บทที่ 6 "ภรรยาจอมปลอม"

แสงแดดสีทองยามสายสาดส่องผ่านกระจกใสบานสูงจรดเพดาน ทาบทับลงบนเตียงคิงไซส์ที่ยับยู่ยี่ เซเรนา คลาร์ก ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าบนพื้นที่นอนฝั่งตรงข้าม สัมผัสเย็นเยียบของผ้าปูที่นอนสีดำสนิทบอกให้รู้ว่าเจ้าของห้องลุกออกไปนานแล้ว

ความปวดร้าวแล่นริ้วไปทั่วทุกสัดส่วนของร่างกายทันทีที่เธอขยับตัว หญิงสาวนิ่วหน้าซึมซับความจริงที่ว่าค่ำคืนอันแสนบ้าคลั่งที่ผ่านมาไม่ใช่ความฝัน กลิ่นกายบุรุษที่ผสมผสานกับกลิ่นโคโลญจน์จางๆ และกลิ่นอายของกิจกรรมสวาทที่ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเธอได้ตกลงทำสัญญากับซาตานร้ายในคราบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไปแล้วอย่างสมบูรณ์

เซเรนายันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบากผ้าห่มผืนหนาเลื่อนหลุดจากลาดไหล่ เผยให้เห็นรอยจ้ำสีแดงอมม่วงที่กระจายอยู่ทั่วเนินอกและลำคอขาวผ่อง ร่องรอยการตีตราจองของ จูเลียน แวนซ์ เด่นชัดจนน่าใจหาย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกรวบรวมความเข้มแข็งที่แตกกระเซ็นให้กลับมาเข้าที่ ก่อนจะก้าวลงจากเตียง สองเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสกับพื้นพรมเปอร์เซียสีเข้มขณะเดินตรงไปยังห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำที่กรุด้วยหินอ่อนสีเทาดำทั้งหมด เซเรนายืนจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ ผู้หญิงที่อยู่ในนั้นดูแปลกตาไปจากเซเรนาลูกนอกสมรสที่มักจะสวมเสื้อผ้าสีหม่นและก้มหน้าหลบสายตาผู้คนเสมอ ผมสีบลอนด์สว่างที่เคยถูกเกล้าไว้อย่างประณีตบัดนี้ยุ่งเหยิงพันกันริมฝีปากอวบอิ่มบวมเจ่ออย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีฟ้าหม่นที่เคยมีแต่ความหวาดกลัวกลับมีความเด็ดเดี่ยวและเย็นชาฉาบทับอยู่บางๆ

เธอเปิดน้ำอุ่นชำระล้างคราบไคลและร่องรอยความเหนื่อยล้าออกไป สายน้ำที่ไหลผ่านบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ บนร่างกายทำให้เธอรู้สึกแสบ แต่ก็ทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้นเธอไม่ได้กำลังหนีจากขุมนรกเพื่อมาตกลงในนรกอีกขุม เธอเพียงแค่เปลี่ยนสมรภูมิรบเท่านั้นและในเพนท์เฮาส์แห่งนี้ เธอมีอาวุธที่ทรงพลังที่สุดอยู่ในมือ...  นั่นคือความลับของตระกูลคลาร์ก

เซเรนาคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำสีเทาเข้มตัวใหญ่ที่แขวนอยู่มาสวม มันเป็นเสื้อคลุมของจูเลียนขนาดของมันใหญ่โตจนชายผ้าแทบจะลากพื้นและแขนเสื้อยาวปิดปลายนิ้วของเธอมิด แต่มันก็ให้ความอบอุ่นและซ่อนเรือนร่างบอบช้ำของเธอไว้ได้อย่างมิดชิด หญิงสาวรวบผมที่เปียกชื้นขึ้นลวกๆ ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนก้าวออกไปเผชิญหน้ากับโลกใบใหม่

เพนท์เฮาส์ของตระกูลแวนซ์ในยามกลางวันดูแตกต่างจากเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ เน้นสีดำเทาและโลหะเป็นหลัก ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสทั้งหมด เผยให้เห็นวิวตึกระฟ้าและอ่าวเซนต์เทเรซาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มันหรูหราโอ่อ่าแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนป้อมปราการที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกันคนภายนอกออกไปและขังคนภายในเอาไว้

กลิ่นกาแฟคั่วบดหอมกรุ่นลอยมาเตะจมูก นำทางเซเรนาไปยังโซนห้องครัวแบบเปิดที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น

