บทที่ 3 ปัจจุบัน

ปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยเอกชนZK

​หญิงสาวในชุดนักศึกษารัดรูปเดินนวยนาดเข้าไปหาเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กำลังฟุบหลับอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อนตรงหน้า มันเป็นภาพที่เธอชินตาตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา

​“ยัยมิน ทำไมเหมือนคนไม่ได้นอนอีกแล้วล่ะ” เฟิร์นนั่งลงตรงข้ามและสะกิดถามเพื่อนรักที่ยังคงฟุบหลับอยู่บนโต๊ะม้าหินด้วยความเป็นห่วง เจ้าตัวมักนอนน้อยและไม่ค่อยได้พักผ่อนแบบนี้อยู่เสมอ

​“อื้ออ...เฟิร์นมาละเหรอ” มินตรางัวเงียเงยหน้าขึ้นมามอง เมื่อพบว่าเป็นเพื่อนสนิทตัวเองจึงยิ้มบางๆ เธอบิดตัวขับไล่ความง่วงงุนก่อนจะตอบคำถามของเพื่อนที่ยังคงจดจ่อมองเธออย่างเป็นห่วง

​“พอดีเมื่อคืนเป็นเวรเราอยู่ปิดร้านน่ะ ก็เลยง่วงนิดหน่อย” ไม่ว่าเปล่ายังยกมือขึ้นปิดปากหาวหวอดๆ อีกหนึ่งทีเพราะความง่วงซึมทำให้เธอได้แต่ปรือตาตอบเพื่อน เฟิร์นส่ายหน้าไปมาอย่างยอมใจในความขยัน เธอรีบยื่นเครื่องดื่มที่พอจะทำให้เพื่อนตื่นเต็มตาได้

​พรึบ!

​“อะ กาแฟสักแก้วจะได้ตื่น เราซื้อมาฝาก” วางแก้วลงเสร็จก็ช่วยจัดทรงผมให้เพื่อนรักไปด้วยเพราะมันยุ่งเหยิงจากการที่เจ้าตัวฟุบหลับเมื่อสักครู่

​“อืม ขอบคุณนะ” มินตราส่งยิ้มขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ เธอรับมาดื่มอย่างไม่อิดออดเพราะรู้สึกง่วงนอนมากจริงๆ

​“แล้วนี่เมื่อไหร่แกจะเลิกทำงานเยอะแยะมากมายแบบนี้สักที” เฟิร์นขมวดคิ้วถามอย่างจริงจังและที่เธอต้องถามแบบนี้ก็เพราะเธอเป็นห่วงเพื่อน ไม่อยากให้มินตราต้องทำงานเยอะแยะขนาดนี้

​มินตราเอาแต่ทำงานหลายอย่างตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่งจนตอนนี้พวกเธอได้ขึ้นปีสองเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังคงทำงานไม่หยุดอยู่เช่นเคย

​ทั้งสองคนไม่ได้รู้จักหรือเป็นเพื่อนกันมาก่อนหรอกนะ พึ่งจะมารู้จักกันที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เนี่ยแหละ เจอกันในวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่เลยได้มีโอกาสพูดคุยกันอยู่บ่อยครั้งและด้วยนิสัยหลายๆ อย่างที่มันแตกต่างกันแต่กลับลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อทำให้ทั้งคู่เข้าขากันได้เป็นอย่างดีจึงคบกันเป็นเพื่อนมาจนถึงตอนนี้

​ซึ่งต่างคนต่างไม่ได้รู้สึกผิดหวังเลยที่ได้รู้จักกันเพราะทั้งสองคนเข้ากันได้ดีมากๆ และสนิทใจกันมากๆ ด้วย

​“ก็เรารอเฟิร์นคุยกับพี่ชายเฟิร์นให้เราอยู่ไง ถ้าเราได้ทำงานที่นั่นเราจะเลิกทำงานสักที่สองที่เป็นไง” มินตราบอกเพื่อนไปอย่างทีเล่นทีจริงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายคิดมากและเป็นห่วงเธอจนเกินไป เธอไม่ชอบให้คนอื่นเป็นห่วงและไม่สบายใจในเรื่องของเธอ

​“เราคุยให้แล้วแต่พี่เราบอกว่าช่วงนี้นักศึกษาหารายได้เสริมเยอะมากและเราก็อยากให้มินไปทำโซนวีไอพีจะได้ไม่โดนลูกค้าทำรุ่มร่ามใส่” สถานที่ที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้นก็คือสถานที่ที่มินตราอยากเข้าทำงานเพื่อหารายได้เสริม มันเป็นผับขนาดใหญ่ใกล้มหาวิทยาลัยที่มีพี่ชายของเฟิร์นเป็นเจ้าของอยู่

​“เราขอบคุณเฟิร์นมากนะที่ช่วยพูดให้” มินตราขอบคุณด้วยความซึ้งใจจริงๆ และเธอรู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอเพื่อนที่น่ารักและหวังดีกับเธอแบบนี้

​เฟิร์นเป็นคนมีฐานะเรียกได้ว่าบ้านรวยเลยก็ว่าได้แต่หญิงสาวเป็นคนมีน้ำใจและน่ารักกับคนอื่นแบบนี้เสมอไม่ใช่แค่กับเธอกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ เจ้าตัวก็น่ารักมากเหมือนกัน

