บทที่ 7 บังคับ 2

โรงพยาบาลต้าหมิงเทียน

“คุณบอกพี่พลอยแบบนั้นทำไม อ๋อ...ที่คุณทำเพราะต้องการล่อให้พี่สาวฉันมาที่นี่สินะ จะทำอะไรกันแน่ อย่าทำอะไรพี่ฉันนะ” ทันทีที่เขาปล่อยมือออกจากการปิดปาก ม่านไหมก็ตวาดใส่อีกฝ่ายทันที เขาทำให้เธอโกรธและไม่พอใจมาก

“ฉันบอกให้ไปเปลี่ยนชุด ทำไมไม่เปลี่ยน หูแตกหรือไง สั่งแล้วทำไมไม่ทำ” ชิงหลงพูดใส่หน้าอีกฝ่ายด้วยเสียงเกรี้ยวกราด ดวงตาคมกวาดมองร่างบางตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ

“หูไม่ได้แตก แต่ฉันไม่อยากเปลี่ยน ไม่ได้ถูกรถเฉี่ยวบ้าบออะไรอย่างที่คุณพูด” ม่านไหมตะคอกกลับไปอย่างเหลืออด นี่มันเรื่องปัญญาอ่อนที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา

“ไม่ต้องตะโกน มันหนวกหู ทำไมพูดจาไม่รู้ฟัง ชอบทำตัวน่ารำคาญนักวะ!!” ชิงหลงตะคอกกลับด้วยเสียงดังลั่นข่มขวัญยิ่งกว่า ร่างสูงกำยำกระชากอีกฝ่ายไปที่เตียงคนไข้ ก่อนจะกดลงไปแล้วขึ้นคร่อม

“คุณจะทำอะไร” ม่านไหมดิ้นรนหนี แต่มีหรือจะพ้น กายแกร่งแนบทับร่างของเธอเอาไว้ มือใหญ่บีบคางเรียวจนเจ็บร้าวเพื่อให้หันมาเผชิญหน้า ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนลงหาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนรุ่ม

“ฟังให้ดีนะ ธัญธารา อัครเมธากุล ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย สิ่งที่เธอต้องรู้และจดจำใส่สมองเอาไว้คือ เธอมาที่นี่เพราะถูกฉันขับรถเฉี่ยวชนและฉันรับผิดชอบการกระทำนั้นโดยการพาเธอมารักษาตัวที่นี่

เธอต้องทำให้พลอยไพลินพี่สาวของเธอเชื่อว่า ที่ฉันพูดมาเมื่อกี้คือเรื่องจริง อีกห้านาทีคนของฉันจะทำแผลปลอมๆ ให้ อย่าเรื่องมาก อย่าตุกติก อย่าคิดหนี เพราะมันโง่สิ้นดีถ้าเธอทำแบบนั้น

ฉันคือหลี่ชิงหลง มังกรเขียวแห่งสกุลหลี่ ถ้าไม่รู้จักก็ไปหาใน Google ดูว่า หลี่ชิงหลง หรือ Dragon Lee คนนี้มีอิทธิพลมากแค่ไหนในฮ่องกง ถ้าเธอไม่อยากกลายเป็นศพ เธอต้องอยู่ที่นี่สักสองสามวัน เธอทำได้ไหม” แววตาทรงอำนาจถูกส่งมาพร้อมน้ำเสียงเย็นเยียบ

ร่างเล็กผวาสั่น ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยถูกข่มขู่เอาชีวิตแบบนี้มาก่อนเลย

“ทำได้ใช่ไหม ตอบ” มาเฟียหนุ่มตะคอกถามเสียงดังขึ้นไปอีกจนร่างข้างใต้สะดุ้ง

“ฉันไม่ทำ จะฆ่าก็ฆ่าเลย” แม้เสียงจะสั่นด้วยความหวาดกลัวแค่ไหน แต่ม่านไหมก็เลือกที่จะพูดออกไปแบบนั้น

“แค่ตายมันคงจะง่ายไปหน่อย ก่อนตายฉันจะให้เธอได้ลิ้มลองรสชาติของการถูกรุมโทรมดูสักครั้ง เห็นลูกน้องของฉันใช่ไหม หลังจากฉันเอาเธอจนสะใจแล้วจะยกให้พวกมันต่อ แต่ละคนมันคงจะจัดให้เธอยับเยินไม่น้อย จะลองดูไหมล่ะ”

“สารเลว แกมันชั่ว ไอ้...”

“หุบปาก ฉันไม่ชอบให้ใครด่า ถ้าเธอด่าฉันอีกแม้แต่คำเดียวฉันจะพาเธอทัวร์นรกบนดินแน่นอน”

ม่านไหมนิ่งเงียบตัวสั่นเทาภายใต้ร่างของบุรุษที่มีใบหน้าหล่อหาก แต่การกระทำสวนทาง เขาเลวยิ่งกว่าซาตานในนรกเสียอีก น้ำตาเริ่มเอ่อคลอดวงตาสวยเพราะความกลัว

“เข้าใจทุกอย่างแล้วใช่ไหม ถ้าเธอยังไม่เข้าใจฉันจะรุมโทรมทั้งเธอและพี่สาวเธอก่อนจะฆ่าทิ้ง พลอยไพลินกำลังจะมาที่นี่เร็วๆ นี้” นี่เป็นแค่คำขู่ เพราะในความเป็นจริงผู้หญิงที่พี่ชายเขาสนใจ หลี่ชิงหลงจะไม่มีวันแตะต้องแม้แต่ปลายเล็บ

ม่านไหมพยักหน้ารับ ไม่กล้าขัดหรือพูดอะไรอีก ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่า ทำไมเขาถึงรู้จักชื่อจริงนามสกุลจริงของเธอ ทำไมถึงรู้จักพี่พลอยจนเรียกชื่อเต็มๆ ได้แบบนั้น ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้หลุดปาก แบบนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ

ตัวเธอเองไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าพี่พลอยต้องมาตกอยู่ในอันตราย มันคงจะมากเกินไปสำหรับชีวิตพี่สาวของเธอ ทั้งที่เพิ่งเจอเรื่องเลวร้ายมาแท้ๆ นี่ยังจะมีเรื่องนี้อีก แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่คนตรงหน้าทำ แม้จะไม่อยากทำตามเขาแค่ไหน แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอม

“ทำตัวดีๆ แต่แรกก็จบ ส่วนเสื้อผ้าถ้ามันเปลี่ยนลำบากนักฉันจะช่วยจัดการให้” ชายหนุ่มมองด้วยสายตามีเลศนัยก่อนจะกระชากเสื้อตัวบางจนกระดุมหลุดกระจาย

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”

“เธอควรดีใจนะ ที่คนอย่างหลี่ชิงหลงลดตัวและเสียสละเวลาอันมีค่ามาเปลี่ยนชุดให้”

“ไม่ๆ หยุดนะ อย่า”

ไม่นานพลอยไพลินก็มาถึงโรงพยาบาลหมิงเทียน ห้องวีไอพี 444อยู่เบื้องหน้า หญิงสาวกวาดตามองผู้ชายหลายคนที่อยู่ในชุดสูทสีดำซึ่งกำลังยืนอยู่หน้าห้องที่มีคนบอกว่า น้องสาวของเธออยู่ข้างในนั้นอย่างหวาดเกรงเล็กน้อย

“ญาติคุณธัญธาราใช่ไหมครับ” ชายคนหนึ่งถามเธอเป็นภาษาไทย

“ค่ะ” เธอตอบรับ

“เชิญข้างในครับ”

เขาเคาะประตูก่อนจะเปิดและปิดมันลงให้เธออย่างนอบน้อม

“น้องไหม เป็นยังไงบ้าง” ร่างบางรีบตรงเข้าไปดูอาการของน้องสาว

“พี่พลอย” ม่านไหมอ้าแขนรอรับอ้อมกอดจากพี่สาวอย่างโหยหา ตอนนี้เธอกลัวเหลือเกิน

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า เจ็บตรงไหนบ้าง พี่ตกใจหมดเลย”

“ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วค่ะพี่พลอย พี่พลอยคะ ไหมคือ คือว่าเรื่องรถเฉี่ยว” ม่านไหมอึกอักไม่รู้จะพูดอย่างไรดี เธอไม่อยากให้พี่สาวอยู่ตรงนี้เลยเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย ไม่รู้ทำไมถึงต้องโดนบังคับให้ทำอะไรแบบนี้ด้วย เธอจะทำยังไงดี

