บทที่ 5 สัมพันธ์ข้ามคืน 3
โรงแรมเดอะเวเนเซียน มาเก๊า รีสอร์ต
จักพรรดิมองหน้าคนรักอย่างห่วงใย เขาค่อนข้างแปลกใจและสงสัยกับสิ่งที่คนรักบอกว่าเพิ่งจะกลับจากการไปหาหมอมาเพราะปวดท้องมากอย่างกระทันหัน ที่น้องพลอยไปคนเดียวไม่ยอมบอกใครก็เพราะมันเช้ามากเธอจึงไม่อยากรบกวนคนอื่นๆ
วันนี้เขาตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ขอน้องพลอยแต่งงานตามแผนการที่วางเอาไว้ แต่พอเขามาหาเธอที่ห้องในตอนเช้ากลับไม่พบว่ามีใครอยู่ในห้อง เขาตกใจมากและพยายามโทรหาเธอแต่ก็ไม่มีคนรับสาย เขาลงไปตามหาเธอที่บริเวณใกล้ๆ โรงแรมแต่ก็ไม่เจอ
แต่ทว่าพอขึ้นมาหาที่ห้องของน้องพลอยอีกครั้ง กลับเจอเธอในสภาพที่เหมือนไม่สบายจริงๆ อย่างที่บอกเอาไว้ แต่ยังไงก็ยังคงแปลกใจอยู่ดี
“พี่พรรดิคะ พลอยรู้สึกไม่ดีเลย ไม่อยากเที่ยวต่อหรืออยู่ที่นี่แล้วค่ะ พลอยอยากจะรีบไปหาน้องไหมที่ฮ่องกง เรานั่งเรือข้ามไปฮ่องกงวันนี้เลยได้ไหมคะ เดี๋ยวพลอยจะไปคุยกับน้องเรื่องที่มีความจำเป็นต้องกลับประเทศไทยด่วน พอเราไปถึงฮ่องกงแล้วพลอยก็จะเปลี่ยนไฟลท์บินกลับประเทศไทยทันที”
“อะไรนะคะ น้องพลอยจะข้ามไปฮ่องกงวันนี้ แล้วกลับเมืองไทยทันทีหลังจากคุยกับน้องไหมแล้วอย่างนั้นเหรอ” จักรพรรดิถามซ้ำอีกครั้งกับสิ่งที่ได้ยิน ยิ่งแบบนี้แสดงว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
ทั้งที่วันนี้เขาอุตส่าห์เตรียมการเอาไว้ทุกอย่าง แต่อยู่ๆ คนรักกลับบอกว่าไม่สบาย ไม่อยากเที่ยวต่อแล้ว นั่นยังไม่เท่ากับการเปลี่ยนไฟล์ทบินกลับเมืองไทยกะทันหันจนทำให้เขามึนงงสับสนไปหมดแล้ว
“ค่ะพี่พรรดิ พลอยอยากกลับแล้ว แต่ถ้าพี่พรรดิยังไม่อยากกลับก็ไม่เป็นไรนะคะ”
“น้องพลอยกลับพี่ก็ต้องกลับด้วยสิคะ พี่ไม่ปล่อยให้น้องพลอยกลับไปคนเดียวหรอก แล้วน้องไหมกับเพื่อนๆ จะกลับไปพร้อมน้องพลอยรึเปล่า หรือว่าอยู่เที่ยวต่อตามแพลนเดิม มันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับน้องพลอยหรือเปล่า พี่ว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ น้องพลอยไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะ ที่บอกว่าออกไปโรงพยาบาลมาคนเดียว มันไม่จริงใช่ไหม” เขาห่วงใยคนรักไม่น้อย เมื่อเห็นใบหน้าสวยซีดเซียวลงถนัดตา
พลอยไพลินนิ่งงันมองหน้าคนรักอย่างรู้สึกผิด “เดี๋ยวพลอยจะคุยกับน้องๆ เองค่ะ ถ้าน้องอยากอยู่เที่ยวต่อพลอยก็ไม่ขัด พลอยไม่สบายจริงๆค่ะ แต่พี่พรรดิอย่าเพิ่งถามอะไรเกี่ยวกับพลอยตอนนี้ได้ไหมคะ พลอยขอร้อง” น้ำเสียงหวานสั่นพร่า เธอแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พลอยไพลินไม่อยากให้เขารู้ ไม่อยากให้รู้อะไรใดๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอในค่ำคืนที่ผ่านมาเลย
“ก็ได้ค่ะ ก็ได้ ไม่เป็นไรนะคะ ไม่เป็นไร พี่จะทำตามความต้องการของน้องพลอยทุกอย่าง” อ้อมแขนอุ่นโอบกอดร่างบางเอาไว้อย่างห่วงใยและปลอบประโลม
“ขอบคุณค่ะ พี่พรรดิ” พลอยไพลินโผเข้ากอดชายตรงหน้า ปล่อยน้ำตาให้ไหลรินอย่างสุดจะห้าม
ไม่นานหลังจากนั้นทุกคนก็เก็บข้าวของแล้วข้ามไปยังเกาะฮ่องกง
ณ โรงแรมห้าดาวใจกลางเกาะฮ่องกง
“พี่พลอย!” ม่านไหมโอบกอดพี่สาวเอาไว้ ลูบหลังปลอบให้เบาๆ หลังจากได้ฟังเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาทั้งน้ำตาของพี่สาวลูกพี่ลูกน้องคนสนิทก็ทำเอาใจเธอสั่นหวั่นไหวไปไม่น้อย มันไม่น่าเกิดขึ้นเลยจริงๆ เพราะพี่ไตร ไม่สิ เพราะไอ้ชั่วช้าสารเลวไตรคนนั้นคนเดียว
“น้องไหมจะอยู่ที่นี่ต่อก็ได้ แต่พี่ไม่ไหวแล้ว พี่ไม่อยากอยู่แถวนี้อีกต่อไปแล้ว พี่อยากกลับบ้าน” พลอยไพลินสะอื้นไห้เจียนขาดใจ เมื่ออยู่กับ ม่านไหม หรือ ธัญธารา น้องสาวสุดรักที่เธอไม่เคยมีเรื่องอะไรต้องปิดบังหรือเก็บงำความรู้สึกทุกข์ใจเอาไว้
เรื่องที่อัดอั้นตันใจต่างๆ จึงถูกเล่าให้อีกฝ่ายได้รับรู้ทั้งหมด
“ไม่ค่ะพี่พลอย ไหมจะกลับพร้อมพี่พลอย มันเกิดเรื่องกับพี่พลอยขนาดนี้แล้ว ยังจะให้ไหมอยู่เที่ยวกับเพื่อนต่อได้ยังไง พี่พลอยร้องไห้ออกมาค่ะ ร้องให้สุดๆ ไปเลย แล้วหลังจากเรากลับไปแล้วก็ปล่อยให้ทุกๆ อย่างมันเป็นแค่อดีตอย่างที่พี่พลอยว่า” สาวน้อยที่มีใบหน้าสวยใสสมวัยโอบกอดพี่สาวเอาไว้ทั้งน้ำตาเช่นกัน
ฮ่องกงปาร์ค...
เส้นผมสีอ่อนปลิวไปตามลมจนปรกใบหน้างาม มือบางค่อยๆ เคลื่อนเข้าจัดกลุ่มผมนั้นขึ้นทัดใบหูเล็ก ในเวลาเช่นนี้เธออยากจะมองคนที่เธอแอบรักให้เต็มสายตา ในเวลาที่เขาไม่มีพลอยไพลินเพื่อนสนิทของเธออยู่เคียงข้าง มันนานแค่ไหนกันนะที่เธอแทบไม่มีเวลาได้อยู่กับเขาสองต่อสองเลย
มินตราค่อยๆ เดินเข้าไปหาร่างสูงที่นั่งทอดถอนหายใจอยู่บนเก้าอี้ไม้สีขาว ณ สวนสาธารณะซึ่งไม่ไกลจากโรงแรมที่พลอยไพลินพักอยู่
“พี่พรรดิคะ ขอมีนนั่งด้วยคนได้ไหม” เสียงหวานเอ่ยถามตามมารยาท
“เอ่อ ครับน้องมีน” ใบหน้าหล่ออบอุ่นส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ ขยับกายเผื่อพื้นที่ให้เธอ
“พลอยอยู่ไหนเหรอคะ ทำไมพี่พรรดิมานั่งอยู่คนเดียว”
“น้องพลอยไปคุยกับน้องไหมที่ห้องครับ” เขาตอบ
“เสียใจด้วยนะคะพี่พรรดิ อุตส่าห์เตรียมแผนมาอย่างดี สุดท้ายล้มไม่เป็นท่าเลย” มินตรายิ้มเจื่อนให้ เธอรู้ดีในฐานะผู้ร่วมแผนการเซอร์ไพรส์นี้ด้วย ถึงจะเสียใจไปกับเขาก็จริงอยู่ แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับดีใจยังไงบอกไม่ถูก
“ไม่เป็นไรครับ พี่เป็นห่วงน้องพลอยมากกว่า ครั้งนี้ไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร” ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกเสียใจ แต่จะให้ทำยังไงได้ ในเมื่อเป็นความต้องการของพลอยไพลิน เขาก็พร้อมที่จะทำตามอย่างไม่เกี่ยงงอนอยู่แล้ว
เพียงได้ฟังก็ทำให้ใจหวิวไหว ทำไมนะ ทำไมคนที่ผู้ชายตรงหน้ารักถึงไม่ใช่เธอ ทั้งๆ ที่เจอกันก่อน ทั้งที่เธอมาก่อนพลอยไพลินแท้ๆ ทำไมผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นถึงไม่เป็นเธอ
มินตรารีบสลัดความคิดแบบนี้ออกจากหัวทันที ไม่ได้นะ เธอจะปล่อยให้ความรู้สึกแบบนี้ครอบงำจิตใจไม่ได้ พลอยไพลินคือเพื่อนรักของเธอ จะหักหลังแล้วทำเรื่องไม่สมควรได้อย่างไร
“น่าอิจฉาพลอยจังนะคะ” น้ำเสียงหวานหม่นและเบาลงราวกระซิบ
“อะไรนะครับ” จักรพรรดิถามอีกครั้ง เมื่อเขาได้ยินคำพูดเธอไม่ถนัด
“อ่อ...เปล่าค่ะ พี่พรรดิทานกลางวันหรือยังคะ” แทบทุกๆ การเคลื่อนไหว ทุกๆ การกระทำของเขาอยู่ในสายตาเธอเสมอ แต่เธอกลับไม่เคยอยู่ในสายตาเขาเลย คิดแล้วมันก็น่าน้อยใจ
“พี่ยังไม่หิวครับ น้องมีนล่ะ”
“เริ่มหิวแล้วค่ะ พี่พรรดิไปทานเป็นเพื่อนมีนหน่อยได้ไหมคะ” ที่ชวนเพราะยังอยากอยู่กับเขาให้นานขึ้นและเธอเป็นห่วงเขาไม่น้อย รู้ดีว่าเขายังไม่ได้ทานข้าวกลางวันเลย
“อ้าว แล้วน้องนีละครับ”
“ไปชอปปิงกับน้องๆ เพื่อนของน้องไหมค่ะ เพราะเราเปลี่ยนแพลนกัน น้องๆ เลยรีบออกไปซื้อของฝาก”
“อ้อน้องมีนเลยไม่มีเพื่อนทานข้าวเลยสิคราวนี้ ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ไปทานเป็นเพื่อนก็ได้ครับ” จักรพรรดิแสนดีเสมอไม่ว่ากับใคร
“ขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ น้องมีนต้องทานข้าวให้ตรงเวลานะ เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะขึ้นมา มันจะแย่เอา”
“ค่ะ”
ก็เพราะเขาเป็นอย่างนี้ เขาดีกับทุกคน เขาอบอุ่นน่ารักสำหรับเธอเสมอ แล้วจะไม่ให้เธอเผลอใจได้อย่างไรกัน
The Light Sky (ต้าหมิงเทียน) สาขาฮ่องกง
“ไอ้สารเลวนั่นมันอยู่ไหน” คุณชายเล็กแห่งตระกูลหลี่ถามเสียงเหี้ยมทันทีที่ก้าวเดินเข้าสู่คาสิโนเลื่องชื่อซึ่งเขาเป็นเจ้าของ แว่นกันแดดรับกับใบหน้าคมหล่อถูกถอดออก แล้วยื่นไปให้บอดี้การ์ดด้านข้างถือไว้อย่างรู้หน้าที่ ตามด้วยโอเวอร์โคตรเนื้อดีที่เขาถอดตามออกไปแล้วส่งให้อีกคน
“ห้องลับใต้ดินครับ คุณชายเล็ก” ผู้จัดการใหญ่รีบรายงาน
“มันกล้ามากที่ทำแบบนี้ เดี๋ยวได้เห็นดีกันแน่ไอ้มาร์ติน”
ไม่นานทั้งหมดก็ตรงลงมาถึงสถานที่ดังกล่าว
ต้าหมิงเทียน เป็นสวรรค์บนดินสำหรับหลายๆ คนก็จริงอยู่ แต่นั่นคือผู้ที่มาเยือนด้วยใจบริสุทธิ์ ทำถูกกฎ ไม่ตุกติก ไม่คิดลูบคมหรือล้วงความลับ ซึ่งถ้าหากมาด้วยจุดประสงค์เหล่านั้น เจ้าของสถานที่จะมีวิธีจัดการได้อย่างแสบสันเจ็บร้าวถึงทรวงจนแทบไม่อยากจะก้าวเข้ามาที่นี่อีกเชียวล่ะ ถ้าไม่สิ้นลมหายใจไปก่อนน่ะนะ โดยเฉพาะที่สาขาฮ่องกงภายใต้การดูแลของ หลี่ชิงหลง ผู้นี้ มังกรแห่งสกุลหลี่ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แดดิ้นภายใต้กรงเล็บอันแหลมคมอัมหิตของเขา
ร่างที่ถูกจับมัดมือมัดเท้าตรึงเอาไว้กับเครื่องทรมานอย่างโหดเหี้ยม บัดนี้สะบักสะบอมเลือดอาบกายแทบไม่เหลือชิ้นดี นั่นฝีมือลูกน้องของชิงหลงทั้งสิ้น ทั้งที่เจ็บปางตาย แต่ยังไม่ยอมปริปาก ถือว่าแน่ไม่เบา แบบนี้มันต้องเจอกับเขาสักหน่อย
“ปากหนักนักใช่ไหม” ริมฝีปากได้รูปของผู้เหนือกว่า แสยะยิ้มออกมาอย่างดูแคลน
มาร์ตินร้องลั่นอย่างเจ็บปวด เมื่อถูกเข็มแหลมยาวราวๆ สองนิ้วทิ่มแทงเข้าที่ต้นขาซ้ำไปซ้ำมาเป็นสิบๆ รอบ เลือดไหลซึมออกมาให้เห็นตามรอยฝีเข็มเต็มไปหมด แต่นั่นยังไม่เท่าการถูกทิ่มไปที่เนื้ออ่อนตรงหว่างขาพร้อมกับดูดเลือดออกมาด้วยไซริงก์ใหญ่ยักษ์ นี่ฝีมือของชิงหลงเอง เขาแค่นึกอยากร่วมสนุกด้วยเท่านั้นและเขาจะคั้นมันให้ตายคามือ ถ้ายังไม่ยอมคายความลับออกมา
“แกรู้อะไรไหม ถ้าดีเอ็นเอในหยดเลือดของแกไปตกอยู่ในสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมสักสิบศพที่ฉันสร้างสถานการณ์เล่นๆ ขึ้นมา แกจะติดคุกนานสักแค่ไหนกันวะ หึ เผลอๆ อาจจะชั่วชีวิตของแกก็ได้นะ ถ้าฉันต้องการ” ฝีเข็มถูกจิ้มลงบนใบหน้าของชายผู้โชคร้าย พร้อมคำข่มขู่เยือกเย็นเป็นภาษาโปรตุเกส เพื่อให้เจ้าของภาษาอย่างมาร์ตินเข้าใจอะไรๆ ได้ลึกซึ้งขึ้น
ปัง!
ยังไม่ทันได้ออกปากด่าด้วยซ้ำไป กระสุนจากปืนพกสั้นก็ลั่นพุ่งเข้าใส่ใจกลางอกเข้าเสียก่อน
“แค่แกคิดจะด่าฉัน มันก็ผิดแล้วไอ้สวะ” ชิงหลงตบสั่งสอนด้วยสันปืนจนเลือดกบปาก
“อ้อฉันเกือบลืมเรื่องสำคัญไป” ปลายกระบอกปืนถูกไล้ไปตามใบหน้าช้ำเลือด
“ฉันยังใจดีกับแกได้มากกว่านั้นอีกนะ เป็นห่วงว่า พอแกติดคุกขึ้นมาลูกเมียแกจะลำบาก ฉันจะสงเคราะห์ให้พวกมันขึ้นสวรรค์ไปก่อนแกก็แล้วกัน จะได้สุขสบาย ขอบคุณฉันเสียสิ”
“หลี่ชิงหลง แกมันไม่ใช่คน”
“แหงอยู่แล้ว เพราะชิงหลงคือเทพอสูรแห่งทิศตะวันตก จำใส่กะลาหัวโง่ๆ ของแกไว้ ไอ้มาร์ติน” ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรเหยียดยิ้มสาแก่ใจ ก่อนหันหลังกลับไปสั่งลูกน้องคนสนิทที่เปรียบเสมือนมือซ้ายของเขาด้วยเสียงกดต่ำ
“ชาร์ค ภายในค่ำนี้ฉันต้องได้ข่าวดีของลูกเมียมัน ไปจัดการซะ”
“ครับ คุณชายเล็ก” ชาร์ครีบรับคำนายเหนือหัว
“ไม่ ฉันยอมแล้ว ชิงหลง ไม่ ได้โปรดอย่าทำอะไรครอบครัวฉัน”
“เหอะ พูดง่ายๆ แต่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัว อะไรที่แกรู้บอกมาให้หมด”
“คุณชายเล็กครับ โทรศัพท์” ซื่อฝาน บอดี้การ์ดคนสนิทรายงาน
“ใคร”
“จากคุณชายใหญ่ครับ”
“แล้วจะช้าอยู่ทำไมล่ะซื่อฝาน รีบๆ ส่งมา” ดวงตาคู่คมแฝงไปด้วยความดุดันตวัดหันไปมองลูกน้องที่เป็นเหมือนมือขวา ซื่อฝานเป็นน้องชายของซื่อเจี้ยนมือขวาของพี่ชายเขาเช่นกัน
“ครับๆ ” ฝ่ามือหนารับเครื่องมือสื่อสารเครื่องเล็กจากลูกน้องคนสนิทมาแล้วรีบกดรับสาย
“Hi my brother นี่ลมอะไรพาให้พี่ไป๋โทรหาน้องได้ล่ะครับเนี่ย” ชิงหลงกรอกเสียงไปตามสายอย่างกระเซ้าเย้าแหย่ขี้เล่น เขาจะเป็นแบบนี้กับพี่น้องร่วมสายเลือดเพียงคนเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่คนนี้เท่านั้น
[ชิงหลง พี่มีเรื่องให้ช่วย]
“เรื่องอะไรครับ”
[ผู้หญิงไทย ชื่อ พลอยไพลิน อัครเมธากุล เพิ่งออกจากมาเก๊าช่วงสาย ตอนนี้อยู่ที่ฮ่องกง เธอกำลังจะบินกลับไทยช่วงค่ำนี้ ช่วยเช็กให้หน่อยว่า อยู่โรงแรมไหน แล้วก็ทำอะไรก็ได้ เพื่อรั้งเธอเอาไว้ก่อน พี่มีเรื่องจะคุยกับเธอ เดี๋ยวพี่จะส่งข้อมูลพาสปอร์ตพร้อมรูปถ่ายของเธอกับคนที่มากับเธอตามไปให้]
“ว้าว พี่ทำให้ผมสนใจเธอขึ้นมาเลยนะเนี่ย เอ๊ะ!”
[อืม นั่นล่ะ พี่ฝากหน่อยนะ]
“ได้สิครับ เดี๋ยวน้องจัดให้”
[ขอบใจมาก เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะไปฮ่องกง]
“ครับ เดี๋ยวผมให้ป้าหลินเตรียมห้องไว้รอต้อนรับ”
