บทที่ 8 ทำความรู้จัก
ทำความรู้จัก
หลังจากที่ทั้งสามคนตกลงกันเรียบร้อยก็แยกย้ายกันไปเข้าเรียนตามปกติจนกระทั่งถึงเวลานัดหมายอีกครั้งมินตราและเฟิร์นจึงเดินมารอโบลิ่งตรงลานจอดรถข้างคณะบริหารที่อีกฝ่ายเรียนอยู่
“วันนี้อาจารย์ปล่อยช้ามากกก แทบจะหลับ” เฟิร์นบ่นออกมาตามประสาคนขี้เบื่อทำให้มินตราหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู แต่เธอก็เห็นด้วยกับเพื่อนนะเพราะเธอเองก็สัปหงกไปหลายรอบเหมือนกัน
ทั้งสองคนยืนพูดคุยกันระหว่างรอโบลิ่ง แต่ดูเหมือนว่าจะหนักไปในทางบ่นถึงเรื่องเรียนที่พึ่งเลิกคลาสกันมากกว่า ไม่นานโบลิ่งก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเหนื่อยล้าไม่ต่างกันก่อนจะเป็นฝ่ายบ่นไฟแลบออกมาด้วยความเก็บกด
“เฮ้อ! สั่งงานเยอะมากบอกเลยยย ย้ายคณะตอนนี้ทันมั้ยอะ” ซึ่งคำพูดของโบลิ่งทำให้เพื่อนสาวอีกสองคนที่กำลังปวดหัวกับเรื่องเรียนอยู่ถึงกลับกลั้นขำไม่อยู่
“ฮ่าๆ” สุดท้ายก็หัวเราะออกมาเสียงดังจนโบลิ่งที่กำลังทำหน้าเซ็งอยู่หลุดขำตามไปด้วย
“จะย้ายอะไรตอนนี้เล่า แกก็พูดไปเรื่อย” มินตราว่าเข้าให้ เธอยังขำกับคำพูดเพื่อนไม่หายเพราะเพื่อนเธอคนนี้มักมีคำพูดแปลกๆ มาให้ยิ้มได้ทุกทีจริงๆ
“ถ้างั้นทนเรียนต่ออีกหน่อยก็ได้” โบลิ่งว่าอย่างปลงตกและฝืนยิ้มอย่างสุดกำลัง เธอเหนื่อยมากกับการเรียนในวันนี้ หัวแทบระเบิด
“หึ แกนี่นะ...แล้วนี่เราต้องไปกันเลยมั้ย เย็นมากแล้ว” มินตราส่ายหน้าไปมากับท่าทีของเพื่อนก่อนจะหันไปถามเฟิร์นที่จะเป็นคนพาพวกเธอไปผับในวันนี้
“อืม ไปเลยก็ได้ เฮียนัดทุ่มหนึ่งน่ะรอผับเปิด แต่พวกเราไปเลยก็ได้เผื่อรถติด จะได้มีเวลาเตรียมตัวด้วย” เฟิร์นบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะชวนอีกสองสาวขึ้นรถของเธอ ไม่นานรถยนต์คันหรูก็แล่นออกไปจากมหาวิทยาลัยด้วยความชำนาญเส้นทางเพราะเฟิร์นเคยไปเที่ยวผับพี่ชายตัวเองบ้างแม้ไม่บ่อยนักแต่เธอก็จดจำเส้นทางได้เป็นอย่างดี
ใช้เวลาเดินทางนานพอสมควรเพราะรถค่อนข้างติดตรงบริเวณทางเข้าผับเพราะคนเริ่มมานั่งดื่มชิลๆ กันบ้างแล้วเพราะผับแห่งนี้ยังมีโซนจัดเลี้ยงแบบเปิดโล่งข้างนอกให้บริการด้วย ซึ่งตรงโซนนี้จะเริ่มเปิดตั้งแต่หกโมงเย็นเป็นต้นไปส่วนผับด้านในจะเริ่มเปิดให้เข้าตอนหนึ่งทุ่ม
เมื่อมาถึงเฟิร์นก็เดินนำเพื่อนทั้งสองคนเข้าไปด้านในด้วยความคุ้นชินและเมื่อถึงทางเข้าสู่โซนวีไอพี การ์ดร่างโตที่ทำหน้าที่เฝ้าอยู่ก็หันมายิ้มทักทายพวกเธออย่างเป็นมิตรเพราะทุกคนที่นี่จำน้องสาวของเจ้าของผับได้เป็นอย่างดี
“สวัสดีครับ คุณเฟิร์น เฮียแจ้งผมแล้วครับว่าถ้าคุณเฟิร์นกับเพื่อนมาให้เข้าไปหาได้เลย” เฟิร์นยิ้มบางๆ และพยักหน้าด้วยความขอบคุณก่อนจะเดินตามหลังพี่การ์ดร่างโตไป
อีกสองสาวที่เดินอยู่ด้านหลังก็รู้สึกประหม่าไม่น้อย เพราะตอนนี้มีแค่พวกเธอที่ยังคงใส่ชุดนักศึกษากันอยู่ซึ่งมันแตกต่างจากคนที่มาเที่ยวโดยสิ้นเชิงทำให้อดที่จะรู้สึกแปลกๆ กับสายตาคนที่มองมาไม่ได้
“กูว่าเราควรเปลี่ยนชุดก่อนมานะ” โบลิ่งกระซิบกับเพื่อนรักเสียงเบาซึ่งมินตราก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“เออจริง กูก็คิดงั้น” มินตราตอบกลับด้วยรอยยิ้มขำก่อนจะก้มมองตัวเองกับเพื่อนที่มากันทั้งชุดนักศึกษาเหมือนกับรีบร้อนจะมาเที่ยวจนลืมที่จะเปลี่ยนชุดกันอย่างไรอย่างนั้น แต่โชคดีหน่อยโซนที่พวกเธอกำลังเดินเข้าไปนั้นค่อนข้างเป็นส่วนตัวไม่ค่อยมีลูกค้าคนอื่นๆ มากนัก
ตึก ตึก ตึก! เสียงฝีเท้าของทั้งสามคนก้าวเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปถึงโซนที่มีหนุ่มหล่อทั้งสี่คนนั่งดื่มกันด้วยท่าทางสบายๆ เฟิร์นยิ้มกว้างและกำลังจะก้าวเท้าไปหาพี่ชาย จู่ๆ โบลิ่งก็หยุดเดินและทำสีหน้าไม่สบายตัวออกมา เธอรีบสะกิดแขนมินตราอย่างรีบร้อน
“มึงๆ กูปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ” มินตราหยุดเดินและมองเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
“ปวดมากมั้ย”
“อืม มาก” โบลิ่งกุมท้องพร้อมกับนิ่วหน้าบ่งบอกว่าเธอปวดมากและกำลังจะไม่ไหว
“งั้นเดี๋ยวกูถามเฟิร์นแป๊บ” ยังไม่ทันที่มินตราจะหันไปถามเพื่อน เฟิร์นที่หยุดรออยู่แล้วก็เดินกลับมาถามซะก่อน
“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมโบลิ่งทำหน้าแบบนั้นล่ะ” เธอมองเพื่อนด้วยความใจคอไม่ดีเพราะดูเหมือนว่าโบลิ่งจะมีปัญหาบางอย่างกับร่างกายตัวเอง
“เอ่อ...ห้องน้ำอยู่ทางไหนเหรอ พอดีเราจะพาโบลิ่งไปเข้าห้องน้ำน่ะ” พอได้ยินแบบนั้นเฟิร์นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอยิ้มบางๆ และชี้ไปยังทิศทางที่มีป้ายห้องน้ำติดอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้นัก แต่แค่ต้องเลี้ยวเข้าไปลึกนิดหนึ่ง
“ไปทางนั้นได้เลย เลี้ยวขวาก็จะเจอห้องน้ำ ให้เราไปเป็นเพื่อนมั้ย” เธอเสนอตัวด้วยความมีน้ำใจ
“ไม่ต้องๆ จ้ะ” โบลิ่งรีบปฏิเสธทันควันเพราะเธออยากไปทำธุระส่วนตัวเพียงลำพังมากกว่า บอกเลยว่าเวลาท้องไส้ปั่นป่วนแบบนี้การได้อยู่ในห้องน้ำคนเดียวมันรู้สึกสบายใจกว่า
“เอ่อ...เราไปคนเดียวได้ เฟิร์นพามินเข้าไปหาพี่ชายเถอะ ให้พี่เขารอนานไม่ดีนะ” โบลิ่งให้เหตุผลและตอนนี้เธอก็รู้สึกไม่ไหวแล้ว อยากวิ่งไปเข้าห้องน้ำแล้ว
“เอางั้นเหรอ แกไปคนเดียวได้แน่นะ” มินตรายังคงเป็นห่วงไม่อยากปล่อยเพื่อนไปคนเดียว
“แน่สิ แกไม่ต้องห่วงหรอกน่า” โบลิ่งกุมท้องตัวเองเอาไว้และโบกมือไล่เพื่อนให้เดินไปได้แล้ว
“ก็ได้ๆ แต่แกรีบไปรีบมานะ ห้ามเถลไถล” มินตรากำชับอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วงอีกครั้งเพราะเธอกลัวว่าออกมาจากห้องน้ำแล้วโบลิ่งจะหาเธอไม่เจอเพราะปกติอีกฝ่ายก็มักจะหลงทางอยู่บ่อยๆ
“จ้ะแม่ โบลิ่งรับทราบค่ะ” หญิงสาวก้มหัวลงอย่างกวนๆ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้วยท่าทางไม่ไหว หากรอให้เพื่อนรักเดินไปก่อน เธอต้องทำเรื่องขายหน้าอย่างแน่นอน มินตรามองตามแผ่นหลังเพื่อนก่อนจะยอมเดินตามหลังเฟิร์นไปอีกครั้ง
ไม่นานก็เดินมาถึงโซนวีไอพี เฟิร์นรีบวิ่งไปหาพร้อมกับตะโกนเรียกเสียงดัง
“เฮียยยย” เธอเข้าไปสวมกอดพี่ชายด้วยความดีใจและยังคงออดอ้อนอย่างเช่นทุกครั้งเพราะช่วงนี้เธอไม่ค่อยได้เจอกับพี่ชายเธอเลย เนื่องจากโฟล์คย้ายออกจากบ้านมาอยู่คอนโดแล้ว นานๆ ครั้งถึงจะกลับไปนอนที่บ้านสักครั้ง
“หึ อะไรกัน โตขนาดนี้แล้วยังจะวิ่งมากอดเฮียเหมือนเด็กๆ อยู่อีก” ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ก็อดกอดตอบน้องสาวเพียงคนเดียวไม่ได้ ซึ่งเฟิร์นก็ยังคงกอดอ้อนพี่ชายอยู่แบบนั้นไม่ยอมปล่อยโฟล์คที่เห็นแบบนั้นก็ยกมือลูบศีรษะทุยเล็กเบาๆ ด้วยความเอ็นดูก่อนจะจับตัวเธอให้ผละออกเพียงนิด
“พอแล้วๆ ไม่อายคนอื่นหรือไง ไม่ได้มีแค่เฮียนะ” โฟล์คหัวเราะเบาๆ ก่อนจะบอกน้องสาวให้เลิกกอดเขาได้แล้ว เฟิร์นได้สติขึ้นมาก็รีบหันหน้าไปส่งยิ้มเขินๆ ก่อนจะยกมือสวัสดีเพื่อนพี่ชายของเธอด้วยความคุ้นเคย ซึ่งตอนนี้ทุกคนกำลังมองมาที่เธอด้วยแววตาหยอกล้อโดยเฉพาะพี่ปาร์คที่เป็นคู่ปรับกับเธอ
“สวัสดีพี่ๆ ทุกคนค่ะ” พูดออกไปด้วยรอยยิ้มสดใสเพราะเธอคุ้นเคยกับเพื่อนๆ พี่ชายพอสมควรจะมีก็แต่พี่ซันที่เธอไม่ค่อยได้พูดคุยด้วยเท่าไหร่
“ครับ ยังวิ่งเก่งเหมือนเดิมเลยนะ” ปาร์คหยอกล้อและส่งยิ้มกวนๆ จนร่างบางมุ่ยหน้าใส่อย่างงอนๆ ก่อนจะเผลอไปสบตากับใครอีกคนที่กำลังนั่งขำเธออยู่เงียบๆ เธอสะบัดหน้าหนีทันทีอย่างนึกโมโห
เมื่อตั้งสติได้เธอก็รีบหันไปดึงเพื่อนสนิทให้มายืนอยู่ข้างๆ เพื่อให้มินตราได้ทักทายพี่ชายของเธอรวมถึงคนอื่นๆ ที่ตอนนี้ได้เบนสายตามาจับจ้องยังเพื่อนสนิทของเธอแทนแล้ว
“สวัสดีค่ะพี่โฟล์ค” มินตรายกมือไหว้พี่ชายเพื่อนด้วยรอยยิ้มน่ารักซึ่งรอยยิ้มของเธอมันทำให้ใครบางคนที่นั่งมองอยู่ถึงกับใจกระตุกวูบขึ้นมาอีกครั้งและครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาเป็นแบบนี้กับเธอ
“ครับ ไงเรา สบายดีนะ” โฟล์คพยักหน้ารับไหว้ด้วยรอยยิ้มใจดีก่อนจะถามอย่างชวนคุย
“สบายดีค่ะ” เธอตอบกลับยิ้มๆ
“ถ้างั้นก่อนพูดถึงรายละเอียดเรื่องงานเดี๋ยวพี่แนะนำให้รู้จักกับเพื่อนๆ พี่ก่อนแล้วกันนะ” โฟล์คว่าอย่างใจดีและความเป็นกันเองของเขาทำเอามินตราคลายความประหม่าลงได้มากทีเดียว
“เชี่ย โคตรน่ารักเลยว่ะ” ปาร์คเผลอพูดออกมาเบาๆ เมื่อได้มองอีกคนใกล้ๆ ซึ่งเลโอที่ได้ยินแบบนั้นก็เพียงยกยิ้มก่อนจะเบนสายตาไปจ้องมองยังร่างบางอีกคนอีกครั้ง
“นั่นพี่ปาร์ค พี่เลโอ แล้วก็พี่ซัน พี่ซันเป็นหุ้นส่วนกับพี่เราสามารถพูดคุยหรือสอบถามรายละเอียดกับพี่ซันได้เช่นกัน ส่วนการสมัครงาน วันที่เรามาเริ่มงานค่อยมากรอกฟอร์มก็ได้ครับ” มินตราพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจก่อนจะหันไปทักทายรุ่นพี่คนที่เหลือด้วยท่าทีนอบน้อมตามประสารุ่นน้องทักทายรุ่นพี่
“สวัสดีค่ะ” มินตราทักทายรุ่นพี่อีกสามคนด้วยรอยยิ้มก่อนที่เธอจะชะงักไปเมื่อเผลอสบสายตากับรุ่นพี่อีกคนที่นั่งมองหน้าเธอนิ่งๆ อยู่ก่อนแล้ว
ซึ่งเขาคนนั้นก็คือพี่ซันเดย์รุ่นพี่ที่โบลิ่งอยากจะเจอสักครั้งเมื่อสบตากันนิ่งๆ รุ่นพี่คนนั้นก็หันหน้าหนีเธอไปทางอื่นโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาทำให้เพื่อนๆ ของเขาที่มองอยู่ก่อนหน้านั้นต้องรีบชวนคุยขึ้นมาเพราะกลัวว่าเธอจะคิดมากกับท่าทีเหล่านั้นของพี่ซันเดย์
“สวัสดีครับ พี่ปาร์คนะ” ปาร์คยื่นมือไปหวังทักทายก่อนจะส่งยิ้มแพรวพราวตามประสาคนเจ้าชู้ ด้านเลโอก็แค่พยักหน้ารับแล้วยิ้มบางๆ ให้กับสาวรุ่นน้องไปตามปกติ
“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมไอจากหญิงสาวอีกคนดังขึ้นทำให้ปาร์ครีบชักมือกลับและนำมาเกาท้ายทอยแทนอย่างแก้เก้อก่อนจะพูดแซวน้องสาวของเพื่อนด้วยความสนิทสนม
“น้องเฟิร์นหิวน้ำเหรอครับ กระแอมซะดังเชียว”
“ฮึ!” เสียงหัวเราะจากคนที่นั่งข้างปาร์คดังขึ้นอีกครั้งทำให้เฟิร์นหันไปสบตาแล้วทำหน้างอออกมาด้วยความไม่พอใจที่ถูกรุ่นพี่สองคนรุมแกล้ง เธอเบนสายตากลับไปจ้องจิกปาร์คต่ออย่างไม่ยอม
“พี่ปาร์คเก็บสายตาด้วยค่ะ อย่ามาทำเจ้าชู้ใส่เพื่อนเฟิร์นนะ” เธอว่าเสียงเข้มอย่างจริงจังเพราะถ้าเพื่อนต้องเจอผู้ชายแบบนี้เธอไม่ยอมเด็ดขาด เธอรู้จักพวกเขาทุกคนดียิ่งพี่ปาร์คยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขาคือคนที่ควรอยู่ให้ห่างไกลมากที่สุด
“กูบอกแล้ว คิดจะจีบเพื่อนเธอมันไม่ง่ายหรอก น้องเฟิร์นเอามึง ตายแน่” เลโอกระซิบบอกด้วยความสะใจที่อีกฝ่ายโดนสกัดขาตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มจีบสาวรุ่นน้องอย่างจริงจังเลยด้วยซ้ำ
“หึ! ว่าแต่กู มึงเองก็ระวังตัวดีๆ เหอะ รับมือกับพี่ชายน้องได้หรือเปล่า” ปาร์คว่าเข้าให้ก่อนจะเบนสายตาไปยังเพื่อนตัวสูงอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กับน้องสาวตัวเองด้วยความหวงแหน
“อย่าคิดว่ากูรู้ไม่ทันมึง!” ปาร์คกระซิบย้ำอีกครั้งอย่างรู้ทันซึ่งเลโอก็เพียงยกยิ้ม เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงเอื้อมมือไปหยิบแก้วเครื่องดื่มตัวเองขึ้นมาดื่มเงียบๆ ดังเดิม สายตาคมมีบางอย่างแอบซ่อนอยู่ในนั้นแต่เขาจะไม่บอกใครหรอกนะเพราะมันยังไม่ถึงเวลา…