​“อือ ไม่เป็นไร ไม่ต้องมาทำหน้าซึ้งเลย แกไม่เคยให้เราช่วยอะไรเลยสักอย่าง” หญิงสาวทำหน้ามุ่ยใส่คนเป็นเพื่อนด้วยความน้อยใจ

​มินตราไม่เคยขอความช่วยเหลือกับเธอเลยสักครั้ง มีแค่ครั้งนี้แหละที่ขอให้เธอช่วยพูดเรื่องเข้าทำงานที่ผับให้ คงเพราะว่าที่นั่นเงินดีและทิปเยอะกว่าที่อื่น ที่สำคัญผับแห่งนั้นก็เป็นของพี่ชายเธอด้วย

​“แค่นี้เราก็เกรงใจแกจะแย่แล้ว” มินตราว่ายิ้มๆ ก่อนจะหยิกแก้มเพื่อนด้วยความเอ็นดูคนขี้งอนที่กำลังทำแก้มป่องเหมือนเด็ก

​“แต่จริงๆ พี่เราก็รับปากแล้วนะว่าถ้ามีคนออกจะรับมินเข้าทำงานทันที ยังไงแกรอหน่อยนะ” มินตราพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ถึงยังไม่ได้เข้าทำงานที่นั่นแต่เธอก็ยังมีความหวังอยู่บ้าง หวังว่าเร็วๆ นี้จะมีคนออกสักคนนะ เธอจะได้ทำงานที่อื่นให้น้อยลง

​หลังจากคุยเรื่องงานเรียบร้อยทั้งสองคนก็พูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ จนกระทั่งมินตราเริ่มสดชื่นขึ้นคงเพราะได้กาแฟจากเพื่อนซื้อมาให้บวกกับเสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าตัวที่ชวนพูดคุยไม่หยุดด้วย ทำให้เธอตาสว่างและสามารถเข้าไปนั่งเรียนต่อได้อย่างสบายแล้ว

​ซึ่งพอถึงเวลาเข้าเรียนทั้งสองสาวก็รีบเข้าเรียนอย่างไม่อิดออดเพราะทั้งคู่ค่อนข้างจะเป็นคนตั้งใจเรียนและเรียนดีทั้งคู่

​หลังจากนั่งเรียนกันได้สักพักเฟิร์นก็กระซิบถามเพื่อนสนิทด้วยเสียงที่เบาลงเพราะอาจารย์กำลังเข้าสู่เนื้อหาที่มันสำคัญสำหรับนักศึกษาในคลาสนี้

​“เลิกเรียนแล้วแกไปไหนต่ออะ ไปหาข้าวกินกันมั้ย ที่ห้างใกล้ๆ ก็ได้”

​“พอดีเรามีทำงานที่ร้านดอกไม้ต่ออะ ประมาณบ่ายสาม แต่พอมีเวลาไปกินข้าวกันก่อนได้” มินตรากระซิบตอบไปเบาๆ เช่นกันเพราะเธอค่อนข้างผิดนัดกับเพื่อนบ่อยครั้งเพราะต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัวด้วยซ้ำ

​“เย้! จริงนะ” ร่างบางยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่วันนี้เพื่อนรักยอมตกลงไปกินข้าวกับเธอสักทีหลังจากที่ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันสักพักแล้ว เพราะทุกครั้งหลังจากเรียนเสร็จ มินตราก็ชอบหนีหายไปทำงานพาร์ตไทม์ตลอด ทิ้งให้เธอเหงาหงอยอยู่คนเดียวทุกที

​“ฟารีดากับมินตรา จะคุยกันอีกนานมั้ย!” เสียงอาจารย์ผู้สอนเรียกชื่อทั้งสองคนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แกมดุก่อนจะมองลอดแว่นสายตาเพื่อใช้สายตาตำหนิพวกเธอ ไม่ต่างจากครูไหวใจร้ายเลยสักนิด

​ทั้งสองสาวเม้มปากแน่นนั่งหลังตรงทันทีก่อนจะค่อยๆ เงยหน้ามองอาจารย์ผู้สอนอย่างรู้สึกผิดและไม่แปลกใจเลยที่อาจารย์จะได้ยินเสียงพวกเธอคุยกันก็พวกเธอเล่นมานั่งข้างหน้าใกล้กับอาจารย์ผู้สอนซะขนาดนี้ สงสัยคราวหน้าต้องเปลี่ยนที่นั่งกันซะแล้ว

​ส่วนตอนนี้เพื่อนๆ นักศึกษาภายในห้องก็ได้จับจ้องมายังพวกเธอทั้งสองคนด้วยสีหน้าเซ็งๆ อย่างไม่เก็บอาการคงเพราะเมื่อสักครู่กำลังเข้าสู่เนื้อหาที่ทุกคนรอฟังอยู่ พวกเธอจึงทำได้แค่ส่งยิ้มแห้งๆ ออกมาพร้อมกันและรีบเอ่ยขอโทษทุกคนอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะหันกลับมานั่งเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจเหมือนเดิม…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป