บทที่ 4 งานพาร์ตไทม์
งานพาร์ตไทม์
หลังจากสองสาวเลิกคลาสเรียนเรียบร้อยก็มุ่งหน้าไปยังห้างขนาดใหญ่ใกล้ๆ กับร้านดอกไม้ที่มินตราทำงานอยู่ เพื่อที่ว่าหลังจากทานข้าวเสร็จเฟิร์นจะได้แวะไปส่งเพื่อนของเธอได้สะดวก
“วันนี้กินอาหารญี่ปุ่นกันนะ เราอยากกินอะ” เฟิร์นทำเสียงอ้อนๆ เพื่อนด้วยความน่าเอ็นดูและท่าทางของเธอก็ยังน่ารักเหมือนกับหน้าตาของเธอด้วย
“นะๆ เดี๋ยวเราเลี้ยงเองและแกก็ห้ามปฏิเสธเราด้วย” หญิงสาวรีบมัดมือชกอย่างเสร็จสรรพเพราะทุกครั้งที่ขอเลี้ยงมินตรามักปฏิเสธเสมอ
มินตราทำสีหน้าลำบากใจเพราะไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากกินแต่เธอไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเลี้ยงอะไรแบบนี้ เธอเกรงใจ อีกอย่างเธอก็ไม่ได้จะประหยัดถึงขั้นไม่กล้ากินของพวกนี้เลยสักหน่อย
“ไม่เอา ถ้าแกเลี้ยงเราไม่กิน” มินตราบอกเสียงนิ่งๆ เพื่อแกล้งให้อีกคนจำยอม เฟิร์นกลอกตาไปมาและถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ
“เฮ้อ! ก็ได้ๆ จ่ายใครจ่ายมัน โอเคมั้ยยะ!” เฟิร์นทำเสียงฮึดฮัดออกมาแต่ก็ยอมทำตามที่เพื่อนต้องการเพราะกลัวว่ามินตราจะไม่ยอมทานข้าวกับเธอจริงๆ
เธอก็แค่อยากเลี้ยงเพื่อนเท่านั้นเองไม่ได้มีเจตนาอะไรแอบแฝง แต่ถ้าทำให้เพื่อนไม่สบายใจเธอก็เลือกที่จะไม่ทำเช่นกัน เอาที่เพื่อนรักสบายใจจะดีกว่า
“คิก~แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย” มินตราเอื้อมมือไปหยิกแก้มเพื่อนตัวเองด้วยความมันเขี้ยวเพราะร่างบางเอาแต่ยืนทำแก้มป่องเหมือนเด็กที่โดนขัดใจและไม่สามารถทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้
พอเข้ามาภายในร้านก็พบว่าคนค่อนข้างเยอะทำให้สองสาวรีบมองหาที่นั่งเพราะร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยและสะอาดเอามากๆ ที่สำคัญการบริการดีเยี่ยมจึงทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการอยู่ตลอดไม่ขาดสาย เมื่อมีพนักงานเดินมานำพวกเธอไปที่โต๊ะว่างทั้งสองคนจึงรีบเดินตามไปนั่งและทำการสั่งอาหารทันทีอย่างไม่รอช้าเพราะตอนนี้พวกเธอหิวกันมากจริงๆ
หลังจากนั้นก็นั่งรออาหารมาเสิร์ฟซึ่งระหว่างรอทั้งสองคนก็พูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ ตามประสาเพื่อนสนิทที่มักมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังเสมอ
“เออ...ว่าก็ว่าเถอะวันนี้อาจารย์รีบสอนไปมั้ย สั่งงานก็เยอะ พึ่งจะเปิดเทอมเองอะ” เฟิร์นที่ได้รับอาหารมาแล้วก็บ่นออกมาทันที ตอนนี้ทั้งคู่ขึ้นปีสองแล้วและพึ่งจะเปิดเทอมได้แค่สองวันเองอาจารย์ก็สั่งงานโคตรโหดเหมือนโกรธนักศึกษาอย่างไรอย่างนั้น ทำให้หญิงสาวอดบ่นออกมาด้วยความขัดใจไม่ได้
“คิก~แกนี่นะ” มินตรายิ้มขำและส่ายหน้าไปมากับความขี้บ่นของเพื่อน แต่เห็นบ่นแบบนี้เวลาส่งงานกลับส่งตรงเวลาและทำอย่างดีด้วย
“เอาน่าอาจจะรีบสั่งรีบให้ทำ ช่วงสอบจะได้มีเวลาอ่านหนังสือเยอะๆ ไง” มินตรายังคงยิ้มและปลอบใจเพื่อนรักไปด้วย แม้ว่าเธอเองจะคิดเหมือนอีกฝ่ายก็ตาม แต่ถ้ามองอีกมุมหากเริ่มส่งงานเร็วเธอก็จะมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้เยอะขึ้น
“ชิ แกจะได้ไปหางานทำเพิ่มใช่มั้ยล่ะ” เฟิร์นหรี่ตามองอย่างรู้ทัน
“ฮึ! ไม่หาเพิ่มแล้ว จะรองานที่ผับพี่ชายเฟิร์นอย่างเดียว” เธอหัวเราะกับคำพูดที่มักรู้ทันเธอเสมอ แต่เธอไม่คิดหางานทำเพิ่มแล้วจริงๆ เพราะตอนนี้เปิดเทอมอย่างจริงจังแล้วเธอก็อยากจะโฟกัสกับการเรียนมากกว่า
“เชื่อเถอะ แกต้องได้งานนี้แน่นอน” เฟิร์นรับปากอย่างจริงจัง ยังไงซะเธอก็จะให้พี่ชายเธอช่วยดูตำแหน่งว่างให้เพื่อนรักให้ได้
“ขอบใจมากนะ แต่เรารอได้ อย่าไปเร่งรัดพี่ชายแกเลย พี่เขาก็ต้องทำตามกฎระเบียบร้านแหละ” แม้อีกฝ่ายจะเป็นเจ้าของแต่ก็คงต้องทำตามกฎที่ตั้งไว้ ไม่งั้นพนักงานจะเคารพได้ยังไง
เฟิร์นเพียงยกยิ้มและนั่งทานอาหารต่อ ซึ่งมินตราก็รีบทานอาหารตัวเองเหมือนกันเพราะตอนนี้ใกล้เวลาเข้างานเต็มทีแล้ว กระทั่งทั้งสองคนทานกันเสร็จเรียบร้อยเฟิร์นก็รีบขับรถมาส่งเพื่อนที่ร้านดอกไม้เพื่อให้มินตราได้เข้าทำงานตรงเวลา
เอี๊ยดด! ใช้เวลาไม่นานร่างบางก็เลี้ยวรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถหน้าร้านดอกไม้ตามความเคยชินเพราะเธอเคยมาหาเพื่อนที่นี่อยู่บ่อยครั้งจนพลอยสนิทกับเจ้าของร้านไปด้วย
“ขอบใจแกมากนะ ขับรถกลับดีๆ ล่ะ ไว้ค่อยคุยกันในแชต” มินตราบอกก่อนจะลงจากรถ เมื่อเฟิร์นพยักหน้ารับเธอจึงลงมายืนส่งเพื่อนและโบกมือลาเบาๆ รอจนกระทั่งเฟิร์นได้ขับรถออกไป เธอถึงได้เดินเข้าไปในร้านดอกไม้ด้วยรอยยิ้มสดใส
ร้านดอกไม้เป็นอีกหนึ่งงานที่เธอทำพาร์ตไทม์อยู่ เธอจะอยู่เฝ้าร้านเฉพาะช่วงบ่ายจนถึงหกโมงเย็นเท่านั้นเพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ลูกค้าค่อนข้างเยอะเจ้าของร้านจำต้องจ้างพนักงานมาเพิ่มในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งเธอก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีและเข้ากันได้ดีกับเจ้าของร้านด้วย
เวลาผ่านไปพอสมควรเธอยังคงคอยดูแลลูกค้าและคอยจัดดอกไม้ตามออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอย่างคล่องแคล่ว จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงเวลาเลิกงานทำให้เธอลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจเบาๆ อย่างรู้สึกเมื่อยขบไปตามร่างกายเพราะต้องลุกขึ้นจับนั้นจับนี่ตลอดเวลาและยังต้องคอยบริการลูกค้าที่เปิดประตูเข้าร้านมาสอบถามแทบจะทุกรายด้วย
เธอจัดเก็บทุกอย่างเรียบร้อยจึงเดินไปหาเจ้าของร้านเพื่อขอตัวกลับ
“มินกลับแล้วนะคะพี่ณัฐ” เธอยกมือไหว้เจ้าของร้านด้วยรอยยิ้มสดใส
พี่ณัฐอายุมากกว่าเธออยู่หลายปี เขาเป็นผู้ชายรูปร่างดีและหน้าตาหล่อเหลาเอามากๆ หากเธอไม่ได้ทำงานที่นี่จนสนิทสนมกับอีกฝ่ายคงไม่รู้เลยว่าภายใต้ใบหน้าหล่อเหลานั้นซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้
“ครับ กลับดีๆ ล่ะเรา อย่าไปฉุดผู้ชายที่ไหนล่ะ” ณัฐจีบปากจีบคอพูดกับหญิงสาวรุ่นน้องด้วยความสนิทสนมและเมื่ออยู่กันตามลำพังเขาก็ไม่จำเป็นต้องคีพลุคเจ้าของร้านผู้หล่อเหลาเพื่อเรียกลูกค้าสาวๆ ให้เข้ามาใช้บริการ
“รับทราบค่าาา” มินตราเองก็ยิ้มขำกับคำพูดที่ชอบหยอกล้อเธอเป็นประจำและที่เธอสบายใจจะทำงานกับพี่ณัฐเพราะถึงแม้ภายนอกเจ้าตัวจะดูเป็นผู้ชายแมนๆ แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นผู้ชายที่ไม่ได้ชอบผู้หญิงและที่สำคัญพี่ณัฐมีแฟนแล้วและแฟนของเขาก็หล่อมากเช่นเดียวกัน อีกอย่างทั้งสองคนก็ใจดีกับเธอและเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ อีกด้วย
“พรุ่งนี้ไม่ต้องมานะพี่ปิดร้านหนึ่งวันครับ พอดีจะไปเที่ยวกับผู้ชายน่ะ” ณัฐขยิบตาเป็นเชิงหยอกล้อให้หญิงสาวได้หมั่นไส้เล่นๆ ซึ่งมันทำให้มินตรายิ้มกว้างออกมาเพราะถ้าพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานเธอก็จะได้มีเวลานอนพักผ่อน
“โอเคค่ะ” เธอยิ้มสดใสจนตาหยีทำให้เจ้าของร้านอดหยิกแก้มไม่ได้ด้วยความมันเขี้ยว
“หึ หน้าบานเชียวนะ” ณัฐแกล้งแซวขำๆ ก่อนจะขอตัวกลับก่อนอย่างกะทันหันเพราะตอนนี้แฟนหนุ่มของเขาได้มารออยู่หน้าร้านแล้ว ทำให้เขาต้องไหว้วานสาวรุ่นน้องอีกครั้งก่อนที่เธอจะได้กลับคอนโด
“ก่อนเรากลับ พี่รบกวนปิดร้านหน่อยนะครับ พอดีผู้ชายมารับแล้ว” ร่างสูงบุ้ยหน้าไปทางเข้าร้าน มินตราจึงรีบพยักหน้าด้วยความเต็มใจและได้แต่มองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกขัดเขินเพราะท่าทีของคนทั้งสองคนที่เดินมารับกันถึงหน้าร้านและเดินโอบเอวกันไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้านไปพักผ่อนพร้อมกันนั้นเป็นภาพที่น่ารักมากจริงๆ
ส่วนเธอก็ต้องรีบปิดร้านและเดินทางกลับที่พักเช่นกันเพราะตอนนี้เธอรู้สึกหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว…
