บทที่ 8 กลบเกลื่อนข่าวลือ
เสียงเครื่องยนต์ลีมูซีนดังกระหึ่มเบาหวิวขณะเคลื่อนตัวผ่านซุ้มประตูเหล็กดัดลายเถาวัลย์ขนาดใหญ่ของคฤหาสน์คลาร์ก บรรยากาศยามเย็นของเมืองเซนต์เทเรซาถูกปกคลุมด้วยสายฝนโปรยปราย ละอองน้ำจับตัวเป็นหยดเกาะอยู่บนกระจกกรองแสงสีเข้ม บดบังสายตาภายนอกจากเหล่าผู้สื่อข่าวที่ยังคงปักหลักรอคอยข่าวฉาวของสองตระกูลใหญ่อย่างหิวโหย
ภายในห้องโดยสารสุดหรู ความเงียบงันอัดแน่นจนน่าอึดอัด
เซเรนานั่งอยู่บนเบาะหนังสีเข้มเธอสวมชุดเดรสแขนยาวผ้าชีฟองสีน้ำเงินไพลินที่สั่งตัดอย่างประณีต คอเสื้อสูงปิดมิดชิดเพื่อบดบังร่องรอยกลีบกุหลาบสีเข้มที่จูเลียนฝากไว้ทั่วลำคอและลาดไหล่ ผมสีบลอนด์สว่างถูกปล่อยสลวยเป็นดัดลอกคลื่นรับกับใบหน้าหวานที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือสร้อยคอเพชรแท้เพชรน้ำเอกที่โอบล้อมหงส์ระหงของเธอไว้ ประกายวิบวับของมันตอกย้ำสถานะใหม่ที่ตระกูลแวนซ์มอบให้เธออย่างเปิดเผย
"ตื่นเต้นงั้นหรือ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากคนที่นั่งข้างๆ จูเลียนอยู่ในชุดสูทเรียบกริบสีเทาเข้มสองขาสายยาวไขว่ห่างอย่างผ่อนคลาย นิ้วเรียวยาวของเขากำลังหมุนแก้วบรั่นดีในมืออย่างเชื่องช้า ดวงตาสีเทาคมกริบหลุบมองฝ่ามือบางของเซเรนาที่กำลังกำเข้าหากันแน่นบนตัก
"ฉันแค่... กำลังคิดว่าพ่อกับแม่เลี้ยงจะทำหน้ายังไงเมื่อเห็นฉันกลับไปในฐานะภรรยาของคุณ"
เซเรนาตอบโดยไม่เบือนสายตาออกจากหน้าต่าง
"พวกเขาจะทำหน้าเหมือนเห็นผี"
จูเลียนวางแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะพับขนาดเล็กก่อนจะยื่นมือหนามาคว้าข้อมือบางของเธอ ดึงร่างบอบบางให้เขยิบเข้ามาชิดกับร่างกำยำของเขา นิ้วโป้งหยาบกร้านของเขาลูบไล้หลังมือเธอเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนแต่แฝงไปด้วยความควบคุม
"ยิ้มไว้ เซเรนา... หน้าที่ของเธอในวันนี้มีแค่อย่างเดียว คือสวมบทบาทภรรยาผู้แสนเรียบร้อยที่สามีหลงไหลหัวปักหัวปำ และปล่อยให้ฉันจัดการส่วนที่เหลือเอง"
"รวมถึงเรื่องข่าวลือเรื่องการสลับตัวเจ้าสาวด้วยหรือคะ?"
"ข่าวลือจะกลายเป็นเรื่องไร้สาระทันทีที่คนพวกนั้นเห็นว่าฉันโอบเอวเธอด้วยสายตาแบบไหน"
จูเลียนโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ กระซิบชิดใบหูระหงของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ
"ทำให้พวกมันเห็นว่าตระกูลคลาร์กไม่ได้ถูกฉันเหยียดหยาม... แต่เป็นตระกูลคลาร์กเองต่างหากที่โชคดีได้ลูกนอกสมรสอย่างเธอมาถวายตัวให้ฉันจนฉันหลุ่มหลง"
คำว่า 'ถวายตัว' ทำให้หัวใจของเซเรนากระตุกวูบ ทว่าเธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ รถลีมูซีนก็จอดนิ่งสนิทลงที่หน้าบันไดหินอ่อนทางเข้าคฤหาสน์คลาร์ก
บอดี้การ์ดในชุดสูทก้าวลงไปเปิดประตูรถพร้อมกางร่มคันใหญ่กั้นสายฝน จูเลียนก้าวลงจากรถเป็นคนแรก เขายื่นมือออกมารับเซเรนาลงมาจากรถอย่างนุ่มนวลและให้เกียรติ ทันทีที่สองเท้าของเธอแตะลงบนพื้นหินอ่อน ฝ่ามือแกร่งของจูเลียนก็เลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นดึงร่างของเธอเข้าแนบชิดกับลำตัวของเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย
ประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์เปิดออก เผยให้เห็นร่างของ โทมัส คลาร์ก และ เอเลนอร์ คลาร์ก ที่ยืนรอรับอยู่ด้วยสีหน้าตึงเครียด โทมัสอยู่ในชุดสูททางการที่ดูยับยู่ยี่เล็กน้อยใบหน้าของชายวัยกลางคนซีดเผือด มีหยาดเหงื่อซึมตามผาก ขณะที่เอเลนอร์แต่งหน้าหนาเตอะเพื่อกลบความวิตกกังวล สองสามีภรรยาตระกูลคลาร์กตกอยู่ในฝันร้ายมาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนับตั้งแต่คามิลลาหนีไป พวกเขาเตรียมใจรับการบุกรุกจากตำรวจหรือคำสั่งฟ้องร้องจากตระกูลแวนซ์ แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับเหนือความคาดหมาย
จูเลียน แวนซ์ เดินกุมมือลูกนอกสมรสที่พวกเขาเกลียดชังเข้ามาในบ้าน ราวกับเธอคืออัญมณีลค่าที่เขาเพิ่งค้นพบ
"ผู้กองแวนซ์..."
โทมัสก้าวออกมาข้างหน้า น้ำเสียงสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ สายตาตาเหลือบมองเซเรนาด้วยความหวาดระแวงผสมความแค้น
"พวกเรา... พวกเราไม่คิดว่าคุณจะมาเยือนที่นี่ในเย็นวันนี้"
"ทำไมล่ะครับ คุณพ่อตา?"
จูเลียนเหยียดยิ้มที่มุมปากมันเป็นรอยยิ้มที่หล่อเหลาบาดตา แต่กลับส่งความเย็นเยียบไปถึงกระดูกดำของผู้มอง
"ในเมื่อผมพาภรรยาของผมกลับมาเยี่ยมบ้านหลังเก่าของเธอ... หรือว่าตระกูลคลาร์กไม่อยากต้อนรับลูกเขยคนนี้?"
คำว่า 'ภรรยา' และ 'คุณพ่อตา' หลุดออกจากปากผู้กองหนุ่มอย่างลื่นไหล แต่น้ำเสียงที่หนักแน่นนั้นกลับเหมือนใบมีดโกนที่กรีดลงบนหน้าของโทมัส
เอเลนอร์รีบขยับเข้ามาแย้มยิ้มเสแสร้ง ปรับสีหน้าให้ดูเป็นมิตรอย่างทุลักทุเล
"โอ้ ไม่ใช่แบบนั้นเลยค่ะคุณจูเลียน! พวกเราแค่นึกว่า... นึกว่าคุณกับเซเรนาจะยุ่งอยู่กับการพักผ่อนหลังงานวิวาห์ เชิญข้างในก่อนค่ะ เชิญที่ห้องรับรองเลย"
ห้องรับรองหรูหราที่กรุด้วยไม้หลุมพอและผนังสีทองประดับด้วยรูปภาพบรรพบุรุษตระกูลคลาร์ก บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นชาคาโมมายล์และขนมอบราคาแพง แต่ความตึงเครียดกลับทวีความรุนแรงจนแทบจะหายใจไม่ออก เซเรนานั่งลงบนโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมูโดยมีจูเลียนนั่งลงข้างๆ เขาวางท่อนแขนแกร่งพาดไปบนพิงโซฟาด้านหลังเธอราวกับจะกักขังเธอไว้ในอาณัติของเขาตลอดเวลา
แม่บ้านสั่นเทาขณะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระจก โทมัสและเอเลนอร์นั่งลงฝั่งตรงข้าม ทั้งสองสายตาจดจ้องมาที่เซเรนาอย่างไม่วางตา โดยเฉพาะเอเลนอร์ที่จ้องมองสร้อยคอเพชรบนคอของเซเรนาด้วยความริษยาและโกรธแค้น สร้อยคอเส้นนั้นเคยเป็นของที่คามิลลาเพ้อฝันอยากได้มาครอบครอง แต่บัดนี้มันกลับสวมอยู่บนคอของ 'นังลูกกาฝาก'
"ผมยินดีที่ได้เห็นว่าเซเรนาได้รับการต้อนรับอย่างดีจากตระกูลแวนซ์"
โทมัสเปิดประเด็น พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูทรงอำนาจแบบผู้ใหญ่
"อันที่จริง... เรื่องงานแต่งงานเมื่อวานมีความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นคามิลลาพี่สาวของเธอประสบอุบัติเหตุกะทันหัน เราเลยต้อง..."
"ความผิดพลาดงั้นหรือครับ?"
จูเลียนพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เขายกแก้วชาขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงบนจานรองเสียงดัง แกร๊ก
"ผมไม่คิดว่ามันเป็นความผิดพลาดนะโทมัส... ผมคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่ตระกูลคลาร์กเคยทำมาต่างหาก"
โทมัสชะงักกึก
"คุณ... หมายความว่ายังไงครับ?"
จูเลียนเลื่อนมือลงมากอบกุมฝ่ามือของเซเรนาแล้วยกขึ้นมาประทับจุมพิตเบาๆ ลงบนหลังมือของเธอต่อหน้าต่อตาพ่อและแม่เลี้ยง สายตาสีเทาของเขามองเซเรนาด้วยความลึกซึ้งที่เสแสร้งได้อย่างแนบเนียนจนเซเรนาเองยังรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง
"คามิลลาอาจจะเป็นเจ้าสาวที่พวกคุณวางตัวไว้แต่แรก... แต่เซเรนาต่างหากคือคนที่ผมเลือก"
จูเลียนเอ่ยเสียงทุ้มหวาน ทว่าสายตาที่เหลือบกลับไปมองโทมัสนั้นกลับดุดันดุจเสือร้าย
"ผู้หญิงที่ว่างเปล่ามีดีแค่ชื่อเสียงอย่างคามิลลาเทียบไม่ได้เลยกับความงดงามและสติปัญญาของเซเรนา ผมต้องขอบคุณพวกคุณด้วยซ้ำที่ส่ง 'ของขวัญ' ที่ทรงคุณค่าที่สุดชิ้นนี้มาให้ผมในคืนนั้น"
เอเลนอร์แทบจะกลั้นกรีดร้องไว้ไม่ได้ หน้าอกของเธอกระเพื่อมด้วยความโกรธ
"แต่เซเรนาเป็นแค่... เป็นแค่ลูกนอกสมรส! เธอไม่มีกิริยามารยาททางสังคมไม่เหมาะจะเป็นนายหญิงของตระกูลแวนซ์หรอกค่ะคุณจูเลียน คามิลลาต่างหากที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีถ้าคามิลลากลับมา..."
"หยุดพูดซะ เอเลนอร์"
น้ำเสียงของจูเลียนไม่ได้ดังขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับแฝงด้วยรังสีฆ่าฟันจนเอเลนอร์ต้องหุบปากฉับ
"คนที่นั่งอยู่ข้างผมตรงนี้คือ เซเรนา แวนซ์ ภรรยาแต่งถูกต้องตามกฎหมายของผม ใครก็ตามที่กล้าดูถูกเธอ หรือเรียกเธอว่าลูกนอกสมรสอีกแม้แต่คำเดียว... เท่ากับกำลังหลู่เกียรติของตระกูลแวนซ์และผมจะไม่ละเว้นมันผู้นั้นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม"
ความเงียบเชียบอันแสนทรมานโรยตัวลงปกคลุมอีกครั้ง โทมัสหน้าซีดลงทันทีเขาตระหนักได้ทันทีว่าเกมเปลี่ยนไปแล้ว จูเลียนไม่ได้โกรธเรื่องการสลับตัวเจ้าสาวแต่กลับรับเซเรนาไปเป็นภรรยาอย่างเต็มภาคภูมิและนั่นหมายความว่าอำนาจในการต่อรองของตระกูลคลาร์กได้ตกไปอยู่ในมือของเซเรนาหมดสิ้นแล้ว