จูเลียน แวนซ์ ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไอส์แลนด์หินอ่อน เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ ถึงข้อศอกและกางเกงสแลคสีดำสนิท ผมสีน้ำตาลเข้มที่มักจะเซ็ตทรงอย่างดีบัดนี้ตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อยทำให้เขาดูอันตรายน้อยลงกว่าเมื่อคืน ทว่าสายคล้องปืนพกสีดำที่พาดทับอยู่บนไหล่กว้างและซองปืนที่แนบอยู่ข้างลำตัว กลับเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยลดการระวังตัว

เขาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ตเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ดวงตาสีเทาคมกริบกวาดมองร่างบอบบางที่จมอยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของความเร่าร้อนหรือความลุ่มหลงเมื่อคืน ราวกับว่าผู้ชายที่กระแทกกระทั้นและครางชื่อเธออย่างบ้าคลั่งบนเตียงนั้นเป็นคนละคนกับผู้กองจูเลียน แวนซ์ ในเช้าวันนี้

"ฉันสั่งให้แม่บ้านเตรียมกาแฟไว้ให้" 

น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยทำลายความเงียบ เขาพยักพเยิดหน้าไปทางแก้วมัคสีดำที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ 

"ฉันไม่รู้ว่าเธอชอบใส่อะไรหัดชงเองก็แล้วกัน เพราะที่นี่ไม่มีคนรับใช้คอยประเคนของให้เหมือนที่บ้านคลาร์ก"

เซเรนาเดินเข้าไปใกล้ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลทรงสูงฝั่งตรงข้ามกับเขา เธอไม่ตอบโต้ถ้อยคำเหน็บแนมนั้น มือบางเอื้อมไปประคองแก้วกาแฟอุ่นๆ ขึ้นมาจิบ รสชาติขมปร่าของเอสเปรสโซ่เพียวๆ ไหลลงคอ แต่มันก็ช่วยปลุกให้เธอตื่นตัวได้อย่างดี

"ขอบคุณค่ะ" 

เธอตอบสั้นๆ วางแก้วลงและช้อนตาขึ้นสบกับเขา 

"ฉันไม่ได้ต้องการคนรับใช้ ฉันดูแลตัวเองได้"

จูเลียนหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างประเมิน ท่าทีสงบนิ่งและเยือกเย็นของเธอขัดกับสภาพร่างกายที่บอบช้ำอย่างเห็นได้ชัด เขาเลื่อนแท็บเล็ตในมือออกไปก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำใบเล็กและซองเอกสารสีน้ำตาลดันข้ามเคาน์เตอร์มาตรงหน้าเธอ

"โทรศัพท์เครื่องใหม่ เบอร์ของฉันและทีมสืบสวนเมเจอร์ไครม์ถูกบันทึกไว้ในนั้นหมดแล้ว มันถูกติดตั้งระบบติดตาม GPS และดักฟังไว้ ห้ามปิดเครื่อง ห้ามถอดซิมและห้ามทิ้งมันไว้ห่างตัวเด็ดขาด" 

เขาออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนซองเอกสาร 

"ส่วนในซองนี้คือบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินที่เป็นชื่อของเธอ เซเรนา แวนซ์ ใช้มันสำหรับของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้าของเธอฉันให้คนจัดหามาให้แล้วจะส่งมาถึงที่นี่ตอนสายๆ"

เซเรนามองดูสิ่งของที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวนเส้นใหม่ที่ถูกยื่นมาให้ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกล่อง เปิดหน้าจอขึ้นมาดูรายชื่อที่ถูกบันทึกไว้ตามที่เขาบอก ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋าเสื้อคลุมอย่างว่าง่าย

"คุณกำลังทำเหมือนฉันเป็นนักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว" 

เธอเอ่ยเสียงเรียบ ไม่ได้แสดงความดีใจกับบัตรเครดิตแบล็คการ์ดที่ผู้หญิงค่อนเมืองปรารถนา

"เธอเป็นมากกว่านั้น เซเรนา เธอเป็นทั้งแหล่งข่าวและเหยื่อล่อ" 

จูเลียนตอกกลับ สายตาของเขาจับจ้องใบหน้าหวานอย่างไม่วางตา 

"ตราบใดที่เธออยู่ในความคุ้มครองของฉัน ทุกย่างก้าวของเธอต้องอยู่ภายใต้สายตาของฉัน เธอจะไม่ได้ออกไปไหนจนกว่าฉันจะอนุญาต และอย่าแม้แต่จะคิดตุกติกหรือแอบติดต่อกับคนของคลาร์ก เพราะถ้าฉันจับได้ว่าเธอเล่นตลก... ข้อตกลงของเราถือเป็นอันสิ้นสุด และฉันจะโยนเธอกลับไปให้พวกมาเฟียที่พ่อเธอติดหนี้อยู่ขย้ำกิน"

"ฉันไม่มีใครให้ติดต่อที่นั่น และฉันก็ไม่มีที่ให้หนี" 

เซเรนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาสีฟ้าหม่นไม่มีความลังเล 

"ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันต้องการเห็นพวกมันพินาศพอๆ กับคุณ... หรืออาจจะมากกว่าคุณด้วยซ้ำ"

ความแค้นที่ฝังรากลึกอยู่ในแววตาของเธอทำให้จูเลียนชะงักไปเล็กน้อย เขาเคยเห็นผู้ต้องสงสัยหรือแหล่งข่าวมานับไม่ถ้วน แต่แรงขับเคลื่อนที่ซ่อนอยู่ในตัวผู้หญิงคนนี้มันลึกล้ำและอันตรายกว่าที่เขาคาดคิด

ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงสัญญาณจากลิฟต์ส่วนตัวหน้าเพนท์เฮาส์ก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในห้องโถงโดยไม่ต้องรอให้เจ้าบ้านอนุญาต

"หวังว่ากูจะไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะข้าวใหม่ปลามันนะ ผู้กอง"

น้ำเสียงยียวนคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ โดมินิก เรเยส รองหัวหน้าทีมสืบสวนและเพื่อนสนิทที่สุดของจูเลียน ดอมอยู่ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีน้ำตาลทับเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์สีซีดและรองเท้าบูทคอมแบท สภาพเหมือนเพิ่งลงจากการออกตรวจท้องที่ใบหน้าคมเข้มแบบหนุ่มละตินของเขาประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก แต่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้นกลับกวาดมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวังราวกับเหยี่ยว

ดอมหยุดชะงักเมื่อเดินเข้ามาถึงโซนห้องครัว สายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างของหญิงสาวแปลกหน้าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สตูล เสื้อคลุมตัวโคร่งที่เผยให้เห็นร่องรอยคิสมาร์กที่โผล่พ้นคอเสื้อและเรียวขาขาวเนียน ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของดอมค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากันอย่างรุนแรง

เขาหันขวับไปมองเพื่อนสนิทที่ยืนจิบกาแฟอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยหน้าตาเฉยเมย 

"นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรเนี่ย จูลส์? เมื่อเช้ากูเพิ่งเห็นข่าวหน้าหนึ่งว่ามึงลาก คามิลลา คลาร์ก ออกจากงานแต่ง แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร? อย่าบอกนะว่ามึงโกรธจัดจนหิ้วใครก็ไม่รู้มาประชดชีวิตน่ะ?"

จูเลียนวางแก้วกาแฟลง กอดอกมองเพื่อนร่วมงานอย่างใจเย็น 

"ตั้งสติแล้วเบิกตาดูให้ดีๆ ดอม นี่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผลผลิตอีกชิ้นของตระกูลคลาร์กที่ไอ้แก่โทมัสมันส่งมาสวมรอยแทนลูกสาวสุดที่รักของมันในงานแต่งเมื่อวาน"

ดอมเบิกตากว้างหันกลับมาจ้องหน้าเซเรนาอย่างเสียมารยาท 

"สวมรอย? ล้อกูเล่นปะเนี่ย... เดี๋ยวนะ" 

เขาหรี่ตาลง ค้นหาข้อมูลในหัว 

"ลูกนอกสมรส? คนที่ลือกันว่าแม่เป็นอดีตผู้หญิงกลางคืนที่ไอ้โทมัสไข่ทิ้งไว้เมื่อยี่สิบปีก่อนน่ะเหรอ?"

คำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายแต่เป็นเพียงการระบุตัวตนตามข้อมูลที่เคยได้ยินมา ทำให้เซเรนามือสั่นเล็กน้อย แต่เธอซ่อนมันไว้ใต้แขนเสื้อคลุมอย่างแนบเนียน เธอเชิดหน้าขึ้นไม่หลบสายตาที่เต็มไปด้วยการประเมินค่าของโดมินิก

"ฉันชื่อเซเรนา คลาร์ก" 

เธอเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

"และแม่ของฉันไม่ใช่ผู้หญิงกลางคืน เธอเป็นอดีตเลขาของโทมัสที่ถูกเขาหลอกใช้และทิ้งขว้าง"

ดอมผิวปากเบาๆ ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารสองสามเล่มและแท็บเล็ตลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน 

"เอาล่ะ โทษทีที่ปากหมาไปหน่อย คุณผู้หญิง แต่ถ้าคุณคือคนที่ไอ้จูลส์ลากเข้าห้องหอเมื่อคืน แล้วทำไมคุณถึงยังมีชีวิตรอดมายืนเถียงผมอยู่ตรงนี้ได้? ปกติไอ้หมอนี่มันน่าจะบีบคอคนที่กล้าหลอกมันตายคาเตียงไปแล้ว"

"เพราะเธอมีในสิ่งที่เราต้องการ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป