยิ้ม

​“ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มสดใสด้วยความจริงใจทำให้คนที่มองอยู่ยกยิ้มเพราะเขารู้สึกชอบรอยยิ้มน่ารักๆ แบบนี้ของเธอ ทั้งสองคนนั่งทานข้าวกันเงียบๆ โดยมีมินตราชวนหนุ่มรุ่นพี่พูดคุยบ้างเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูอึดอัดจนเกินไป

​ด้านซันเดย์ถึงแม้จะเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยชอบพูดคุยกับใครแต่กับคนตัวเล็กเขากับชอบที่จะฟังเสียงของเธอและก็ยอมพูดคุยตอบกลับเธอไปบ้าง

​“อร่อยมั้ยคะ” มินตราถามด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าเขาทานง่ายซ้ำยังทานเยอะอีกด้วย

​“อืม อร่อยดี ร้านประจำเหรอ”

​“ค่ะ มินชอบมากับเพื่อนๆ “ มินตราตอบเสียงใสเมื่อเริ่มพูดคุยกับรุ่นพี่หนุ่มมากขึ้นเธอก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้ดูดุอย่างที่เธอคิด

​ร่างบางชวนคุยนั่นคุยนี่ไปเรื่อยจนกระทั่งทั้งสองคนทานเสร็จเรียบร้อย ซันเดย์จึงลุกไปจ่ายเงินโดยที่ร่างบางได้แต่มองอย่างเกรงใจแม้ว่าเธอจะขอจ่ายด้วยแต่หนุ่มรุ่นพี่ก็ไม่ยอม ซ้ำยังทำหน้าดุๆ ใส่เธอจนหญิงสาวต้องยอมให้เขาเลี้ยงแต่โดยดี

​ซันเดย์ขับรถพาคนตัวเล็กมายังผับของเขาซึ่งใช้เวลาไม่นานเขาก็ขับรถเข้ามาจอดยังที่จอดวีไอพีและก่อนที่หญิงสาวจะได้ลงจากรถ ซันเดย์ก็บอกเธอให้นั่งคุยกับเขาก่อน

​“วันนั้นที่ถามอะไรแบบนั้นไป ไม่ได้ตั้งใจพูดให้รู้สึกไม่ดีนะ แค่อยากรู้ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ไม่โกรธใช่มั้ย” ร่างสูงถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลขึ้นทำให้มินตราเม้มปากแน่นด้วยความรู้สึกแปลกๆ แต่เธอก็ต้องตอบเขาไปตามความจริงที่เธอรู้สึก

​“โกรธค่ะ” หมายถึงตอนนั้นเธอโกรธเขาจริงๆ แต่พอเขาถามเหมือนรู้สึกผิดแบบนี้เธอก็ไม่คิดอะไรแล้วล่ะ อีกอย่างเธอไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้นด้วย หากเขายอมพูดจาดีๆ ด้วยเธอก็พร้อมจะพูดจาดีๆ กับเขาเช่นกัน

​“ถ้ารู้สึกไม่ดี ขอโทษด้วย” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ แต่มินตราก็รับรู้ว่าหนุ่มรุ่นพี่ก็แคร์ความรู้สึกคนอื่นเป็นเหมือนกัน

​“ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้มินไม่ได้โกรธอะไรแล้ว” เธอส่งยิ้มอย่างคนไม่ได้โกรธเคืองอะไรแล้วจริงๆ

​เมื่อทั้งสองคนพูดคุยกันเข้าใจแล้วก็เดินเข้าไปภายในผับพร้อมกันซึ่งมินตราก็รีบขอตัวเดินเลี่ยงไปจัดการเปลี่ยนชุดของทางร้านและออกมาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างคล่องแคล่ว เธอเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มยังโซนวีไอพีที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและเธอก็รู้สึกโอเคมากๆ ด้วยเพราะคนมาใช้บริการที่นี่ไม่ค่อยมีใครทำรุ่มร่ามกับเธอเลยสักคน

​ด้านซันเขาเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนและนั่งลงฝั่งที่สามารถมองเห็นคนตัวเล็กทำงานได้อย่างชัดเจน

​“มาด้วยกันได้ไง” โฟล์คหรี่ตาจับผิดเมื่อเพื่อนสนิทเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขา

​“มึงจีบน้องเขาหรือเปล่า” โฟล์คถามออกไปอีกครั้งทั้งๆ ที่คำถามแรก ซันเดย์ยังคงไม่ได้ตอบเขาเลยด้วยซ้ำ

​ซันเดย์ที่ได้ยินคำถามรัวๆ จากเพื่อนรัก ก็เพียงยิ้มมุมปากเท่านั้นไม่ได้ตอบคำถามเพื่อนตัวเองแต่อย่างใด มันทำให้เพื่อนทั้งสามคนที่รอฟังคำตอบอยู่ถึงกับทำหน้าเซ็งออกมา

​“ไอ้ห่า กูรอฟังอยู่ มึงก็ตอบมาดิ” โฟล์คถึงกับสบถคำหยาบออกมาเพราะเขาอยากรู้คำตอบจากเพื่อน

​“หึ” ซันเดย์ยังคงปิดปากเงียบแต่แววตากับมีอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น

​“ถ้าไอ้ซันจีบน้องมินจริง กูแพ้แน่นอน อกหักรอแล้วเนี่ย” ปาร์คบ่นออกมาพร้อมกับทำท่ากุมที่หัวใจอย่างคนเจ็บปวดหมดหวัง ซึ่งท่าทางเหล่านั้นมันทำให้เพื่อนที่เหลือส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเพราะทุกคนรู้ดีว่าอีกฝ่ายก็ทำเล่นใหญ่ไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้จริงจังที่จะจีบสาวรุ่นน้องจริงๆ หรอก

​“ถึงไอ้ซันไม่จีบ มึงก็แพ้ น้องมินไม่ชอบมึงหรอก” เลโอเหน็บแนมอย่างไม่ให้กำลังใจพร้อมกับยักคิ้วกวนอารมณ์จนปาร์คต้องชักสีหน้าใส่อย่างเคืองๆ

​“ไอ้เลโอ มึงไม่คิดจะให้กำลังใจกูเลยเหรอวะ”

​“หึ กูเห็นด้วย น้องสาวกูบอกว่าน้องมินไม่สนใจใครเลย คนมาจีบโคตรเยอะ แต่น้องก็ไม่ยอมตกลงคบกับใครเลย ท่าทางจะจีบยากอยู่นะ เผื่อใจไว้ด้วยนะเว้ย” โฟล์คแซวขำๆ โดยที่สายตาจับจ้องไปมองซันเดย์ไม่วางตา ซึ่งอีกฝ่ายก็เพียงนั่งฟังเงียบๆ แต่มุมปากกลับหยักโค้งขึ้นเหมือนกำลังพอใจกับคำพูดของเพื่อนสนิท

​“ก็น่าสนใจดี” ซันเดย์พูดออกมาเบาๆ ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองยังคนตัวเล็กที่อยู่ไม่ไกลและตอนนี้เธอก็อยู่ในสายตาเขาตลอดเวลาด้วย ร่างสูงยกเครื่องดื่มในมือขึ้นมาจิบไปเรื่อยๆ พร้อมกับใช้ความคิดกับอะไรบางอย่างในหัวไปด้วย

​เสียงเพลงที่ดังมาจากเวทีด้านล่างทำให้มินตราอดสนใจไม่ได้เพราะที่นี่ก่อนจะเปลี่ยนไปเปิดเพลงในช่วงดีเจให้คนได้สนุกสนานกันจะมีวงดนตรีสดขึ้นเล่นก่อนและมันทำให้เธอตื่นเต้นมาก

​เธอแอบมองและฟังเพลงไปด้วยเพราะมันทำให้เธอมีความสุข เธอชอบในเสียงเพลงกับเสียงดนตรีแบบนี้อยู่แล้ว ท่าทางชะเง้อดูแบบสนอกสนใจของเธอทำให้คนที่ลอบมองอยู่เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวสายตาของเขามันจ้องมองเธอตลอดเวลาจริงๆ

​“มึงยิ้มอะไร แล้วมองอะไรวะ” ปาร์คถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองกำลังจ้องมองอะไรอยู่ตลอดเวลาอีกทั้งยังมีรอยยิ้มประดับที่ริมฝีปากตลอดเวลาด้วย มันผิดวิสัยของคนยิ้มยากแบบซันเดย์มากๆ

​ด้านโฟล์คกับเลโอที่ได้ยินแบบนั้นก็เพียงยิ้มมุมปากด้วยความที่เริ่มจะเข้าใจกับอะไรบางอย่างบ้างแล้ว ต่างจากปาร์คที่ยังคงนั่งมึนงงอยู่ด้วยความหัวเสียเพราะซันเดย์ไม่ยอมตอบอะไรเขาเลย

​“ตอบคำถามกูด้วยครับ ก่อนที่กูจะลุกไปนั่งลงบนตักมึงจะได้เห็นชัดๆ ว่ามึงมองอะไร”

​“เสือก!” คำเดียวสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากซันเดย์ทำให้ปาร์คหัวเสียมากกว่าเดิมแต่กลับทำให้เพื่อนๆ คนอื่นๆ หัวเราะลั่นออกมาได้

​“ฮ่าๆ กูขำจนปวดท้องแล้วเนี่ย” เลโอระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าของคู่ปรับที่ถูกด่าซึ่งๆ หน้าแบบนั้น

​“อ้าวไอ้นี่! กูถามดีๆ นะ” ชายหนุ่มชักสีหน้าหงุดหงิดใส่เพื่อนและโวยวายออกมาตามประสาแต่ก็ไม่ได้จริงจังถึงขนาดนั้น

​“ส่วนมึงเงียบไปเลยสัส!” ต่อว่าซันเดย์เสร็จก็หันมาชี้หน้าเลโออย่างเคืองๆ ก่อนจะละสายตาหันไปจับจ้องซันเดย์อีกครั้งและครั้งนี้ชายหนุ่มก็ต้องยกยิ้มออกมาเมื่อนึกได้ว่าจะเอาคืนเพื่อนตัวดีได้ยังไง

​“เดี๋ยวกูจะจีบน้องมินแข่งกับมึง คอยดู!” ปาร์คว่ายิ้มๆ ก่อนจะใช้สายตาแพรวพราวมองไปยังหญิงสาวที่เขาพึ่งสังเกตเห็นว่ามันตรงกับสายตาของเพื่อนสนิทพอดี

​เมื่อพูดจากวนประสาทออกไปแล้ว เขาก็ได้รับสายตาแข็งๆ พร้อมกับสีหน้าไม่สบอารมณ์ของซันเดย์อย่างที่คิดเอาไว้และมันทำให้เขารู้สึกพอใจมากที่ได้เอาคืนเพื่อนได้

​“หึ แล้วทำเป็นไม่ยอมรับนะมึง...” ปาร์คส่ายหน้าไปมาแต่สีหน้ายังคงพึงพอใจที่ได้แกล้งซันเดย์ให้หัวเสียได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป