บทที่ 9 ตัวแสบ
ตัวแสบ
หลังจากทำความรู้จักกันเรียบร้อยโฟล์คก็พูดคุยถึงเรื่องรายละเอียดของการทำงานคร่าวๆ ให้มินตรารับรู้ซึ่งเธอก็ไม่ได้ติดขัดหรือมีปัญหาอะไรเพราะเธอสามารถทำงานกลางคืนได้สบายอยู่แล้ว
“มินไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่รับมินเข้าทำงาน” เธอส่งยิ้มสดใสให้พี่ชายของเพื่อนอย่างรู้สึกขอบคุณจริงๆ
“พี่ยินดีรับเราอยู่แล้ว ไม่ต้องขอบคุณหรอก” โฟล์คว่ายิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนตัวเองอย่างจับผิด เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยายังไงบ้างซึ่งเจ้าตัวยังคงนั่งเงียบดังเดิม
“จะให้มินเริ่มงานวันไหนก็บอกได้เลยนะคะมินพร้อมเสมอ” มินตราบอกด้วยความกระตือรือร้นเพราะเธอสามารถเริ่มงานได้ทันทีหากเจ้าของผับต้องการ
ซึ่งคำพูดของเธอมันทำให้ร่างสูงที่นั่งฟังเงียบๆ อยู่ เบนสายตาไปมองเธออีกครั้ง ก่อนจะถามด้วยคำถามที่ทำให้คนฟังรู้สึกไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก
“ร้อนเงินขนาดนั้น” ซันเดย์เลิกคิ้วถามด้วยสีหน้านิ่งๆ จนมินตราต้องหันไปสบสายตากับหนุ่มรุ่นพี่ตรงๆ อย่างไม่ค่อยพอใจนักแต่เธอก็เลือกที่จะตอบกลับนิ่งๆ เช่นเดียวกัน
“ค่ะ ร้อนเงิน” เธอส่งยิ้มบางๆ เหมือนไม่คิดอะไรแต่ในใจกลับเดือดปุดๆ แววตาก็แข็งกระด้างขึ้นอย่างไม่ยอมคน
“งั้นเหรอ” ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ อย่างเข้าใจก่อนจะมองคนตัวเล็กอีกครั้งด้วยสายตาราบเรียบ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกแต่สายตาของเขาที่มองมามันทำให้มินตรารู้สึกแปลกๆ เหมือนกับว่ามันมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่ในแววตาคู่นั้นของเขาซึ่งเธออ่านมันไม่ออก
“เอ่อ...พี่ว่าเอาไว้วันไหนน้องมินพร้อมเริ่มงานก็ทักมาบอกพี่แล้วกันนะ เดี๋ยวแลกไลน์กับเบอร์โทรไว้ให้พี่ละกัน” โฟล์คบอกด้วยน้ำเสียงใจดีเพราะเห็นว่าสถานการณ์เมื่อสักครู่ดูจะตึงเครียดเกินไป
“ได้ค่ะ” มินตราตอบรับอย่างไม่เรื่องมาก เธอส่งยิ้มให้โฟล์คด้วยความสดใสดังเดิมลืมความขุ่นเคืองไปชั่วขณะ ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนวิ่งขึ้นมาอย่างรีบร้อนและพบว่าเป็นโบลิ่ง ทุกคนหันไปมองเธอเป็นตาเดียวด้วยความมึนงง
“มินนี่!เพื่อนรักก” โบลิ่งที่หายไปเข้าห้องน้ำมาสักพักวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับแทรกตัวลงไปนั่งข้างๆ เพื่อนตัวเองด้วยสีหน้าตื่นๆ เธอไม่แม้แต่จะสนใจสิ่งรอบข้างด้วยซ้ำ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าคำเรียกขานเมื่อสักครู่นี้มันทำให้ชายหนุ่มอีกคนชะงักนิ่งและรีบหันหน้ากลับไปมองสาวรุ่นน้องอีกครั้งด้วยหัวใจที่มันกระตุกวูบ ก่อนจะเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“โบลิ่งแกหายไปไหนมา เป็นอะไรหรือเปล่า” มินตรารีบสอบถามด้วยความเป็นห่วงเพราะเธอลืมไปเลยว่าอีกฝ่ายไปเข้าห้องน้ำมาซึ่งใช้เวลานานจนผิดปกติ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าถึงได้วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นขนาดนี้และยิ่งเรียกชื่อเล่นเธอแบบนี้ด้วยแสดงว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“เอ่อ...พอดีกูหลงทางน่ะ ไปโผล่อีกทีข้างหน้าร้านเลย” โบลิ่งกระซิบตอบเสียงเบาด้วยความขัดเขินเธอส่งยิ้มแห้งเมื่อเห็นสีหน้าเหนื่อยใจและเป็นกังวลของมินตรา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ไม่ได้มีแค่เธอกับเพื่อนตามลำพังจึงค่อยๆ หันหน้าไปมองทุกคนด้วยรอยยิ้มเอียงอายก่อนจะรีบยกมือไหว้รุ่นพี่ทั้งสี่คนด้วยท่าทีตัวเล็กตัวน้อย
“สวัสดีค่ะพี่ๆ ทุกคน” เธอทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับหนุ่มหล่อที่นั่งเงียบๆ อยู่ริมสุด
“อุ้ย โคตรหล่อเลยอะมึง” มือบางสะกิดบอกเพื่อนด้วยสีหน้าปลื้มปริ่ม ซึ่งน้ำเสียงของเธอที่หลุดพูดออกมามันไม่ได้เบาเลยสักนิดทำให้หนุ่มๆ ที่เหลือหลุดยิ้มออกมาด้วยความขบขันกับท่าทีและคำพูดตรงๆ ของสาวรุ่นน้อง
“เฮ้อ! มันใช่เรื่องมั้ย สรุปมึงมีอะไรรีบพูดมาเลยนะ” มินตรากระซิบถามเสียงเข้มก่อนที่เพื่อนรักจะพูดอะไรออกไปตามใจคิดมากกว่านี้ โบลิ่งส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนอีกครั้งก่อนจะกระซิบกระซาบข้างหูเพื่อนด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
“กูเจอน้องมึงนั่งอยู่โซนข้างนอก” สิ้นคำพูดของโบลิ่งมินตราก็เบิกตากว้างออกมาอย่างคนตกใจ
“ฉิบหายล่ะ” เธอเผลอสบถคำหยาบออกมาอย่างลืมตัวซึ่งทุกคนที่นั่งอยู่ตอนนี้ได้หันหน้ามามองเธอเป็นตาเดียวอย่างตกใจแต่ก็รู้สึกขำขันมากกว่า เพราะไม่คิดว่ารุ่นน้องที่ดูเรียบร้อยอย่างมินตราจะมีมุมแบบนี้ด้วย
“แหะ ขอโทษพี่ๆ ด้วยนะคะ” เธอได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ปนเขินอายที่เผลอหลุดพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้ารุ่นพี่แถมยังพึ่งจะรู้จักกันอีกต่างหาก
“หึ ไม่เป็นไรครับ” ปาร์คตอบกลับด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
หลังจากรู้ว่าน้องชายของเธอมากินเลี้ยงกับรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย ที่คงพาเด็กปีหนึ่งมาเลี้ยงตามธรรมเนียมปกติแต่ที่มันทำให้เธอรู้สึกไม่ปกติเพราะไม่คิดว่ามันจะบังเอิญขนาดนี้และถ้าน้องชายเธอรู้ว่าเธอมาสมัครงานทำที่นี่ เธอโดนเบรกหัวทิ่มแน่
“กูว่ารีบออกไปจากที่นี่เถอะ ก่อนที่เราจะฉิบหายกันจริงๆ” โบลิ่งกระซิบบอกพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีเร่งรีบและสิ่งที่เธอพูดมานั้นไม่ได้เกินจริงเลยสักนิดเพราะน้องชายของมินตราดุอย่างกับอะไร
“เออๆ นาทีนี้ต้องรีบแล้วล่ะมึง” มินตรากระซิบตอบด้วยความร้อนใจเช่นกันก่อนจะหันไปบอกลารุ่นพี่ทั้งสี่คนอีกครั้งด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน
“ถ้าพี่โฟล์คไม่มีอะไรแล้ว มินขอตัวกลับก่อนนะคะ พอดีมีธุระด่วน” เธอหันไปบอกลารุ่นพี่หนุ่มพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างรีบร้อนจนกระทั่งโฟล์คที่มองอยู่ต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรออกไป
“โอเคครับ ถ้างั้นก็เอาไลน์กับเบอร์โทรให้พี่ด้วยครับ เผื่อมีปัญหาอะไรสามารถทักมาถามพี่ได้ตลอด”
“ได้ค่ะ” มินตรารีบยื่นโทรศัพท์ให้พี่ชายเพื่อนอย่างไม่เรื่องมาก เมื่อทั้งสองคนเพิ่มเพื่อนกันเรียบร้อยโฟล์คก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“ไอ้ซัน...เอาโทรศัพท์มึงมาให้น้องมินแอดไลน์มึงด้วย เผื่อไว้ก่อน มึงก็เป็นเจ้าของคนหนึ่ง ก็ช่วยดูแลน้องหน่อยละกัน” โฟล์คว่าด้วยสีหน้าท่าทางปกติแต่คำพูดของเขานั้นมันทำให้มินตราชะงักนิ่งไปเพราะเธอไม่อยากที่จะแอดไลน์รุ่นพี่คนนี้สักเท่าไหร่และเธอคิดว่าเขาก็คงไม่อยากที่จะพูดคุยกับเธอเหมือนกัน
“อืม เอาสิ” แต่ผิดคาดรุ่นพี่หนุ่มตกลงอย่างง่ายดาย ซ้ำยังยื่นโทรศัพท์มาให้เธอได้เพิ่มเพื่อนกับเขาผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าว เธอจึงรับมาอย่างไม่มีทางเลือก
“ถ้างั้นขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเมื่อจัดการเพิ่มเพื่อนและบันทึกเบอร์หนุ่มรุ่นพี่เรียบร้อย
“ครับ” โฟล์คพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มใจดีดังเดิมและหันไปกำชับน้องสาวให้ขับรถดีๆ อย่าขับเร็วจนเกินไป
หลังจากนั้นทั้งสามสาวก็รีบดึงแขนกันออกไปอย่างเร่งรีบซึ่งเฟิร์นก็ยังคงมึนงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมเพื่อนทั้งสองคนถึงได้ดูรีบร้อนกันนัก
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” เธอถามอย่างไม่เข้าใจทำให้โบลิ่งรีบบอกด้วยท่าทียังคงตื่นตระหนกอยู่
“รายละเอียดค่อยว่ากันตอนนี้รีบออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ ก่อนที่องค์น้องจะลง!” แม้จะงุนงงกับคำพูดของเพื่อนแต่เฟิร์นก็ยอมเดินออกไปอย่างรีบเร่งตามเพื่อนทั้งสอง
เมื่อสามสาวออกไปแล้วชายหนุ่มทั้งสี่คนก็นั่งดื่มกันต่อด้วยท่าทีผ่อนคลายก่อนที่ปาร์คจะพูดบางอย่างออกมาพร้อมหลุดยิ้มขำ
“กลุ่มน้องมึงตลกดีนะ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นสาวเรียบร้อยกันซะอีก แต่ก็น่ารักดี กูชอบ” ปาร์คว่ายิ้มๆ ก่อนที่สายตาจะไปปะทะกับคนที่นั่งตรงข้ามและคนคนนั้นก็หวงน้องสาวมากด้วยเขาถึงทำได้แค่ส่งยิ้มแห้งๆ ไปยังเพื่อนตัวเอง
“เด็กกลุ่มนี้ห้ามมึงจีบเด็ดขาด มันใกล้ตัวเกินไป กูไม่อยากมีปัญหากับน้องสาวกูและมึงน่าจะรู้ว่าน้องกูแสบแค่ไหน” โฟล์คพูดด้วยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เลโอที่นั่งฟังเงียบๆ ก็ได้แต่ยิ้มมุมปากเขาหลุบสายตามองแก้วเหล้าของตัวเองก่อนจะยกมันขึ้นจิบไปเรื่อยๆ อย่างผ่อนคลายอารมณ์
ด้านซันเองหลังจากหญิงสาวที่เขาพึ่งรับเข้าทำงานกลับไปแล้วก็ต้องยกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจเพราะเมื่อได้มองเธอใกล้ๆ แบบนี้แล้ว แววตาของเธอไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดที่เปลี่ยนไปก็คงจะเป็นทรงผมของเธอที่ตอนนี้มันไม่มีเปียสองข้างให้เขาได้เห็นอีกแล้ว
“มินนี่...” ร่างสูงพึมพำคนเดียวก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบด้วยความอารมณ์ดี สายตามีประกายวาววับตลอดเวลาเพราะเขาไม่ได้ยินชื่อนี้มานานหลายปีแล้วจริงๆ หลังจากนี้เราได้เจอกันบ่อยๆ แน่ตัวแสบ…
