บทที่ 4 ชะตาที่ผันผูก

“อย่าเสียมารยาทอาหลิ่น ไม่ต้องคิดมากนะคะ” ภัสรดาลูบมือคนที่นอนบนเตียงเบา ๆ “เราชื่อรดา ส่วนนั่นน่ะอาหลิ่น อาหลิ่นก็แค่ปากไวไปหน่อย อย่าถือสาเลยนะคะ”

“ฉันจะกล้าถือสาได้ยังไง หากไม่ได้คุณรดากับคุณอาหลิ่นช่วยเอาไว้ฉันคงตายไปแล้ว” มือเรียวยกขึ้นจับแก้มตัวเอง พบว่ามีผ้าพันแผลก็น้ำตาซึม ทุกอย่างไม่ใช่ความฝันสินะ เธอถูกกรีดหน้า มีใครบางคนต้องการให้เธอเสียโฉม

“เรามีเงินไม่พอ แต่หมอบอกว่ามีโอกาสรักษาแผลที่หน้าได้ เพียงแต่... ใช้เงินมากพอสมควร เอาอย่างนี้ดีไหม” หญิงท้องแก้เอ่ยด้วยความตื่นเต้น “พี่สาวตามเรากลับไปที่บ้าน เราจะให้พี่ชายรักษาให้ รับรองเลยว่ารักษาได้แน่ พี่ชายของเราเป็นหมอที่เก่งมากนะคะ”

“แค่พวกเราไปกันสองคนก็เงินไม่พอแล้วนะคะ คุณหนูยังจะเอาเธอคนนี้ไปด้วยอีก ไม่ไหวหรอกมั้งค่ะ” อาหลิ่นแย้ง ถูกเจ้านายหญิงฟาดแขนไปหนึ่งทีเบา ๆ

“เท่านี้ก็นับว่าเป็นบุญคุณมากแล้ว รอฉันหายดีก่อนนะคะ ฉันจะทำงานแล้วเอาเงินมาใช้หนี้ให้คุณทั้งหมด”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ พวกเราอยู่แค่เห็นว่าพี่สาวปลอดภัยเท่านั้น จากนี้พวกเราก็จะต้องเดินทาง ต้องกลับบ้านก่อนที่จะคลอดน่ะ” ภัสรดาพูดถึงเมืองทางเหนือที่ตนเองจะต้องเดินทางไป

“แต่มันไกลมากเลยนะคะ คงใช้เวลาหลายวัน”

“ถึงต้องรีบเดินทางไงค่ะ”

“งั้นฉันไปด้วยได้ไหม” ทั้งภัสรดาและอาหลิ่นต่างก็มองแพรรดาเป็นตาเดียว ตอนแรกบอกว่าไม่อยากรบกวน แต่ตอนนี้กลับขอไปด้วย 

“ฉันไม่เป็นภาระของพวกคุณแน่นอน ฉันแค่อยากตอบแทน ตอนนี้ฉันเองก็ไม่มีที่ไป ตัวคนเดียว ถ้าไปกับคุณหนูรดาจะได้ช่วยคุณอาหลิ่นดูแลคุณหนูด้วยไงค่ะ”

“พี่สาว” หญิงท้องแก่จับมือทั้งสองข้างของผ้าแพร แววตาฉายความดีใจและตื่นเต้นอย่างไม่อาจปิดบัง “เรารู้สึกถูกชะตากับพี่สาวมากเลยนะ คงเพราะเรามีแต่พี่ชายละมั้ง ต่อไปไม่ต้องเรียกคุณหนูรดา ไม่ต้องเรียกคุณ เรียกว่ารดาก็พอ แล้วเราก็ไปด้วยกันนะ ว่าแต่พี่สาวชื่ออะไรคะ”

“ผ้าแพรค่ะ เรียก...พี่แพรก็ได้”

“ค่ะ พี่แพร!”

ผ้าแพรรักษาตัวได้เพียงสองวันก็ต้องออกจากคลินิกเล็ก ๆ แห่งนั้น เหตุเพราะไม่มีเงินจ่ายเพิ่ม ทั้งสามคนจึงตัดสินใจอออกเดินทาง แต่ก็ช่างเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก เนื่องจากมีทั้งคนเจ็บและคนท้องแก่ สุดท้ายก็ต้องหาที่พักข้างทางเพราะเดินเท้ามาไกล

“ถ้าเราเดินแบบนี้คงแย่แน่ คุณหนูก็เดินมากไม่ได้” อาหลิ่นเอ่ยอย่างทุกข์ท้อ มือก็ช่วยเช็ดคราบเหงื่อบนใบหน้าให้กับเจ้านายหญิงไปด้วย ตลอดการเดินทางข้าวของทุกอย่างอาหลิ่นถือทั้งหมด ภัสรดาแค่เดิมอุ้มท้องแต่อาหลิ่นก็ยังไม่วายช่วยประคองด้วยความรักและเทิดทูน

“อาหลิ่น เอามันไปขายเถอะ” ภัสรดาเอาของบางอย่างส่งให้กับสาวใช้ ใบหน้าของเธอซีดเซียวเพราะความเหนื่อยล้า “มันจำเป็นต้องขายแล้วจริง ๆ เอาไปเถอะ”

“ไม่เอาค่ะ มันเป็นของสำคัญ”

“ขายไปก่อน เดี๋ยวให้พี่ชายมาซื้อคืนก็ได้”

“ไม่เอาค่ะ” อย่างไรอาหลิ่นก็จะไม่ยอม

“งั้นลองเอาอันนี้ไปขายไหมคะ” ผ้าแพรเอาสร้อยเส้นหนึ่งออกมาจากคอเสื้อ เธอใส่ติดตัวมาตั้งแต่จำความได้ แต่เธอไม่รู้ว่ามันมีค่าไหม

“นั่นมันหยกชั้นดีเลยนะคะ” ภัสรดามองปาดเดียวก็รู้

“หยกเหรอคะ” จี้สร้อยที่เป็นรูปน้ำเต๋าเล็ก ๆ คือหยกอย่างนั้นหรือ ผ้าแพรเองก็เพิ่งจะรู้ อาจเพราะไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้มาก่อน

“ของรดาก็เป็นหยกค่ะ เป็นหยกประจำตระกูล หยกที่แม่ให้พวกเราเอาไว้ก่อนตาย มันสำคัญกับพวกเรามาก แต่เทียบกันแล้วหยกของรดายังไม่บริสุทธิ์เท่ากับของพี่แพรเลยนะคะ”

“งั้นก็น่าจะขายได้ราคาใช่ไหม งั้นอาหลิ่นเอาไปขายเถอะ เราจะได้เดินทางกัน เดินเท้าแบบนี้ไม่ดีกับรดา” อาหลิ่นจะรับหยกในมือของผ้าแพรแต่ภัสรดาห้ามไว้

“ไม่ได้นะ ถ้าจะขายก็ต้องขายของเรา อาหลิ่นเอาของเราไปขาย”

“รดา ไหนบอกว่าพี่ชายจะมาซื้อคืนได้ ขายอันไหนก็เหมือนกัน อาหลิ่นรับไปเถอะ” หยกชิ้นเล็ก ๆ ถูกยัดใส่มือของอาหลิ่น “รีบไปขายเถอะ ถ้าขายได้จริง ๆ ก็ซื้ออะไรมาให้รดากินรองท้องหน่อย คนท้องจะอดแบบนี้ไม่ได้”

จากที่ไม่ค่อยชอบหน้าผ้าแพรเท่าไร ตอนนี้อาหลิ่นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนความคิด ตลอดเส้นทางที่เดินมาไกลพอสมควร ผ้าแพรไม่เคยทำตัวเป็นคนป่วย อีกทั้งยังช่วยดูแลคุณหนูของเธออย่างดี ครั้งนี้ยังยอมให้ขายของมีค่าของตัวเองอีก

หลังจากที่อาหลิ่นออกไปแล้ว ผ้าแพรลุกไปหยิบเอาผ้าเก่า ๆ มาปิดช่องลมที่ผุพังของบ้านร้าง บังไม่ให้ลมโกรกหน้าภัสรดาตรง ๆ

“คุณหมอบอกว่าพี่แพรเพิ่งจะผ่านการคลอดลูกมา เอ่อ... รดาไม่ได้จะถามเรื่องส่วนตัวนะคะ แต่เห็นว่า...” สายตาของหญิงสาวมองไปยังหน้าอกของผ้าแพร มันมีน้ำนมใสไหลซึมเสื้อตลอด

“พี่เพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่วันน่ะ”

“ปวดไหมคะ” หน้าอกของผ้าแพรอวบใหญ่มาก คงเพราะนมคัดแต่ไม่ถูกระบายออก 

“ก็พอสมควรค่ะ”

“พี่แพรว่า... ถ้าไม่ใช่เด็กทารกจะกินนมได้ไหมคะ”

“หมายความว่าไงคะ”

“ก็แบบ...” ภัสรดาขยับเข้าไปหาอีกฝ่ายมากขึ้น “รดาอยากรู้ว่ารสชาตินมแม่เป็นยังไง ขอชิมหน่อยได้ไหมคะ”

ผ้าแพรยกมือขึ้นปิดอกพร้อมกับผละตัวออกห่างด้วยความตกใจ ทำให้ภัสรดาต้องเริ่มอธิบายก่อนที่จะเข้าไปผิดไปมากกว่านี้

“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ แบบ... ใส่แก้วอะไรแบบนี้ ไม่ใช่การดื่มจากเต๋าของพี่แพรคะ” พูดแล้วเจ้าตัวก็หัวเราะ เธอทำเรื่องน่าอายเข้าให้แล้ว

“อ้อ... คิดว่า...” ผ้าแพรก็หัวเราะไม่ต่างกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป