บทที่ 9 มื้อเย็น (ชา)
เฉินจื่อหยางเดินเข้าไปหาลลินดาที่โต๊ะทำงานตอนใกล้เลิกงาน มือถือโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋ากางเกง ยังไม่ทันได้ตัดสินใจดีว่าจะพูดอะไรก่อน แต่ขาก็พาตัวเองเดินมาถึงหน้าโต๊ะเธอเสียแล้ว
"คุณหลินน่า มีเรื่องเกี่ยวกับตัวเลขงบประมาณที่ผมยังสงสัยอยู่นิดหน่อย" เขาเอ่ยขึ้น
"พอดีผมมีนัดกินข้าวเย็นอยู่แล้ว ถ้าคุณสะดวก ไปคุยกันที่นั่นเลยได้ไหมครับ" ลลินดาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
"ส่งเป็นอีเมลมาก็ได้ค่ะ ดิฉันตอบให้ได้เหมือนกัน"
"บางเรื่องคุยกันต่อหน้าจะเร็วกว่าครับ" เขาไม่ยอมถอย
เธอถอนหายใจเบาๆ มองนาฬิกาบนข้อมือ นึกในใจว่าถ้าปฏิเสธตรงๆ อีกครั้งคงดูไม่มีมารยาทเกินไปสำหรับคนที่ต้องรายงานตรงกับเขา
"ค่ะ ไปก็ได้ค่ะ แต่แค่ครึ่งชั่วโมงนะคะ ดิฉันมีธุระต่อ" เฉินจื่อหยางพยักหน้ารับ
ร้านที่เขาพาเธอไปเป็นร้านอาหารเล็กๆ บรรยากาศเงียบสงบ ไม่หรูหราอะไร โต๊ะที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างมองเห็นถนนด้านนอก
พนักงานเสิร์ฟเมนูให้ทั้งคู่ก่อนเดินจากไป ลลินดาเปิดเมนูอ่านอย่างรวดเร็ว ไม่ได้สนใจจะชวนคุยก่อน
"สั่งอะไรก็ได้ครับ ผมเลี้ยงเอง" เฉินจื่อหยางเอ่ยขึ้น
"ไม่ต้องหรอกค่ะ หารกันดีกว่า" เธอตอบทันที ไม่อยากติดค้างอะไรเขา
"ก็ได้ครับ" เขายอมง่ายๆ เพราะรู้ดีว่าถ้าเถียงจะไปเพิ่มแรงกดดันให้เธอเปล่าๆ
หลังสั่งอาหารเสร็จ ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ ลลินดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความ ส่วนเฉินจื่อหยางนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มพูด
"เรื่องตัวเลขงบประมาณที่ผมพูดถึง..." เขาเริ่มเอ่ยขึ้น แต่พูดได้ไม่กี่ประโยคก็สังเกตได้ว่าตัวเองไม่ได้เตรียมคำถามอะไรจริงจังไว้เลย ลลินดาฟังไปสักพักแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย
"คุณจำตัวเลขที่ถามผิดไปนะคะ อันนั้นไม่ได้อยู่ในงบของแผนกดิฉัน" เฉินจื่อหยางชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ
"ผมจำผิดจริงด้วย"
"งั้นวันนี้ไม่มีอะไรต้องคุยเลยสินะคะ" เธออ่านเกมออกทันที
"ก็...ผมแค่อยากกินข้าวกับคุณสักมื้อ" เขาตอบตรงๆ ในที่สุด ไม่พยายามหาข้ออ้างอีก
ลลินดานิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่ได้ตอบอะไรกลับ เพียงแต่หยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบปิดบังสีหน้าที่เปลี่ยนไปแวบหนึ่ง อาหารทยอยมาเสิร์ฟ บทสนทนาระหว่างมื้อค่อยๆ คลายลงเป็นเรื่องเบาๆ ทั่วไป ร้านอาหารที่ไต้หวันมีอะไรน่ากิน อากาศช่วงนี้เริ่มเย็นลง โดยส่วนใหญ่แล้วเฉินจื่อหยางจะเป็นฝ่ายพูดมากกว่า
"อาหารที่นี่รสชาติเป็นยังไงบ้างครับ ถูกปากไหม" เขาถาม
ก็ดี" ลลินดาตอบสั้นๆ
"งั้นคราวหน้าผมพาไปร้านที่รสจัดกว่านี้ดีกว่า" เขาพูดออกไปโดยไม่ทันคิด ทั้งคู่เงียบไปพร้อมกันเมื่อรู้ตัวว่าประโยคนั้นมันแปลว่าจะมีครั้งหน้าอยู่ในนั้นด้วย
"ดิฉันพูดเฉยๆ ค่ะ ไม่ต้องพาไปไหนหรอก" ลลินดาตอบเสียงแข็ง
"ที่บ้านคุณอยู่กันกี่คนครับ" เขาถามขึ้นอีกครั้งหลังเงียบไปพักหนึ่ง พยายามหาเรื่องคุยต่อโดยไม่คิดให้รอบคอบพอ ลลินดาชะงักมือที่ถือตะเกียบไว้กลางอากาศ สายตาเงยขึ้นมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะตอบ
"ฉันขอไม่ตอบเรื่องส่วนตัวขนาดนั้นนะคะ"
"ขอโทษครับ ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่อยากคุยก็ไม่ต้องตอบก็ได้" เขารีบถอย สังเกตได้ว่าตัวเองแตะเรื่องที่ไม่ควรแตะเข้าแล้ว
"ค่ะ" ลลินดาตอบพลางกลับไปคีบอาหารต่อ
"ที่บ้านผมมีพ่อกับแม่ ไม่มีพี่น้อง พ่อผมเข้มงวดเรื่องธุรกิจมาก แม่ก็คาดหวังสูง..."
"เรื่องส่วนตัวไม่ต้องเล่าก็ได้ค่ะ" ลลินดาตัดบททันที
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ เฉินจื่อหยางเริ่มรู้สึกแล้วว่า เขาไม่สามารถพูดอะไรกับเธอได้เลย ลลินดาต่างปากแต่ก่อนมากจริงๆ
ระหว่างที่เธอกำลังกินอาหารอยู่ ลลินดาเงยหน้าขึ้นมาพอดีกับที่เฉินจื่อหยางกำลังมองเธออยู่ก่อนแล้ว สายตาทั้งสองสบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ
วินาทีนั้นยืดยาวออกไปกว่าที่ควรจะเป็น ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงคนพูดคุยจากโต๊ะอื่นในร้านที่ดังแทรกเข้ามา
ลลินดารู้สึกได้ถึงบางอย่างที่คุ้นเคยในสายตาคู่นั้น ความรู้สึกที่เธอเคยฝังลึกไว้จนคิดว่าลืมไปหมดแล้ว กำลังค่อยๆ คืบคลานกลับขึ้นมาทีละนิด
เฉินจื่อหยางเองก็รู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง สายตาคู่นั้นทำให้เขานึกถึงวันเก่าๆ ที่พยายามผลักออกไปจากหัวมาตลอด จนกระทั่งลลินดาเป็นฝ่ายกระพริบตาก่อน แล้วหันหน้าไปมองนอกหน้าต่างอย่างรวดเร็ว
"ถ้าคุณไม่คุยเรื่องงาน กินอิ่มแล้วฉันคงต้องขอตัวกลับ" เธอเอ่ยขึ้น
"ครับ เดี๋ยวผมไปส่ง" เขารีบเสนอตัว
"ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันเรียกแท็กซี่เองได้" เฉินจื่อหยางไม่ได้เถียงต่อ เพียงแค่โบกมือเรียกพนักงานมาคิดเงิน ทั้งคู่ลุกจากโต๊ะพร้อมกัน เดินออกจากร้านไปยังประตูทางออก
ขณะที่เดินผ่านโต๊ะแถวหน้าร้าน สายตาของลลินดาสบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมเพื่อนอีกสองคน
จินฮวายืนนิ่งอยู่ตรงประตูร้าน มือหนึ่งยังจับกระเป๋าถืออยู่ สายตาจับจ้องมาที่เฉินจื่อหยางกับลลินดาที่เดินออกมาด้วยกัน สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมายิ้มใส่เพื่อนข้างๆ ตามปกติ
"อ้าว จินฮวา" เฉินจื่อหยางเอ่ยทักด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"สวัสดีค่ะคุณเฉิน" จินฮวาตอบยิ้มๆ สายตาเหลือบไปมองลลินดาแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาที่เขา
"มากินข้าวกับเพื่อนร่วมงานเหรอคะ"
"ครับ คุยงานนิดหน่อย" เขาตอบทั้งที่ไม่ได้พูดเรื่องงานสักคำ
"งั้นก็ไม่รบกวนแล้วกันค่ะ ฉันมีนัดกับเพื่อนที่ร้านนี้พอดี" จินฮวาพูดพลางยิ้มให้ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปจับที่ลลินดาอีกครั้ง
"สวัสดีค่ะ ฉันจินฮวา" เธอยื่นมือมาทักทายลลินดาอย่างสุภาพ แต่แววตากลับไม่สุภาพอย่างรอยยิ้มบนใบหน้าเลยสักนิด
"สวัสดีค่ะ หลินน่าค่ะ" ลลินดาตอบพลางจับมือทักทายกลับ
"ทำงานฝ่ายไหนคะ" จินฮวาถามต่อ น้ำเสียงฟังดูเป็นการสอบถามธรรมดา แต่สายตากลับไล่มองลลินดาจากบนลงล่างอย่างประเมินอะไรบางอย่าง
"แผนกประสานงานต่างประเทศค่ะ" ลลินดาตอบสั้นๆ ไม่ได้ให้รายละเอียดมากกว่านั้น
"อ๋อ...งั้นก็คงต้องคุยงานกับคุณเฉินบ่อยสินะคะ" จินฮวาพูดพลางยิ้ม แต่คำพูดนั้นฟังดูมีการเหน็บแนมแปลกๆ
"ก็มีบ้างครับ เพราะโปรเจกต์ใหม่ที่บริษัทมอบหมายมา" เฉินจื่อหยางรีบตอบแทนก่อนที่บทสนทนาจะยาวไปกว่านี้
"งั้นขอตัวนะคะ ไม่รบกวนเวลาแล้ว" จินฮวาพูดพลางยิ้มให้ ก่อนจะเดินผ่านทั้งคู่เข้าไปในร้านพร้อมเพื่อน
ลลินดามองตามหลังเธอไปเล็กน้อย รู้สึกถึงบางอย่างในน้ำเสียงของผู้หญิงคนนั้นที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าที่ควร แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
"ใครคะ" เธอถามขึ้นเมื่อเดินออกมาถึงหน้าร้าน
"คนรู้จักน่ะ" เฉินจื่อหยางตอบสั้นๆ ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม
ลลินดาพยักหน้ารับ ไม่ได้ถามต่อ เธอเดินไปยืนรอแท็กซี่ตรงขอบถนน มือโบกเรียกรถที่วิ่งผ่านมา เฉินจื่อหยางยืนมองเธออยู่ห่างๆ จนกระทั่งแท็กซี่คันหนึ่งจอดสนิท เขาโบกมือเพื่อบอกลาเธอ แต่เธอกลับเมินใส่แล้วขึ้นรถไปเลย