“มีคนโทรไปบอกว่า น้องไหมโดนรถเฉี่ยว แล้วเขาล่ะ” พอถามถึงก็นึกขึ้นได้ บุคคลที่สามซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหรูริมห้องจ้องมองหญิงสาวผู้มาใหม่ตั้งแต่เส้นผมจรดปรายเท้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยรอยยิ้มกริ่มตั้งแต่แรกที่เธอเข้ามาแล้ว

ผู้หญิงคนนี้สินะที่ทำเอาพี่ชายเขาร้อนรน สวยน่ารักไม่เบา ไม่จืดชืด ไม่หวานแหวว ไม่เปรี้ยวจัด กำลังน่ารักน่าฟัดทีเดียว มิน่าล่ะพี่ไป๋ถึงได้ติดใจนัก

“ถามถึงผมหรอครับ” ชิงหลงกล่าวทักทาย

“ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคือ...”

“ผมชื่อ หลี่ชงหลง เป็นคนที่ขับรถเฉี่ยวน้องสาวคุณ ขอโทษด้วยนะครับ คุณหมอบอกว่า ให้คุณธัญธาราพักรักษาตัวและอยู่รอดูอาการอีกสักสองสามวัน ค่ารักษาพยาบาลรวมถึงทุกอย่าง ผมจะรับผิดชอบเองและผมจะชดใช้ให้ตามที่พวกคุณต้องการ”

“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ แค่น้องสาวฉันปลอดภัยก็พอแล้ว ขอบคุณที่พาน้องไหมมาโรงพยาบาลนะคะ”

“ครับ” ชิงหลงพยักหน้ารับยิ้มตอบอย่างขอบคุณ

แต่อีกคนบนเตียงที่ฟังอยู่แทบซ่อนความเคืองขุ่นเอาไว้ไม่อยู่

“ในเมื่อพี่สาวฉันมาแล้ว คุณก็ควรจะกลับไปได้แล้วนะคะ” ม่านไหมส่งเสียงมาอย่างไม่เป็นมิตรนัก ดวงตากลมสวยลอบจิกกัดชายหนุ่มที่พูดจาสร้างสถานการณ์ได้อย่างน่าเหลือเชื่ออย่างอดไม่ได้

“น้องไหม ทำไมพูดกับคุณเขาแบบนั้นล่ะ”

“ผมไม่ถือสาหรอกครับ เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยมีมารยาทแบบนี้แหละ”ดวงตาคมฉายแววไม่พอใจก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาเหมือนเดิม

“เอ่อ น้องสาวฉันไม่ใช่คนแบบนั้นนะคะ” พลอยไพลินแก้ความเข้าใจผิดให้

“ครับ ผมจะพยายามเข้าใจว่า มันไม่ใช่นิสัยของเธอ แต่เพราะตอนนี้ป่วยเลยอาจจะอารมณ์แปรปรวน” เขาตอบพลอยไพลินก่อนจะหันไปอีกด้าน “ที่ผมยังไม่ไปไหนเพราะผมยังมีอะไรสำคัญต้องทำที่นี่ คนอย่างผมไม่ได้ว่างมากมายพอจะมานั่งทำอะไรไร้สาระหรอกนะครับ คุณธัญธารา”

“อะไรนะคะ” พลอยไพลินถามอย่างสงสัยในคำกล่าวของบุรุษคนเดียวภายในห้อง

“ผมหมายถึงผมเป็นคนที่ขับรถเฉี่ยวน้องคุณ ดังนั้นผมเลยต้องอยู่ที่นี่เพื่อแสดงความรับผิดชอบครับ” ชิงหลงแก้ไขประโยคเมื่อสักครู่ของเขาให้ดูดีขึ้นได้ภายในพริบตา

“มันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด คุณกำลังโก...”

“ขอแนะนำให้สงบปากสงบคำและพักผ่อนมากๆ จะดีกว่านะครับคุณธัญธารา ถ้าไม่อยากให้สิ่งที่ผมพูดกับคุณไว้ก่อนหน้านี้มันเกิดขึ้นจริงๆ ” เสียงเย็นเยียบทว่าดุกร้าวขัดขึ้น ทำเอาม่านไหมถึงกับนิ่งงัน โดยเฉพาะดวงตาคู่คมที่ตวัดจ้องมาราวกับคำประกาศิตนั้นทำให้เธอหวาดกลัวนัก

“พูดอะไรกันเหรอคะ” พลอยไพลินยิ่งฟังก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ

“เอ่อ ไม่มีอะไรค่ะพี่พลอย” ม่านไหมรีบปฏิเสธ

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอบคุณมากที่ช่วยดูแลน้องสาวฉันไว้ให้ แต่ตอนนี้ฉันดูแลน้องได้ค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณไปมากกว่านี้ที่...” พลอยไพลินยังพูดไม่จบด้วยซ้ำเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก่อน ประตูถูกเปิดออกพร้อมการมาเยือนของแขกอีกคน

“เชิญครับ คุณชายใหญ่” เติ้งฉีกล่าวพร้อมเปิดประตูให้เจ้านาย

“คุณ!” พลอยไพลินนิ่งอึ้ง มองผู้มาใหม่ด้วยหัวใจสั่นรัว

“ดีใจจังที่ได้พบคุณอีกครั้ง” เจ้าของร่างสูงโปร่งทักทายหญิงสาวที่มองเขาอย่างตกอกตกใจด้วยรอยยิ้มร้าย

“คุณมาทำอะไรที่นี่"

“นี่พี่ชายผมเองครับ เสือขาวแห่งสกุลหลี่ หลี่ไป๋หู่ หรือที่รู้จักกันในนาม Tiger Lee” เป็นชิงหลงที่แนะนำผู้มาใหม่

"พอดีน้องชายผมบอกว่า ขับรถเฉี่ยวคน แต่พามารักษาตัวที่นี่แล้ว และชิงหลงมีงานตอนหัวค่ำเลยขอให้ผมมาช่วยดูแลคนให้ก่อนเผื่อมีอะไรขาดเหลือ" ไป๋หู่โกหกได้อย่างแนบเนียนจนยากจะจับได้

ม่านไหมเองก็ยังดูไม่ออกว่าจริงหรือไม่ ที่เขาพูดไปแบบนั้นเพราะรู้อะไรผิดๆ มาจากน้องชายหรือรู้เห็นเป็นใจกันทั้งสองคนกันแน่

"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคิดว่า ฉันดูแลน้องสาวได้ คุณกลับไปเถอะ" พลอยไพลินรีบปฏิเสธทันที

"ขอโทษที นี่เป็นหน้าที่ของพวกผม"

"หน้าที่อะไร" พลอยไพลินถามอย่างไม่เข้าใจ

"พวกเราค่อนข้างมีศัตรูมากมายและคนที่พวกเราข้องแวะด้วยมักจะตกเป็นเป้า พวกคุณเป็นเป้านั้นแล้วในตอนนี้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็อาจจะไม่ปลอดภัยมีคนของพวกผมคอยดูแลไว้จะดีที่สุด" อันนี้คือเรื่องจริงไป๋หู่ไม่ได้โกหกสร้างเรื่องแต่อย่างใด หากแต่มีผลพลอยได้อยู่ในการกระทำพอสมควร

"ฉันคิดว่า สามารถดูแลน้องเองได้"

"แต่ผมไม่คิดแบบนั้น ผมและคนของผมจะเฝ้าไข้น้องสาวคุณเอง ถ้าไม่ไว้ใจก็เชิญอยู่ด้วยกัน แต่จะมาบอกให้ผมกลับไปนั้นเห็นทีจะไม่ได้" ไป๋หู่สรุปให้เพียงเท่านั้น แล้วเดินเข้าไปหาคนไข้บนเตียง

"คุณเป็นยังไงบ้างครับ" เขาถามด้วยความห่วงใย สายตาที่ส่งไปให้แสดงความเอ็นดูและเห็นใจไม่น้อย คาดเดาได้ไม่ยากว่าสาวน้อยตรงหน้าคงถูกน้องชายเขาข่มขู่มาจนเสียขวัญ

"จริงๆ แล้วฉันไม่ได้"

"เธอดีขึ้นแล้วล่ะครับพี่ ไม่ได้เป็นอะไรมาก หมอบอกผมแบบนั้น" ชิงหลงพูดแทรกขึ้น จ้องใบหน้าหวานอย่าเอาเรื่อง เขารู้ดีว่า เธอกำลังจะพูดอะไร ร่างสูงเดินเข้าไปข้างเตียงบ้าง "อยู่กับพี่ชายฉันก็ทำตัวให้ดีๆ อย่าลืมที่ฉันเคยบอกไว้ ถ้าเธอทำไม่ได้แล้วมีคนจับได้ขึ้นมาฉันจะจัดการเธอเป็นคนแรก เข้าใจที่พูดไหม" ชายหนุ่มกระซิบสั่งเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน

ม่านไหมมองเขา เม้มปากแน่นอย่างพยายามข่มอาการหวาดผวา

"ถามว่าเข้าใจไหม ตอบมา" ชิงหลงถามซ้ำอีกครั้ง บีบแขนเล็กแน่น

สุดท้ายม่านไหมก็ต้องพยักหน้ารับอย่างจำยอม

ชิงหลงเหยียดยิ้มให้และไม่ลืมตีเนียนทิ้งท้ายเพื่อไม่ให้น่าสงสัย

"ขอโทษจริงๆ เพราะผมแท้ๆ คุณถึงเป็นแบบนี้ คงเจ็บแผลมากสินะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจะให้คุณหมอและพยาบาลดูแลคุณเป็นอย่างดี ไม่ต้องห่วงนะครับ คุณธัญธารา" ชิงหลงปล่อยมือออกจากการเกาะกุม พูดด้วยท่าทีห่วงใยสาวผู้โชคร้ายที่โดนเขาขับรถเฉี่ยวเป็นหนักหนา

"น้องไหมเป็นอะไร ปวดแผลมากเหรอ" พอได้ยินอย่างนั้นพลอยไพลินก็ใจหาย

ม่านไหมไม่รู้จะตอบอะไรแล้วตอนนี้ เธอไม่ได้เจ็บ ไม่ได้เป็นอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่กลับพูดออกไปแบบนั้นไม่ได้ พอสบมองที่ดวงตาคมกร้าวราวซาตานของใครบางคนแล้วพลันทำให้ต้องยอมรับคำกล่าวของเขาอีกครั้ง

"ค่ะ พี่พลอย"

"ถ้าอย่างนั้นก็พักผ่อนนะ เดี๋ยวพี่จะอยู่เป็นเพื่อนเอง"

"ค่ะ"

ฝ่ายชิงหลงค่อยๆ ดึงแขนพี่ชายออกจากเตียงคนไข้มาเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบบอกบางอย่าง

“อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงธัญธาราก็คงหลับเป็นตาย เพราะผมให้หมอฉีดยานอนหลับให้พอสมควร พี่จะทำอะไรก็ตามสบายเดี๋ยวผมกลับไปที่คาสิโนก่อน ยังต้องกลับไปจัดการกับไอ้มาร์ติน”

“ขอบใจมากชิงหลง แล้วคืนนี้นายจะกลับบ้านไหม”

“เดี๋ยวผมบอกอีกทีนะครับ ยังไม่แน่ใจ พอดีมีนัดนิดหน่อย” น้องชายขยิบตาให้พร้อมรอยยิ้มกริ่ม

“ตามสบาย” พี่ชายรับคำด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เข้ารู้ดีว่าเพลย์บอยตัวยงอย่างชิงหลงคงมีอะไรให้ต้องทำไม่น้อย

“คุณพลอยไพลินครับ ขอตัวก่อนนะครับ ส่วนคุณธัญธารา เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมาเยี่ยมใหม่” ชายหนุ่มไม่ลืมส่งสายตาข่มขวัญตามไปให้คนบนเตียง

“ค่ะ” พลอยไพลินรับคำ ส่วนม่านไหมได้แต่ล้มตัวลงนอนหันหลังให้เท่านั้น หลังจากชิงหลงออกไปไม่นาน ม่านไหมก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยา

เวลาที่ไป๋หู่รอคอยได้มาถึงแล้ว เมื่อเห็นคนบนเตียงหลับสนิท ชายหนุ่มก็เดินเข้าไปข้างเตียง กระชากแขนบางของคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กให้เดินตามออกมาบริเวณโซนสำหรับรับแขกของห้อง

"นี่ปล่อยนะ! "

บทก่อนหน้า
บทถัดไป