บทที่ 9 'มูลนิธิเด็กกำพร้าเซนต์เทเรซา'

"แน่นอน... แน่นอนครับผู้กอง" 

โทมัสฝืนยิ้มแห้งเหงื่อไหลซึมตามขมับ 

"เซเรนาเป็นลูกสาวของผม ผมย่อมดีใจที่เธอได้ดี... เซเรนา พ่อดีใจกับแกจริงๆ นะ"

เซเรนามองดูชายวัยกลางคนตรงหน้า ผู้ชายคนที่เคยด่าทอเธอว่า 'นังกาฝาก' ผู้ชายคนที่เคยกระชากแขนเธอแล้วบังคับให้เธอใส่ชุดแต่งงานมาขัดดอก บัดนี้กำลังส่งรอยยิ้มอ้อนวอนและหวาดกลัวมาให้เธอ ความรู้สึกสะใจอันดำมืดจุดติดขึ้นในอก หญิงสาวแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่งดงามแต่แฝงไปด้วยพิษร้ายไม่ต่างจากสามีของเธอ

"ขอบคุณค่ะ คุณพ่อ" 

เซเรนาเอ่ยเสียงหวานเรียบ 

"ฉันเองก็ต้องขอบคุณความ 'เมตตา' ของคุณพ่อและคุณแม่เลี้ยงในตลอดหลายปีที่ผ่านมาด้วยเหมือนกัน... ถ้าไม่มีการอบรมสั่งสอนอันเข้มงวดในบ้านหลังนี้ ฉันคงไม่มีวันกลายเป็นคนที่คู่ควรกับจูเลียนได้ในวันนี้"

คำพูดประชดประชันที่แฝงความแค้นทำให้เอเลนอร์กำมือแน่นจนเล็บแทงเนื้อ แต่เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งฟัง

"จริงสิครับ" 

จูเลียนเปลี่ยนประเด็นอย่างเป็นธรรมชาติ เขาเอนหลังพิงโซฟาสายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโทมัส 

"ผมได้ยินมาว่าพรุ่งนี้ตระกูลคลาร์กจะเป็นเจ้าภาพจัดงานกาล่าการกุศลเพื่อระดมทุนให้ 'มูลนิธิเด็กกำพร้าเซนต์เทเรซา' ในฐานะลูกเขยคนใหม่ ผมคงต้องขออนุญาตไปร่วมงานด้วยและพาเซเรนาไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อสยบข่าวลือไร้สาระของพวกนักข่าว"

โทมัสสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อมูลนิธิ ดวงตาของเขาสั่นไหวด้วยความระแวง 

"เอ่อ... งานกาล่าเป็นแค่งานเล็กๆ ครับผู้กอง คุณกับเซเรนาไม่จำเป็นต้อง..."

"ไม่มีคำว่างานเล็กๆ สำหรับภรรยาของผมหรอกครับ โทมัส" 

จูเลียนตัดบทด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ 

"เราจะไปร่วมงานอย่างแน่นอนและผมหวังว่าตระกูลคลาร์กจะเตรียมการต้อนรับเราให้สมเกียรติ... อ้อ อีกอย่างหนึ่ง ผมอยากจะขอคุยธุรกิจส่วนตัวกับคุณสักครู่ เกี่ยวกับสัญญาหุ้นของเดอะ เวลเวต เลานจ์"

คำว่า 'เดอะ เวลเวต เลานจ์' ทำให้โทมัสแทบจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ เขาปรายตามองเซเรนาอย่างสงสัยและแค้นเคืองทันที ชายหนุ่มขยับตัวอย่างลุกลี้ลุกลน 

"เอ่อ... ได้ครับ ได้เลย เชิญที่ห้องทำงานของผมด้านบนดีกว่าครับ"

"เซเรนา นั่งรอฉันตรงนี้นะ" 

จูเลียนหันมาบอกเซเรนา เขาลูบแก้มเนียนของเธอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ทุกคนในห้องได้ยิน 

"ถ้าใครทำให้เธอไม่สบายใจ... แค่เรียกชื่อฉัน"

คำขู่กลายๆ นั้นทำให้อยิ่งไม่มีใครกล้าขยับตัว จูเลียนลุกขึ้นเดินตามโทมัสขึ้นไปชั้นบน ทิ้งให้เซเรนานั่งอยู่กับเอเลนอร์ตามลำพังในห้องรับรอง

ทันทีที่แผ่นหลังของจูเลียนลับสายตาไป บรรยากาศเสแสร้งเมื่อครู่ก็พังทลายลง เอเลนอร์จ้องมองเซเรนาด้วยสายตาเกลียดชังอย่างไม่คิดจะซ่อนอีกต่อไป เธอขยับเข้ามาใกล้ ย่อตัวลงปะทะสายตากับเซเรนาในระยะกระชั้นชิด

"อย่าคิดว่าแกชนะนะ นังเซเรนา!" 

เอเลนอร์กระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธแค้น 

"แกคิดว่าแกใช้เต้าไต่แล้วผู้กองจูเลียนเขาจะรักแกจริงงั้นเหรอ? เขาแค่ใช้แกประชดคามิลลา! ทันทีที่คามิลลากลับมา แกก็จะเป็นแค่เศษขยะที่เขาถีบหัวส่งเหมือนเดิม!"

เซเรนามองดูผู้หญิงที่เคยทำร้ายและกดขี่เธอมาตลอดชีวิต แต่ในวันนี้ ความหวาดกลัวที่เคยมีกลับหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความสมเพช หญิงสาวไม่หลบสายตาเธอประสานมือไว้บนตักรอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน

"คุณแม่เลี้ยงคะ..." 

เซเรนาเอ่ยเสียงเบา ทว่าเน้นย้ำทุกคำอย่างชัดเจน 

"คามิลลาหนีไปกับชายอื่น ทิ้งงานแต่งงานและทิ้งตระกูลคลาร์กให้เผชิญกับความพินาศ... คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าผู้ชายอย่าง จูเลียน แวนซ์ จะมองผู้หญิงแบบนั้นอีก?"

"แก!" 

เอเลนอร์เงื้อกุมมือขึ้นทำท่าจะตบ

"ตบสิคะ" 

เซเรนาเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาสีฟ้าท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว 

"ตบลงมาบนหน้าภรรยาของคุณจูเลียนเลยค่ะ แล้วมารอดูกันว่า คืนนี้ตระกูลคลาร์กจะเหลืออะไรไว้ให้คุณเสวยสุขบ้าง"

มือของเอเลนอร์ชะงักค้างกลางอากาศสองมือสั่นระริกด้วยความแค้นใจแต่ไม่กล้าลงมือ เธอรู้ดีว่าคำขู่ของเซเรนาไม่ได้เกินจริง ผู้ชายอย่าง จูเลียน แวนซ์ มีอำนาจมากพอที่จะบดขยี้ตระกูลคลาร์กให้จมดินได้ภายในพริบตา เอเลนอร์ค่อยๆ ลดมือลงกัดฟันแน่นจนปากสั่นก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปอีกทางด้วยความอับอาย

เซเรนาสูดลมหายใจเข้าลึกซึมซับชัยชนะเล็กๆ ครั้งแรกในชีวิตของเธอ เธอผุดลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปที่สวนหลังบ้านที่ฝนกำลังตกหนัก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วห้องทำงานของโทมัสอยู่ชั้นสองฝั่งทิศตะวันออก ตู้เซฟลับซ่อนอยู่หลังภาพวาดรูปวิวัฒนาการการเรือเดินสมุทร นั่นคือจุดหมายที่เธอต้องเข้าไปเอาสมุดบัญชีลับมาให้ได้ในคืนงานกาล่าพรุ่งนี้

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังมาจากทางเดินด้านหลัง จูเลียนเดินกลับลงมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่โทมัสเดินตามหลังมาด้วยใบหน้าที่ซีดสลดยิ่งกว่าเดิมราวกับเพิ่งผ่านการสอบสวนในห้องทรมานมา

"เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ?" 

