บทที่ 11 มันคือโชคชะตา
“ขอโทษค่ะ” ผ้าแพรเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“พวกเขาเป็น?” ภูมิภัสยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ขณะถาม เธอรับไปปิดใบหน้าตัวเองอย่างไม่รีรอ อีกทั้งยังก้าวไปยืนด้านหลังของเขาอย่างขอความช่วยเหลือ
มือเล็กจับชายเสื้อของภูมภัสเขย่าเบา ๆ
“พาฉันออกไปจากที่นี่ทีค่ะ”
ร่างสูงหมุนตัวมาหาคนด้านหลัง เขาหมายจะพาเธอไปจากตรงนี้แต่ภวินรั้งแขนไว้ ทำให้ฝีเท้าหยุดชะงักแต่ไม่ได้หันกลับ เพราะคนสนิทของเขาจัดการอีกฝ่ายจนล้มไปกองกับพื้น
“ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทำไมน้องต้องไปกับมัน”
ผ้าแพรไม่แม้แต่จะหันไปหาคนที่ร้องถาม เธอเดินไปข้างหน้าโดยหวังว่าจะไปให้พ้นจากคนเหล่านั้น เพียงแต่เจ้าตัวก็ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะนิ่งเฉย เมื่อน้ำตาแห่งความเจ็บปวดมักไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ขึ้นรถเถอะ ฉันจะไปส่ง” ข้อแขนของผ้าแพรถูกแตะเบา ๆ และเธอเพิ่งสังเกตว่าด้านหน้ามีรถคันหรูสีดำเงาจอดอยู่ เป็นการบอกให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีฐานะมากจริง ๆ มองดูแล้วน่าจะร่ำรวยกว่าตระกูลเกียรติฟ้าด้วยซ้ำ
“บ้านฉันอยู่ไม่ไกล กลับเองได้ค่ะ”
“ขึ้นรถเถอะครับ บางทีพวกเขาอาจตามมา คราวนี้เจ้านายของผมคงไม่ได้อยู่ช่วยคุณแล้วนะ” คนสนิทของภูมิภัสบอกยิ้ม ๆ ผ้าแพรฟังแบบนั้นแล้วจึงยอมขึ้นรถแต่โดยดี
หลังบอกที่หมายว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหน หญิงสาวก็เอาแต่นั่งเงียบ มือยังจับผ้าที่ปิดใบหน้าไม่ปล่อย ในใจคิดไปถึงการพบเจอกันครั้งนี้ ทั้งที่คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว โชคชะตาก็ยังพัดพาให้ได้มาพบกันอีก มันยิ่งทำให้รอยแผลในอดีตชัดเจนจนรู้สึกเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง
“แผลที่หน้าเธอ ได้มายังไง?” ภูมิภัสถามทำลายความเงียบ ดูจากลักษณะของแผลแล้วไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุทั่วไป
“มีคนทำร้ายค่ะ”
“ทำไมไม่แจ้งความล่ะ”
“แจ้งไปก็เท่านั้น มันไม่มีประโยชน์ค่ะ ส่งฉันข้างหน้าเถอะ บ้านหลังข้างหน้าเป็นบ้านของฉัน” คนขับรถเลี้ยวไปจอดบริเวณนั่นทันที เพียงแต่ก่อนลงรถเขายืนห่อผ้าที่ใส่หัวมันมาให้
“ผมเก็บมาให้ครับ” คนขับรถเอ่ยอย่างสุภาพ
“หัวมันนี่ฉันตั้งใจจะให้ขอบคุณคุณ แต่มันตกช้ำหมดแล้ว งั้นฉัน...” ภูมิภัส่ยืนมือไปรับห่อผ้าผืนเก่า ๆ มาวางไว้บนตักอย่างไม่รังเกียจ
“ฉันจะรับไว้” ผ้าแพรฉีกยิ้มภายใต้ผ้าเช็ดหน้า ภูมิภัสมองออกจากดวงตาของเธอ ดวงตาที่ทำให้เขาสนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มองสบ
“พี่ชายของฉันเป็นหมอ เขารักษาแผลที่หน้าเธอได้”
“ขอบคุณในความหวังดีนะคะ แต่ฉันคงต้องปฏิเสธ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ และหวังว่าฉันจะได้ตอบแทนคุณมากกว่านี้ในสักวัน” หญิงสาวหวังเอาไว้แบบนั้นจริง ๆ ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เขามีน้ำใจช่วยเหลือเธอ
ภูมิภัสมองร่างบอบบางลงจากรถแล้วก้าวตรงไปยังบ้านหลังนี้ เขาลดกระจกรถและมองเข้าไปในบ้านหลังนั้นอยู่นานสองนานโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ดูเหมือนเธอจะมีลูกแล้วนะครับคุณภูมิ” คนสนิทเอ่ย เสียงร้องของเด็กที่อยู่ในบ้านมันบอกแบบนั้น
“ก็ไม่แปลก” ที่บอกว่าไม่แปลกเพราะกลิ่นกายของเธอมีกลิ่นแป้งเด็กอ่อน ๆ หญิงสาวในตอนที่ใบหน้ายังไม่มีบาดแผลก็คงงดงามไม่น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่ถูกคนตั้งใจทำร้ายใบหน้าแบบนี้ แต่ชีวิตเธอช่างดูน่าสงสาร
“ไม่แปลกอะไรครับคุณภูมิ ผมว่าคุณดูสนใจเธอมากเลยนะครับ ตอนที่บังเอิญเจอเธอข้างถนนก็ให้ผมรีบขับรถตามไป พอเธอขายสมุนไพรก็เข้าไปซื้อต่อ ทั้งที่สมุนไพรอันนี้ก็ซื้อมาแล้วหลายร้าน”
“ฉันว่ามันคือโชคชะตา ต่างสถานที่ก็ยังได้พบกันอีกครั้ง”
“ครับ... โชคชะตาครับ” ชัยยุธรลากเสียงยาวอย่างกวนโทษะ เขาทำงานกับเจ้านายคนนี้มานาน แม้แต่ตอนที่เจ้านายไปเรียนต่อต่างประเทศเขาก็ยังได้ติดตามไปรับใช้ แน่นอนว่าเขารู้จักภูมิภัสดีมาก
สำคัญที่สุดคือเขาดูออก เจ้านายของเขาสนใจผู้หญิงคนนี้เป็นพิเศษ มากกว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเลยละ เพียงแต่ก็ไม่รู้ว่าไอ้ความสนใจนั้นมันคือด้านไหนกันแน่
“แล้วหัวมันนั่นละครับ”
ภูมิภัสก้มมองห่อผ้าบนตักตัวเอง
“ไปถึงบ้านตระกูลก็ให้คนล้างทำความสะอาดดี ๆ เผาเอามาให้ฉันกับพี่ใหญ่กิน ดูท่าจะหวาน”
“ที่ว่าหวาน... มันหรือว่าผู้หญิงคนนั้นครับ”
“ฉันว่า... น่าจะทั้งสองอย่าง”
“เธอมีสามีมีลูกแล้วนะครับ!” อาจเพราะไม่คาดคิดว่าเจ้านายจะพูดตอบกลับมาแบบนั้น เขาจึงพูดส่วนกลับไปแบบไม่ลังเล
“นายคิดไปถึงไหน ฉันหมายถึงเธอตาหวาน ขับรถไปได้แล้ว!”
คนเป็นเจ้านายถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขากับชัยยุธรสนิทกันมากกว่าเจ้านายและลูกน้องทั่วไป จะว่ามองอีกฝ่ายเป็นเหมือนพี่ชายอีกคนก็ได้ แต่ไอ้พี่ชายคนนี้พูดมากเหลือเกิน หลายครั้งเขาก็อยากจะแตะสักทีสองที
รถคันหรูแล่นกลับมาที่บ้านตระกูลเดชากูลในเวลาที่ไม่เร็วและไม่ช้าเกินไป คุณชายใหญ่หรือพงษ์ภัสรีบออกมาต้อนรับ สายตามองหาคนที่เขาอยากเจอแต่ไม่พบจึงได้ทำสีหน้าเศร้าหม่น
“น้องละภูมิ น้องไม่ยอมกลับมาใช่ไหม”
“ผมไม่เจอน้องครับ แต่ให้กระจายตัวตามหาอยู่ น้องรู้นิสัยของผมพอสมควร ช่องทางไหนที่พอจะติดตามได้น้องก็จัดการไปจดหมด เสียดายที่ผมไม่รู้ว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร” สองพี่น้องเดินคู่กันเข้าไปในบ้าน สีหน้าหมองหม่นและถอนหายใจแทบจะพร้อม ๆ กัน
สองปีก่อนภูมิภัสไปเรียนต่อต่างประเทศ พี่ใหญ่ก็กำลังเรียนต่อปริญญาเอกด้านแพทย์แผนจีน ส่วนน้องสาวอย่างภัสรดากำลังจะเข้ามหาลัย และเธอก็ได้พบรักกับผู้ชายคนหนึ่ง
เรื่องที่น้องสาวมีความรักพี่ชายทั้งสองคนไม่เคยรับรู้มาก่อน มารู้ชัดเจนก็ตอนที่น้องสาวเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้
