บทที่ 6 บังคับ 1
Canton Road ถนนชื่อดังสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งของฮ่องกงซึ่งถือเป็นแหล่งชอปปิงปลอดภาษีที่ไม่ว่าใครๆ ที่มานี่ก็ต้องอยากมาเยือนเหมือนกันทั้งนั้น วันนี้ยังคงคึกคักคราคล่ำไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ
ม่านไหมเดินสำรวจหาของที่อยากได้อย่างเร่งรีบ จริงๆ เธอก็อยากอยู่เป็นเพื่อนพี่พลอยที่ห้องมากกว่า แต่สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจออกมา เพราะต้องหาซื้อของฝากให้คนที่บ้านอย่างที่สัญญาเอาไว้ และยิ่งตัดสินใจยากเข้าไปใหญ่เมื่อต้องมาเลือกซื้อคนเดียว เพราะเพื่อนๆ ก็ต่างแยกย้ายกันไปหาของฝากแบบกะทันหันกันทุกคน
ขณะเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้เพื่อเลือกซื้อของที่ต้องการ อยู่ๆ ร่างบางก็สะดุ้งเฮือก เมื่อสัมผัสได้ถึงวัตถุทรงกระบอกขนาดเล็กที่ประชิดอยู่ที่ด้านหลัง
"Keep calm and follow me, if you don't wanna die."
(อยู่ในความสงบแล้วตามผมมา ถ้าไม่อยากตาย)
"Me?" (ฉันเหรอ)
"Yes, Miss TUNTARA AUKKARAMETHAKUL. My boss is waiting for you"
(ครับ คุณธัญธารา อัครเมธากุล เจ้านายของผมรอคุณอยู่)
"Why? I am sure. I never known you or your boss before." (ทำไมละ? ฉันมั่นใจนะว่า ไม่เคยรู้จักคุณหรือเจ้านายของคุณมาก่อนเลยนะ)
"You will understand everything when you meet my boss"
(คุณจะเข้าใจทุกอย่าง เมื่อพบเจ้านายของผม)
ไม่นานม่านไหมก็ถูกนำตัวมาที่รถยุโรปสัญชาติอิตาลีสีดำมันขวับที่จอดเรียงกันอยู่สามคัน เธอถูกพาไปที่รถคันกลางก่อนที่ร่างบางจะถูกดันเข้าไปภายในรถทางประตูหลัง
‘มาแล้วครับ คุณชายเล็ก’ ชาร์คพูดเป็นภาษาจีน เมื่อส่งร่างเล็กที่เจ้านายเขาต้องการจะพบให้นั่งลงข้างๆ
ม่านไหมนิ่งอึ้ง มองชายในชุดสูตรสีดำทะมึนทับเสื้อเชิ้ตขาวเรียบหรูอย่างตกใจ ใบหน้าคมหล่อเหลาเกินจะอธิบาย แม้ถูกบดบังภายใต้กรอบแว่นสีดำทำให้เธอเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาเท่านั้นก็ตาม แต่ความหล่อเหลาไม่ได้มีผลกับสภาพจิตใจของเธอสักนิด บัดนี้หญิงสาวขยับออกห่างจนเกือบชิดประตูรถอีกฝั่ง
"ไม่ต้องตกใจไป เธอจะปลอดภัย ถ้าทำทุกอย่างตามความต้องการของฉัน" เขาพยักหน้าให้ลูกน้องออกรถ แล้วกล่าวกับเธอเป็นภาษาไทยโดยไม่มองหน้าสักนิด
"คุณดูไม่น่าใช่คนไทย ทำไมพูดภาษาไทยได้ แล้วจับฉันมาทำไม จะปล้น จะเรียกค่าไถ่หรือว่า..." ยังถามไม่จบด้วยซ้ำน้ำเสียงดุดันก็กล่าวแทรกจนเธอสะดุ้ง
"ไม่ใช่แบบนั้น ตอนนี้เรากำลังจะไปโรงพยาบาล เพราะเธอต้องแกล้งประสบอุบัติเหตุกะทันหัน รู้แค่นั้นก็พอ"
"ทำไมฉันต้องไปด้วย แล้วแกล้งเกิดอุบัติเหตุทำไม" เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดสักนิด
"เพราะฉันสั่ง เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง ตอนนี้ไม่ต้องถามมาก เพราะมันจะทำให้ฉันรำคาญ" น้ำเสียงกร้าวกดต่ำอย่างข่มขู่
"อะไรนะ" หญิงสาวนิ่งอึ้งมองตาค้าง นี่มันเรื่องบ้าอะไร ผู้ชายตรงหน้าเธอยังปกติอยู่ไหม แล้วการที่เอาแต่สั่งแบบนี้ คืออะไร
“หูไม่ได้หนวกไม่ใช่เหรอ” เขาไม่ตอบ แต่ถามกลับ
“หูไม่ได้หนวก แต่ฉันไม่ไป มันไร้เหตุผลมากกับคำสั่งของใครก็ไม่รู้ ทำไมต้องไปโรงพยาบาล ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น ทั้งที่ฉันไม่ได้ป่วยเป็นอะไร” เธอขึ้นเสียงใส่เขาบ้าง
ชิงหลงค่อยๆ หันมองหญิงสาวข้างๆ เมื่อได้ฟังประโยคต่อต้านที่ทำให้ต้องระคายหู หากเพียงได้มองใบหน้าหวานของเจ้าของเสียงชัดๆ เขากลับแทบไม่อาจละสายตา ดวงตาคมภายใต้แว่นกันแดดแบรนด์ดังเบิกค้างเล็กน้อย ก่อนที่มือหนาจะค่อยๆ ถอดแว่นออก เพราะอยากมองอะไรๆ ให้มันถนัดตา
สาวน้อยตรงหน้าดูดีกว่าในรูปมากเหมือนกันแฮะ ดวงตากลมโตนั้นมันดูไร้เดียงสาไม่มีพิษภัย ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนมันช่างจิ้มลิ้มชวนให้อยากลิ้มลองอยู่ไม่น้อย สองแก้มใสที่ขึ้นสีเรื่อจากความกรุ่นโกรธปนเกรงกลัวเขาของเจ้าตัว ชวนให้อยากสัมผัสมันใกล้ๆ
ม่านไหมมองใบหน้าหล่อเหลาราวเจ้าชายที่หลุดออกมาจากเทพนิยายตรงหน้าอย่างเผลอไผล ภายใต้คิ้วหนาได้รูปนั้นเธอสบเข้ากับดวงตาสีเข้มซึ่งเต็มไปด้วยพลังและอำนาจบางอย่างจนทำให้ต้องหวาดกลัว
“ขอเตือนว่า การต่อปากต่อคำกับฉัน มันไม่เป็นผลดี” น้ำเสียงกร้าวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นทุ้มลง
“ขอเตือนว่า บ้านเมืองมีกฎหมาย และสิ่งที่คุณกำลังทำมันผิด และมีโทษ” หญิงสาวกล่าวกลับไปบ้าง
“หึ คนอย่างหลี่ชิงหลงไม่เคยเห็นเรื่องพวกนี้อยู่ในสายตาหรอกนะ” ผู้ทรงอิทธิพลเบอร์ต้นๆ ของฮ่องกงเช่นเขาอยู่เหนือกฎหมายมาตั้งแต่จำความได้ด้วยซ้ำ
“คุณเป็นมาเฟียเหรอ” ม่านไหมถามออกไปอย่างที่ใจคิด
“ก็แล้วแต่คนจะคิด คนจะเรียก เธอจะเข้าใจแบบนั้นก็ตามใจ” ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้ม
“แล้วทำแบบนี้ทำไม ต้องการอะไรกันแน่”
“จะบอกอะไรเอาไว้อีกอย่าง ฉันไม่ชอบให้ถามอะไรเยอะแยะมากความ มันน่ารำคาญ บอกให้ทำก็ทำแค่นั้นก็พอ” ชายหนุ่มเพิ่มน้ำหนักเสียงลงในคำสั่งนั้น
“ทำไมฉันต้องเชื่อฟังคุณ ฉันไม่ทำ” หญิงสาวย้ำอย่างชัดเจน คนอย่างม่านไหมก็ไม่ยอมง่ายๆ เหมือนกัน
“อย่างนั้นเหรอ เดี๋ยวมาดูกันว่า ใครจะแน่” พูดจบรถคันหรูก็แล่นเข้าสู่อาณาเขตของโรงพยาบาลหมิงเทียน
“ลงมา” มือหนาคว้าต้นแขนเล็ก แล้วลากให้เดินตาม
“ปล่อยฉัน ฉันไม่ไป เจ็บนะ” ยิ่งขืนตัวไว้เขายิ่งทำรุนแรง ตอนนี้อุ้งมือแข็งราวคีมเหล็กกำลังบีบแขนของเธออย่างแรง จนมันแทบจะหักคามือเขาอยู่แล้ว
“โอ๊ย”
“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็เลิกโวยวาย ดีดดิ้น”
“เชิญครับ คุณชายเล็ก” ซื่อฝานกดลิฟต์ในส่วนสำหรับบุคคลวีไอพีอย่างรู้หน้าที่
ม่านไหมพยายามมองหาผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้เพื่อจะขอความช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าไม่มีแม้เพียงเงา สถานที่แห่งนี้มันโรงพยาบาลไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงลึกลับซับซ้อนแบบนี้
สุดท้ายเธอก็ถูกพามายังห้องห้องหนึ่ง ดูจากสภาพแล้วมันไม่เหมือนห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนที่ค่ารักษาแพงลิบลิ่วทั่วไป แตกต่างที่ความหรูหราซึ่งดูอย่างไรก็คล้ายคอนโดราคาหลายสิบล้านมากว่าสถานที่เอาไว้พักฟื้นจากอาการเจ็บป่วย
ลูกน้องของเขาสี่ห้าคนไม่ได้เข้ามาในห้องนี้ด้วย หลังจากเปิดประตูให้ผู้เป็นนาย พวกเขาก็ปิดมันลงและทิ้งเธอเอาไว้กับเขาสองต่อสอง
“คุณจะบ้าหรือไง ฉันไม่แกล้งประสบอุบัติเหตุอะไรทั้งนั้น”
“แต่ตอนนี้เธอต้องทำ บันทึกเอาไว้ใส่สมองของเธอเดี๋ยวนี้ว่า เมื่อกี้ฉันขับรถเฉี่ยวเธอ มันเป็นอุบัติเหตุและเธอต้องนอนรักษาตัวอยู่นี่สักสองสามวันหรืออาจจะมากกว่านั้นถ้าฉันต้องการ อย่าเรื่องมาก อย่าทำตัวมีปัญหา ถ้าไม่อยากเดือดร้อน”
“บ้าไปแล้ว เพราะอะไร ทำไมฉันต้องทำตามที่คุณต้องการ” พอได้ฟังม่านไหมก็ยิ่งสับสน มันบ้ามากเกินไปแล้วจริงๆ เขาทำแบบนี้ทำไม เขาต้องการอะไร
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ชิงหลงจะได้ตอบ
"ชุดที่สั่งได้แล้วครับ คุณชาย" ซื่อฝานเดินเข้ามาพร้อมนำเสื้อผ้าชุดฟอร์มของคนไข้โรงพยาบาลหมิงเทียนมาให้ ชิงหลงพยักหน้ารับรู้ เมื่อวางลงไว้ที่โซฟาเรียบร้อย ซื่อฝานก็เดินออกจากห้องเพื่อกลับไปยืนเฝ้าที่หน้าประตูตามเดิม
"เอาชุดไปเปลี่ยน"
"ไม่เปลี่ยน"
"เอาโทรศัพท์เธอมานี่สิ"
"ไม่ให้"
"บอกให้เอามาก็เอามา"
"ไม่!" ม่านไหมจับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองไว้แน่น
เห็นดังนั้นชิงหลงก็ใช้กำลังกระชากมันมาทันที ก่อนที่จะเอาโทรศัพท์เธอออกมากดหารายชื่อเป้าหมาย
"ไปเปลี่ยนชุด อย่าให้ต้องพูดอะไรซ้ำซาก" ชายหนุ่มสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มเฉียบขาด
"ไม่" ม่านไหมไม่คิดจะทำตามเลยสักนิด หญิงสาวมองอย่างสงสัยว่าเขารู้รหัสล็อกหน้าจอโทรศัพท์เธอได้อย่างไร เธอเดินเข้าไปพยายามขัดขวางไม่ให้เขาใช้โทรศัพท์ของเธอ "เอาโทรศัพท์ฉันคืนมานะ"
ชิงหลงกระชากร่างบางเข้าหากำแพงพร้อมใช้ร่างกายตรึงอีกฝ่าย มืออีกข้างปิดปากเธอเอาไว้ไม่ให้พูดอะไร
"อื้ออ่อยอ๊ะ" (อื้อปล่อยนะ)
เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าเฉพาะของน้องไหมเรียกให้พลอยไพลินต้องรีบหยิบมันขึ้นมารับสาย
“ฮัลโหล น้องไหม”
“ขอโทษครับ ผมไม่ใช่เจ้าของโทรศัพท์ แค่จะโทรมาบอกว่า คุณธัญธาราถูกรถเฉี่ยว ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลครับ”
“ว่าอะไรนะคะ น้องสาวฉันถูกรถเฉี่ยว แล้วเธอเป็นอะไรมากไหมคะ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลไหนคะเดี๋ยวฉันจะรีบไปหา” พลอยไพลินถามด้วยความร้อนรน
“ไม่ต้องห่วงครับ ปลอดภัยดี ตอนนี้เธออยู่ที่โรงพยาบาลหมิงเทียน อาคารซี ชั้นห้าสิบเก้า ห้องห้าเก้าเก้าเก้า”
“ค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่โทรมาบอก”
“ครับ”
หลังจากวางโทรศัพท์แล้วพลอยไพลินก็รีบโทรหาจักรพรรดิทันที แต่ปรากฏว่าเขาไม่รับสาย
“สงสัยพี่พรรดิลืมเอาโทรศัพท์ไปแน่ๆ เลย” เธอเปลี่ยนเป็นส่งข้อความไลน์หาจักรพรรดิ เพื่อบอกกล่าวว่าจะไปหาม่านไหมที่โรงพยาบาล