เซเรนาเดินเข้าไปหาจูเลียน สวมบทบาทภรรยาผู้แสนดีโดยการเข้าไปช่วยจัดปกเสื้อสูทให้เขา

จูเลียนมองดูการกระทำของเธอ ดวงตาสีเทาฉายรอยยิ้มพึงพอใจ เขายกมือขึ้นโอบเอวเธอไว้ดึงเข้ามาแนบชิด 

"เรียบร้อยดีครับ พ่อเธอยินดีให้ความร่วมมือในทุกๆ เรื่อง... เรากลับกันเถอะ"

จูเลียนพาเซเรนาเดินออกจากคฤหาสน์คลาร์กท่ามกลางการโค้งส่งอย่างนอบน้อมของโทมัสและคนรับใช้ ภาพของสองสามีภรรยาที่กอดเอวกันเดินผ่านสายฝนถูกช่างภาพที่แอบซุ่มอยู่ถ่ายไว้ได้ทั้งหมดและในเช้าวันรุ่งขึ้น ภาพนี้จะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งที่สยบทุกข่าวลือเกี่ยวกับการสลับตัวเจ้าสาวอย่างสิ้นเชิง

เมื่อประตูรถลีมูซีนปิดลง และรถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์คลาร์ก เซเรนาก็ถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด ร่างกายบอบบางผ่อนคลายลง ความตึงเครียดที่แบกรับไว้เริ่มส่งผลให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้า

"ทำได้ไม่เลวเลยนี่" 

เสียงของจูเลียนดังขึ้นข้างกาย เขามองเธอด้วยสายตาประเมิน 

"ตบหน้าเอเลนอร์ด้วยคำพูด... เธอมีกรงเล็บมากกว่าที่ฉันคิดนะ เซเรนา"

"ฉันแค่เรียนรู้ที่จะสู้กลับค่ะ" 

เซเรนาตอบ ปรบตาลงอย่างอ่อนแรง 

"และฉันก็ทำตามที่คุณสั่ง... สวมบทบาทภรรยาผู้แสนดี"

จูเลียนจ้องมองใบหน้าหวานที่ดูเหน็ดเหนื่อย มือหนาเลื่อนขึ้นไปประคองแก้มเนียนของเธอเบาๆ นิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากอวบอิ่มที่เริ่มแห้งผาก สัมผัสของเขาในยามนี้ไม่มีความรุนแรงมีเพียงความอบอุ่นที่ทำให้หัวใจของเซเรนากระตุกแปลกๆ

"เธอไม่ได้แค่สวมบทบาท เซเรนา..." 

จูเลียนกระซิบ สายตาสีเทาลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทร 

"แต่เธอเริ่มทำให้ฉันเชื่อจริงๆ แล้วว่าเธอคือภรรยาของฉัน"

คำพูดนั้นทำให้เซเรนาลืมตาขึ้นสบตากับเขา ภายในรถที่มืดมิดและเสียงสายฝนที่กระทบกระจก ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซาตานร้ายคนนี้กำลังเริ่มถลำลึกลงไปในดินแดนที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เกมอำนาจหรือผลประโยชน์... แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในรอยบาปแห่งนี้

"พักผ่อนซะ" 

จูเลียนรั้งศีรษะของเธอให้มาซบลงบนไหล่กว้างของเขา 

"เพราะพรุ่งนี้ในงานกาล่า... สงครามที่แท้จริงของพวกเราถึงจะเริ่มต้นขึ้น"

เซเรนายินยอมซบหน้าลงกับแผงอกแกร่งกลิ่นหอมของน้ำหอมบุรุษและเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของเขา กลายเป็นเสียงเพลงที่ขับกล่อมให้เธอเข้าสู่ความนอนหลับในรังของเสือร้ายที่เธอเคยหวาดกลัว เวลานี้กลับกลายเป็นสถานที่เดียวที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยที่สุดในโลก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป