บทที่ 12 ฆ่ามันซะ

‘ถึงพี่ชายที่รดารักมาก

รดาขอเวลาสองปีเพื่อตามหารักแท้ รดาเชื่อว่าตัวเองมองคนไม่ผิด เชื่อว่าเขาคือคนที่ฟ้าส่งมาเพื่อเป็นคู่ครองของรดา รดารักเขา รดาอยากใช้ชีวิตกับเขา และรดาจะพิสูจน์ความรักครั้งนี้ด้วยการปกปิดตัวเอง ไม่ให้เขามาเกี่ยวข้องกับตระกูลเดชากุลแน่นอน ขอให้พี่ชายให้เวลากับน้องสาวคนนี้ สองปีเท่านั้นค่ะ เมื่อครบกำหนดสองปีรดาจะกลับมาหาพี่ชายเอง อย่าตามหาน้องสาวคนนี้เลยนะคะ

รักพี่ชายเสมอ

จาก ภัสรดา’

“ถ้าผมรู้เร็วกว่านี้จะรีบกลับมาตามตัวน้อง ไม่ปล่อยให้น้องไปอยู่กับไอ้ผู้ชายคนนั้นเป็นปี ๆ แบบนี้หรอก” พูดแล้วก็เหมือนจะโทษพี่ชายอยู่กลาย ๆ เพียงแต่ภูมิภัสไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เขารู้ว่าพี่ใหญ่เคารพการตัดสินใจของน้อง ๆ พงษ์ภัสเป็นเหมือนกับมารดาพวกเขา ใจเย็น ใจดี และมีนิสัยใจอ่อนเป็นที่สุด

“ผมไม่ได้โทษพี่ใหญ่ ผมแค่เป็นห่วงน้องมากไป ตามหาตอนนี้ร่องรอยของน้องหายากมาก ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไง ผู้ชายคนนั้นมันจะดูแลน้องดีหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“เลี่ยงไม่ได้ที่จะโทษว่ามันคือความผิดพี่ ตอนนั้นพี่น่าจะไปตามน้อง ไม่น่าปล่อยให้เรื่องยาวนานมาขนาดนี้”

“รดารู้ว่าหนีไปตอนที่ผมไม่อยู่พี่ใหญ่จะไม่ตาม เพราะพี่เคารพการตัดสินใจของน้อง เหมือนตอนที่ผมรั้นจะไปเรียนต่อต่างประเทศ พี่ก็เคารพการตัดสินใจของผม เอาเถอะครับ ยังไงเส้นทางนั้นน้องก็เลือกเอง อีกไม่นานก็จะครบสองปี น้องต้องกลับมาหาเราตามสัญญาแน่”

“ก็หวังให้เป็นแบบนั้น” พงษ์ภัสใจคอไม่ค่อยดีเท่าไร

ผ้าฝ่ายกลับมาที่โรงแรมด้วยความหงุดหงิด ทำไมภวินถึงยังรักและใส่ใจผ้าแพรขนาดนั้น ตอนนี้ใบหน้าก็ไม่ได้สะสวย สภาพก็เหมือนขอทานข้างถนน แต่เขายังพยายามเรียกร้องที่จะพาผ้าแพรกลับบ้านให้ได้ ทำเอาเกลือบถูกลูกน้องของผู้ชายคนนั้นทำร้าย

วันนี้เธอและพวกพี่ชายได้ออกมาเที่ยวเล่น ฉลองที่เธอสอบได้คะแนนดี ๆ ทุกคนควรจะสนใจเธอเพียงคนเดียว เอาใจเธอที่ตอนนี้เป็นน้องสาวคนเดียวของบ้าน ฉไนกลายเป็นว่าสนใจอยากรู้ว่าตอนนี้ผ้าแพรอยู่ที่ไหน

“ฉันไม่น่าเรียกพี่ภวินมาเจอมันเลย” นั่นเป็นสิ่งที่เธอพลาด คิดว่าพี่ชายคงจะรังเกียจหน้าตาอัปลักษณ์ ที่ไหนได้ เขากลับเป็นห่วงผ้าแพรจนออกนอกหน้า

มือเรียวคว้าโทรศัพท์ของโรงแรมโทรไปหาพิชารัตน์ รอสายไม่นานคนปลายสายก็มารับ แต่น้ำเสียงนั้นดูเหมือนจะหงุดหงิดอะไรบางอย่าง

“ฉันไม่มีเวลาคุยมากนักนะ มีอะไรก็รีบ ๆ พูดมา” คนปลายสายกระแทกเสียงพูด ผ้าฝ้ายเองก็ไม่ได้มีกระใจจะอารมณ์ดีด้วยเท่าไรหรอก

“ทำไม! เลี้ยงลูกนังเพรจนประสาทกินหรือไง!”

“ฉันอยากจะจับไอ้เด็กนั่นถ่วงน้ำใจจะขาดแล้ว” นั่นเป็นสาเหตุให้พิชารัตน์หัวเสีย เธอรำคาญเสียงร้องของเด็กจนปวดหัวไปหมดแล้ว “มีอะไรก็รีบ ๆ พูดมา! หรือนังแพรมันกลับเข้ามาที่บ้านตระกูลกึกก้อง”

“มันกล้ากลับมาก็ลองดูสิ ฉันฆ่ามันแน่”

“ไม่งั้นมีเรื่องอะไรล่ะ พูดเร็ว ๆ”

“ก็ไหนพี่บอกว่าให้คนไปกรีดหน้ามันให้เสียโฉมแล้วไง ทำไมกรีดแค่ฝั่งเดียว ทำไมไม่กรีดให้มันหน้าเละไปเลย หรือไม่ก็ทำให้มันตาย ๆ ไปซะ”

“นึกว่าเรื่องอะไร ถ้าเธออยากฆ่ามันนักก็จัดการเองซิ เท่านี้นะ ฉันไม่ว่าง ยังไงตอนนี้พี่ภาสก็ไม่มีวันเลี้ยวแลมัน” พูดแล้วพิชารัตน์ก็วางสายใส่ ทิ้งให้ผ้าฝ้ายรู้สึกเดือดดานรำคาญใจคนเดียว

“ฆ่ามันงั้นเหรอ ใช่! ตอนนี้มันก็แค่คนข้างถนนคนหนึ่ง ถ้าฆ่ามันไปซะ... พี่ภวินและทุกคนในบ้านก็จะสนใจฉันเพียงคนเดียว ช่วยไม่ได้นะนังแพร แกอยากเสนอหน้ากลับเข้ามาในชีวิตฉันเอง ถ้าแกหายไปเงียบ ๆ ก็คงไม่จบแบบนี้”

“เลิกร้องไห้ได้แล้วอาหลิ่น” ผ้าแพรส่ายหน้าน้อย ๆ เอ็นดู ช่วงนี้อารมณ์ของอาหลิ่นอ่อนไหว บอกว่ามีเงินเพียงพอที่จะเดินทางก็เอาแต่ร้องไห้ ไม่ว่าจะดีใจหรือเสียใจน้ำตาก็ไหลอยู่ดี

“ก็อาหลิ่นดีใจนี่ค่ะ คุณหนูภัสจะได้กลับบ้านแล้ว ฮื่อ ๆ เราจะได้ไปรับคุณหนูรดากลับบ้านเสียทีฮื่อ ๆ อาหลิ่นดีใจ”

“พอแล้ว” ผ้าแพรมองไปทางกระเป๋าผ้าที่อาหลิ่นหวงแหนมาก มันเป็นกระเป๋าผ้าของภัสรดา หญิงสาวกระชับเด็กชายที่กำลังเข้าเต๋าดูดนมอย่างอร่อยเล็กน้อย รวบรวมความกล้าแล้วจึงเอยพูด

“อาหลิ่น ช่วยดูในกระเป๋าของรดาให้หน่อยได้ไหม ว่ามันมีจดหมายหรือเปล่า” ท้ายที่สุดผ้าแพรก็ตัดสินใจถามออกไป เธอมั่นใจว่านั่นคือความฝัน แต่อดไม่ได้ที่จะอยากรู้ว่ามีจดหมายในกระเป๋าหรือไม่

“จดหมายเหรอคะ จะมีจดหมายได้ยังไง คุณหนูไม่เคยเขียนค่ะ ถ้าเขียนคงให้อาหลิ่นเอาไปส่งนานแล้ว” แม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่อาหลิ่นก็พยายามหาของที่เรียกว่าจดหมาย เธอหยิบข้าวของออกมาทีละอย่าง วางเสื้อผ้าของคุณหนูผู้เป็นที่รักอย่างถนอม ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อมีจดหมายอยู่ด้านในสุดจริง ๆ

“มีจดหมายอยู่จริง ๆ ด้วย! พี่แพรรู้ได้ยังไงคะ” ผ้าแพรก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าจะมีจดหมายอยู่จริง ๆ ดูแล้วคงเป็นห่วงสุดท้ายที่รดาไม่อาจตัดได้ขาด

“บอกไปอาหลิ่นจะเชื่อไหม”

“เชื่อค่ะ นอกจากคุณหนูภัสรดาและครอบครัวตระกูลคุณหนู อาหลิ่นเชื่อพี่แพรทุกอย่าง” 

“พี่ฝัน ฝันว่ารดามาบอกพี่ ให้พี่เอาจดหมายไปให้พี่ชายของเขา และฝากบอกพี่ชายเขาว่า...ขอโทษ” อาหลิ่นยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่รู้จบสิ้น ร้องไห้ออกมาอีกคราจนได้ คราวนี้ร้องหนักเสียด้วย

ผ้าแพรอ่อนใจที่จะปลอบ เธอกล่อมเด็กชายภัสวัฒน์จนหลับแล้วจึงเก็บของที่มีเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวเดินทาง ภายในเย็นวันนี้จะต้องถึงที่หมายอย่างแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป