บทที่ 7 อย่าขุดอดีต
หลายวันหลังจากที่ซ่งอี้หานเข้ามาขอให้เฉินจื่อหยาง ช่วยให้เขาได้ใกล้ชิด ได้รู้จักกับลลินดาให้มากขึ้น เฉินจื่อหยางก็ต้องไปคิดหาทางทำตามที่รับปากให้ได้ เพราะซ่งอี้หานมาทวงสัญญาทุกวัน จนไม่เป็นอันทำงาน
“ตกลงว่ายังไง”
“ผมคิดออกแล้ว พี่เถอะจะมีเวลาว่างเหรอ”
“ถ้าเพื่อเรื่องนี้พี่ว่างทั้งวัน จะทำยังไงก็ว่ามาเลย”
“ผมจะนัดให้เธอเอาเอกสารไปให้พี่ที่ห้องประชุมชั้นบน” เฉินจื่อหยางเริ่มพูดแผนของเขา หลังจากที่ได้เช็กดูให้แน่ใจแล้วว่า ห้องประชุมห้องนั้นไม่ได้ถูกใช้งานในวันนี้
“มีประชุมด้วยเหรอ ทำไมพี่ไม่รู้เรื่อง เลขาฯ ไม่ได้อัพตารางงานให้พี่หรือไง” เฉินจื่อหยางยกมือขึ้นกุมขมับ แต่ก็เข้าใจได้ว่าพี่ชายของเขาคนนี้ ไม่ประสีประสาเรื่องพวกนี้นัก
“เพราะไม่มีประชุมไง ผมถึงนัดคุณหลินน่าเธอให้ขึ้นไปเจอพี่”
“เจอพี่? พี่จะไปทำอะไรที่นั่น นายเพิ่งพูดเองนี่ ว่าไม่มีประชุม” เฉินจื่อหยางถอนหายใจ เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า คิดผิดหรือคิดถูก ที่คิดแผนนี้ขึ้นมา
“ผมหลอกเธอ โอเคไหม บนนั้นจะไม่มีการประชุม ไม่มีคนอื่นเข้าไปยุ่ง มีแค่พี่กับเธอสองคน พี่จะได้มีโอกาสคุยกับเธอสองต่อสอง แบบไม่มีคนอื่นรบกวน”
“อ๋อ” ซ่งอี้หานเริ่มเข้าใจมากขึ้น แต่พอคิดว่าจะได้อยู่กับลลินดาสองต่อสอง ร่างกายมันก็ร้อนวูบวาบขึ้นมา ใจเต้นรัว เหงื่อแตกจนหน้าชื้น
“ไหวไหมเนี่ย”
“แกขึ้นไปแอบอยู่แถวๆ นั้นเป็นเพื่อนพี่ได้ไหม แบบนั้นมันเขินเกินไปว่ะ”
“ได้” เมื่อตกลงกันรู้เรื่องแล้ว เฉินจื่อหยางก็หยิบโทรศัพท์ในมือขึ้นมา ไล่หาเบอร์ของลลินดาในรายชื่อผู้ติดต่อที่เพิ่งบันทึกไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน นิ้วลังเลอยู่เหนือปุ่มโทรออกครู่หนึ่งก่อนจะกดลงไป
สัญญาณเรียกดังอยู่สองครั้งก่อนปลายสายจะรับ
"สวัสดีค่ะ" ลลินดากดรับสายอย่างรวดเร็ว เพราะเธอไม่รู้ว่าปลายสายนั้นเป็นคนที่เธอ ไม่อยากจะคุยด้วยมากที่สุด
"ผมเฉินจื่อหยางครับ มีเรื่องเกี่ยวกับโปรเจกต์อยากรบกวนคุณหลินน่าหน่อย" เขาเอ่ยขึ้น พยายามคุมน้ำเสียงให้ฟังดูเป็นเรื่องงานล้วนๆ
"ค่ะ มีอะไรคะ"
"แฟ้มสรุปงบประมาณที่ทำไว้เมื่อวาน ผมขอให้ช่วยนำขึ้นมาส่งที่ห้องประชุมใหญ่ชั้นบนหน่อยได้ไหมครับ สักประมาณบ่ายสามโมงตรง" เขาพูดไปพลางแอบมองนาฬิกาบนโต๊ะทำงาน คำนวณเวลาในใจว่าตรงกับที่นัดอี้หานไว้พอดี ปลายสายเงียบไปเสี้ยววินาทีก่อนจะตอบกลับมา
"ได้ค่ะ บ่ายสามโมง"
"ขอบคุณครับ" เขาวางสายลง มองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวางลงบนโต๊ะ
“มันจะดีแน่นะ ถ้าเขารู้ว่าทั้งหมดนี้ มันเป็นแผนที่พี่ตั้งใจจะอยู่กับเขาสองคน เขาจะไม่โกรธเอาเหรอ”
“มาขนาดนี้แล้ว ถอยไม่ได้แล้ว พี่ต้องกล้าๆ กว่านี้ จะจีบผู้หญิงทั้งทีลังเลไม่ได้”
“ก็ได้ๆ อีกนานไหมกว่าเธอจะมา”
“อย่าลืมนะ ผมนัดไว้บ่ายสามโมงตรง ตอนนี้ยังไม่มีอะไร พี่ขึ้นไปรอก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวผมรีบตามขึ้นไป” แผนดูจะราบรื่นดี ซ่งอี้หานขึ้นไปรอรับเอกสารจากลลินดาบนห้องประชุม ตามที่คุยกันไว้
แต่ทันทีทีเฉินจื่อหยางขึ้นมาถึงบนห้องประชุม ก็มีสายเรียกเข้าจากซ่งอี้หานโทรเข้ามาพอดี
“ว่าไงพี่ ผมขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวไปหาที่หลบใกล้ๆ พี่จะได้คุยกับเธอสะดวก แล้วก็จะได้ช่วยกันคนอื่นด้วย”
"เสี่ยวเฉิน ช่วยรับแฟ้มจากคุณหลินแทนพี่หน่อยได้ไหม พี่ติดประชุมกะทันหัน เลขาฯ โทรมาตามพี่เลยรีบลงมา" อี้หานพูดเสียงรีบร้อนในโทรศัพท์ก่อนจะวางสายไปโดยไม่รอคำตอบ
“อ้าวเดี๋ยวสิพี่ ฮัลโหล...” สัญญาณโทรศัพท์ของเฉินจื่อหยางหายไปพอดี เขาพยายามจะติดต่อไปบอกลลินดาว่าไม่ต้องขึ้นมาแล้ว แต่ก็เหมือนจะสายเดินไป ผ่านนี้เธอคงขึ้นมาแล้ว เขาจึงต้องเข้าไปรอรับเอกสารด้วยตัวเอง
เขาตัดสินใจเดินไปรอที่หน้าลิฟต์แทนที่จะรอในห้องประชุม คิดว่าอย่างน้อยจะได้บอกเธอเรื่องที่อี้หานติดประชุมโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินเข้าไปในห้องประชุม
ลิฟต์เปิดออกพอดีตอนที่เขาเดินไปถึง ลลินดายืนอยู่ข้างในตัวคนเดียว มือถือแฟ้มเอกสารแนบอก สายตาสองคู่สบกันแวบหนึ่งก่อนที่เธอจะก้มหน้าหลบ
"คุณอี้หานติดประชุมด่วนน่ะครับ ผมรับแฟ้มแทนได้ไหม" เฉินจื่อหยางเอ่ยขึ้น พลางก้าวเข้าไปในลิฟต์
"ได้ค่ะ" ลลินดายื่นแฟ้มให้ทันที โดยไม่มีท่าทีว่าจะคุยต่อ
ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง จู่ๆ เสียงกริ่งเตือนก็ดังขึ้นพร้อมไฟกะพริบที่แผงควบคุม ตามด้วยการกระแทกอย่างแรงของลิฟต์ จนเหวี่ยงให้ลลินดาเข้าไปชนกับเฉินจื่อหยางอย่างแรง
“เป็นอะไรไหมคุณ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอรีบขยับตัวออกจากเขาทันที ทั้งคู่ยืนนิ่งไปพร้อมกัน มองหน้ากันแวบหนึ่งก่อนจะหันไปมองแผงปุ่มกดที่ไม่มีทีท่าจะตอบสนอง
"ขัดข้องจริงเหรอเนี่ย" ลลินดาบ่นพึมพำเบาๆ กดปุ่มเปิดประตูซ้ำหลายครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เฉินจื่อหยางหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาโทรแจ้งฝ่ายอาคาร แต่โทรศัพท์ของเขาไม่มีสัญญาณเลยทำให้ติดต่อใครไม่ได้
“ผมขอยืมโทรศัพท์คุณได้ไหม จะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่”
“ฉันไม่ได้เอามา”
“อะไรนะ”
“ก็แค่ขึ้นมาส่งเอกสาร จะพกมาทำไม” เฉินจื่อหยางไม่ได้เถียงอะไร เขาพยายามหาสัญญาณจากโทรศัพท์ของตัวเองต่อไปเงียบๆ จนสุดท้ายก็ยอมแพ้
"ไม่เจอกันตั้งแปดปี สบายดีไหม" เฉินจื่อหยางเป็นฝ่ายเปิดปากก่อนในที่สุด
“สบายดีค่ะ” เธอตอบโดยไม่ถามกลับ
"ทำไมไม่เคยติดต่อมาเลยสักครั้ง" ลลินดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาเย็นชาแต่สะท้อนความเจ็บปวดออกมาเล็กน้อย
"ระหว่างเรามันจบแบบที่น่าติดต่อกันต่อหรือไงคะ" เธอย้อนถามกลับ
"ถ้ารู้ว่ามาไต้หวันแล้วต้องมาเจอคุณ ฉันคงไม่มาเด็ดขาด" คำพูดนั้นกระแทกใจเขาแรงกว่าที่คาดไว้ เฉินจื่อหยางกำมือแน่นข้างลำตัวโดยไม่รู้ตัว
"ยังโกรธเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอ" เขาถามกลับ สายตาไม่ยอมละไปจากเธอ
ลลินดาอ้าปากจะตอบ ริมฝีปากขยับเล็กน้อยราวกับมีคำตอบพร้อมอยู่แล้วในใจ แต่ยังไม่ทันที่เสียงจะหลุดออกมา ประตูลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมเสียงเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงที่ยืนรออยู่ด้านนอก
"เรียบร้อยแล้วครับ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ติดป้ายเตือนไว้” ลลินดารีบเดินออกจากลิฟต์ไปทันที เฉินจื่อหยางทำได้แต่มองตามเธอไปเท่านั้น
