บทที่ 3 เซเรนา คลาร์ก

"เธอเป็นใคร" 

น้ำเสียงของจูเลียนกดต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงคำรามในลำคอ บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความอันตรายขั้นสุด ร่างสูงใหญ่ก้าวอาดๆ เข้ามาหาเธอราวกับเสือดำที่กำลังจะตะปบเหยื่อ

เซเรนาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น 

"ฉัน... เซเรนา"

"เซเรนา" 

เขาทวนชื่อนั้นช้าๆ ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ก่อนที่รอยยิ้มหยันที่มุมปากจะปรากฏขึ้น รอยยิ้มที่ทำให้เซเรนารู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง 

"อ่า... เซเรนา คลาร์ก ลูกเมียน้อยที่ลือกันว่าโทมัสซ่อนเอาไว้ใต้บันไดบ้านเหมือนหนูสกปรกๆ ตัวนึง ลูกสาวนอกสมรสที่ตระกูลคลาร์กไม่เคยให้ความสำคัญ"

จูเลียนหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ ความสูงของเขากดข่มเธอจนมิด เขายื่นมือออกไปบีบปลายคางของเธออย่างแรง บังคับให้ใบหน้าสวยคมต้องเชิดขึ้นสบตากับเขา

"ไอ้แก่โทมัสมันคิดบ้าอะไรอยู่ มันคิดว่าการโยนเศษเดนของตระกูลมาให้ฉันแทนลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของมัน แล้วฉันจะโง่ไม่รู้เรื่องงั้นสิ?" 

นิ้วโป้งของเขาบดคลึงลงบนริมฝีปากล่างของเธออย่างหยาบคาย รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา เหลือเพียงความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาสีเทา 

"คามิลลาอยู่ที่ไหน!"

"เธอหนีไปแล้ว" 

เซเรนาตอบตามความจริง พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หลบสายตาเขา แม้คางจะเจ็บร้าวจากการบีบของเขา 

"เธอทิ้งจดหมายไว้เมื่อเช้า แล้วหนีไปกับผู้ชายคนอื่น พ่อ... โทมัสกลัวว่าคุณจะยกเลิกงานแต่งแล้วถอนหุ้นทั้งหมด เขาเลยบังคับให้ฉันใส่ชุดนี้แล้วเดินเข้าโบสถ์แทน"

"แล้วเธอก็ยอมทำตามคำสั่งมันเหมือนหมาเชื่องๆ" 

เขาสะบัดมือออกจากคางเธออย่างรังเกียจ ราวกับว่าการสัมผัสตัวเธอคือเรื่องสกปรก 

"พวกแกเห็นฉันเป็นตัวตลกหรือไง! คิดว่าตระกูลแวนซ์เป็นสนามเด็กเล่นที่พวกแกจะส่งใครมาแต่งงานด้วยก็ได้งั้นเหรอ!"

จูเลียนถอยหลังไปหนึ่งก้าว สองมือท้าวเอว เขาเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับโทสะที่กำลังพลุ่งพล่าน เขาเป็นตำรวจที่เกลียดการถูกหลอกลวงที่สุด และตอนนี้ตระกูลคลาร์กที่กำลังถูกเขาสอบสวนเรื่องการฟอกเงินอย่างลับๆ กลับกล้าหยามเกียรติเขาถึงเพียงนี้

"ฉันจะโทรหาดอม ให้ส่งสายตรวจไปลากคอไอ้โทมัสเข้าห้องขังคืนนี้ โทษฐานฉ้อโกงและหลอกลวง" 

จูเลียนพูดเสียงเหี้ยม เขาหันหลังกลับเดินไปที่โต๊ะหัวเตียงเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือ 

"ส่วนเธอ... ถอดชุดบ้าๆ นั่นออกซะ แล้วไสหัวออกจากเพนท์เฮาส์ฉันไปก่อนที่ฉันจะจับเธอโยนออกไปทางหน้าต่าง"

"คุณทำแบบนั้นไม่ได้!"

เสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงสั่นเครือของลูกนกที่หวาดกลัว แต่เป็นเสียงที่เด็ดเดี่ยวและหนักแน่น จูเลียนชะงักมือที่กำลังกดหน้าจอโทรศัพท์ เขาหันขวับกลับมามองผู้หญิงที่ควรจะร้องไห้ฟูมฟายและอ้อนวอนขอความเมตตา ทว่าสิ่งที่เขาเห็นคือเซเรนาที่ยืดหลังตรง นัยน์ตาสีฟ้าของเธอไม่มีความหวาดกลัวอีกต่อไป มันประกายวับด้วยความมุ่งมั่นที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นจากผู้หญิงที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "เบี้ยหมาก"

"ฉันบอกให้เธอไสหัวไป" 

จูเลียนกดเสียงต่ำ ก้าวเข้าหาเธออีกครั้ง แววตาข่มขู่

"ถ้าคุณเอาพ่อเข้าคุกตอนนี้ ด้วยข้อหาหลอกลวงงานแต่งงาน ตระกูลคลาร์กอาจจะอับอาย แต่ทนายของเขาจะประกันตัวเขาออกมาได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง" 

เซเรนาพูดรัวเร็ว ก้าวออกมายืนประจันหน้ากับเขา แม้จะต้องเงยหน้ามองก็ตาม 

"แต่ถ้าคุณต้องการจะบดขยี้ตระกูลคลาร์กจริงๆ คุณต้องการมากกว่านั้น จูเลียน คุณต้องการสมุดบัญชีลับของเดอะ เวลเวต เลานจ์"

คำพูดของเธอทำเอาร่างสูงชะงักกึก ดวงตาสีเทาของจูเลียนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและระแวดระวังขั้นสุด เดอะ เวลเวต เลานจ์ คือชื่อคลับใต้ดินที่เป็นเป้าหมายหลักในการสืบสวนคดีฟอกเงินระดับชาติที่เขาและทีมกำลังตามแกะรอยอยู่ มันเป็นความลับสุดยอดที่แม้แต่คนในกรมตำรวจก็รู้เพียงไม่กี่คน

เขาพุ่งตัวเข้าประชิด รวบตัวเธอจับกระแทกเข้ากับผนังห้องอย่างแรงจนเซเรนาจุก ท่อนแขนแกร่งกดทับลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอ ตรึงเธอไว้กับกำแพง หน้าของเขาห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดพวงแก้มของเธอ

"เธอรู้อะไร" 

เขาถามเสียงกระซิบที่อันตรายยิ่งกว่าเสียงตะโกน 

"ตอบมา เซเรนา ก่อนที่ฉันจะหักคอเธอตรงนี้"

แม้จะเจ็บร้าวไปทั้งแผ่นหลังและหายใจลำบาก แต่เซเรนากลับเหยียดยิ้มบางๆ มันเป็นยิ้มของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว

"ฉันรู้ว่าตระกูลของฉันซ่อนเงินไว้ที่ไหน ฉันรู้ว่าใครคือหุ้นส่วนที่แท้จริงของคลับนั่นและฉันสามารถเอาหลักฐานที่คุณตามหามาตลอดชีวิตมาวางไว้แทบเท้าคุณได้" 

เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซาตานร้ายตรงหน้า 

"คุณไม่ได้แต่งงานกับคามิลลา... แต่คุณได้สิ่งที่คุ้มค่ากว่านั้น จูเลียน แวนซ์ คุณได้สายลับวงในที่พร้อมจะลากคอตระกูลคลาร์กทุกคนเข้าคุก"

จูเลียนหรี่ตามองผู้หญิงในอ้อมแขนอย่างประเมินใหม่หมดจด ใต้ผิวหน้าของความเปราะบาง ผู้หญิงคนนี้ซ่อนกรงเล็บที่แหลมคมเอาไว้ เธอไม่ใช่เหยื่อที่ถูกผลักเข้ามาในกรงเสือ แต่เธอตั้งใจเดินเข้ามาเพื่อใช้เสือตัวนี้เป็นเครื่องมือ

"แล้วเธอต้องการอะไรตอบแทน" 

เขาถาม หยั่งเชิงดูความโลภของเธอ

"เกราะป้องกัน" 

เซเรนาตอบชัดเจน น้ำเสียงเจือความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้มิดชิดมาตลอด 

"ให้ฉันอยู่ที่นี่ ในฐานะภรรยาของคุณ ใช้ชื่อเสียงตระกูลแวนซ์คุ้มครองฉันจากพวกคลาร์ก และเมื่อคุณได้หลักฐานทั้งหมดแล้ว... คุณต้องช่วยให้ฉันเป็นอิสระ"

จูเลียนนิ่งเงียบ สายตาของเขาไล่มองตั้งแต่ดวงตาเด็ดเดี่ยว ริมฝีปากที่เผยอน้อยๆ หอบหายใจ จนถึงเนินอกที่กระเพื่อมขึ้นลงภายใต้ชุดลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ เขาค่อยๆ คลายแรงกดที่แขนออก แต่ยังคงกักขังเธอไว้ด้วยร่างกายกำยำของเขา

ข้อเสนอนี้อันตราย มันคือการเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับงูพิษที่พร้อมจะแว้งกัด แต่สำหรับจูเลียน แวนซ์ ผู้ชายที่รักความเสี่ยงและการไล่ล่าเหนือสิ่งอื่นใด ข้อเสนอนี้ยั่วยวนเกินกว่าจะปฏิเสธได้

"เธอรู้ใช่ไหมว่าการเป็นภรรยาของฉัน... มันไม่ได้มีแค่การสวมแหวนแล้วนอนคนละห้อง" 

จูเลียนเอ่ยเสียงพร่าต่ำ นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของเธอออกเบาๆ สัมผัสที่ตรงข้ามกับความรุนแรงเมื่อครู่ทำให้เซเรนาขนลุกซู่ 

"ถ้าตระกูลคลาร์กส่งเธอมาขัดดอกแทนลูกสาวสุดที่รักของพวกมัน ฉันก็จะรับไว้ และฉันจะใช้ประโยชน์จากเธอทุกตารางนิ้ว จนกว่าฉันจะพอใจ"

เซเรนากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอรู้ดีว่าคำขู่นั้นหมายถึงอะไร ร่างกายของเธอคือสิ่งเดียวที่เธอเหลืออยู่ และเธอพร้อมจะใช้มันเป็นต้นทุนในการซื้ออิสรภาพ

มือบางยกขึ้นอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนกระดุมเม็ดบนสุดของชุดแต่งงานที่ด้านหลังคอ ก่อนจะค่อยๆ รูดซิปที่ซ่อนอยู่ด้านหลังลงมา เสียงซิปที่เสียดสีกันดังก้องในความเงียบ ชุดผ้าซาตินราคาแพงร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น เหลือเพียงชุดชั้นในลูกไม้สีขาวตัวจิ๋วที่โอบอุ้มเรือนร่างงดงามที่ซ่อนรูปไว้อย่างมิดชิดมาตลอด

เธอยืนหยัดอยู่ตรงหน้าเขา เปลือยเปล่าทั้งร่างกายและข้อตกลง ไม่มีอะไรปิดบังอีกต่อไป

"ฉันเป็นของคุณ จูเลียน" 

เซเรนากระซิบ แววตาของเธอสั่นไหวแต่ไม่มีความลังเล 

"ใช้ฉัน... แลกกับการทำลายพวกมัน"

จูเลียนจ้องมองเรือนร่างของหญิงสาวที่ยอมจำนนอยู่ตรงหน้า แววตาของเขาเข้มขึ้นจนกลายเป็นพายุสีเทาที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เขาเชยคางเธอขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีความรุนแรง มีเพียงความปรารถนาที่ลุกโชนผสมผสานกับอำนาจเหนือกว่าที่เขากำลังจะยัดเยียดให้เธอ

"ข้อตกลงนี้เริ่มแล้ว เซเรนา" 

เขาเอ่ยชิดริมฝีปากเธอ 

"และจำไว้ว่า ในเกมนี้นอกฉันเท่านั้นที่เป็นคนกำหนดกฎ... และฉันเท่านั้นที่จะเป็นคนบอกว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่"

สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนจัดของซาตานร้ายก็บดขยี้ลงมาบนริมฝีปากของเธอ กลืนกินทั้งลมหายใจและตัวตนของเธอ รอยบาปใต้ผ้าซาตินได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในค่ำคืนนี้ ค่ำคืนที่ชะตากรรมของสองตระกูลกำลังจะถูกพลิกผันด้วยเกมอำนาจและเพลิงปรารถนาที่ไม่มีวันดับลงง่ายๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป