บทที่ 2 2
ราตรีกวาดตาสำรวจดูสภาพเด็กสาวอายุไม่เกิน 20ปีหน้าตาอ่อนวัยไร้เดียงสา ในชุดยูนิฟอร์มโรงงานสภาพมอมแมม ไม่มีแม้รองเท้าสวมใส่ คล้ายกับว่าหนีอะไรมาสักอย่าง รูปร่างซูบซีดผอมบางนั่งทรุดกายข้างทางอย่างระโหยโรยแรง เธอเข้าไปไถ่ถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ ตามประสาคนมีอัธยาศัย น้ำใจดีงาม
“น้อง..น้องๆ มานั่งตรงนี้ มันอันตรายรู้ไหม ? มีอะไรให้พี่ช่วยรึปล่าว ?”
ดารินส่ายหน้าไปมาแต่น้ำตาไหลอาบแก้ม ราตรีทรุดนั่งลงข้างๆ รู้สึกเวทนาสงสารเด็กสาวผู้อ่อนเดียงสา
“หนูไม่รู้... หนู..หนูไม่มีที่ไป” เด็กสาวตอบแผ่วเบาราวคนไม่มีแรงเปล่งเสียง
ราตรีพอเข้าใจ เธอเองก็ใช่จะไม่เคยพบเจอกับเรื่องเลวร้ายตอนวัยแรกรุ่นเท่าเด็กสาวคนนี้ แทบเรียกได้ว่ามีมากมายเกินครึ่งของชีวิต
เพราะไร้ญาติขาดมิตรแท้ให้พึ่งพายามยาก ถึงต้อง ผกผันสภาพจากคนใช้ชีวิตธรรมดาหาเช้ากินค่ำทั่วไป... ทนกล้ำกลืนอดสูบากหน้าขายความเป็นคนเลี้ยงชีพ
“เอาแบบนี้ไหม? ... น้องไปพักผ่อนที่ห้องพี่ก่อน พรุ่งนี้ค่อยหาทางหนีทีไล่ ว่าทำยังไงต่อไปดี”
ราตรีหยิบยื่นความเมตตา มาช่วยเหลือคนจนตรอกไร้สิ้นหนทาง ไม่รู้เพราะอะไรทำไมถึงได้ถูกชะตาเด็กสาวแปลกหน้าคนนี้นัก
ดารินพยักหน้าตอบรับหงึกหงัก ดีใจแบบสุดซึ้ง มือเรียวเล็กซูบซีดไหว้ขอบคุณราตรีท่วมหัว
เพราะอย่างน้อยสตรีแปลกหน้าผู้นี้ ก็ยังมีความกรุณาต่อเธอ อุตส่าห์ช่วยเหลือโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนใด
ในขณะที่มารดาแท้ๆไม่เคยแม้จะถามไถ่ แสดงความห่วงใยให้เธอเลยสักหน ตั้งแต่จำความได้ นางสาวมอบให้แต่พระเดชมากกว่าพระคุณ
“พี่.. ไว้ใจหนูเหรอคะ ?” หญิงสาวถามประสาซื่อ
“เธอล่ะ ?ไว้ใจพี่ไหม ? ดูสภาพเธอตอนนี้สิ จะไปทำอะไรใครได้” หญิงสูงวัยกว่าส่งยิ้มให้ดารินอย่างสงสารเห็นใจ
“หนูขอบคุณพี่มากนะคะ หนูไม่มีที่ไปจริงๆ”
“มาเถอะ ไม่ต้องกังวลนะ ถึงพี่ทำมาหากินแบบนี้ แต่ไม่เคยรับแขกที่ห้องพักตัวเอง”
หญิงสาวตามหลังราตรีที่เดินนำหน้าก่อน ห้องพักเธออยู่ไม่ไกล เดินไปแค่ 20 เมตร ก็ถึงอพาร์ทเม้นราคาถูก
ห้องเช่าทรงสี่เหลี่ยมที่เป็นทั้งห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัว มีเพียงห้องน้ำและระเบียงตากผ้า ที่แยกเป็นสัดส่วนออกไป
ภายในห้องแทบไม่มีอะไร นอกจากฟูกนอนแบบปิ๊คนิก ตู้เสื้อผ้าพลาสติก โต๊ะญี่ปุ่นสำหรับทานข้าว แล้วก็กระติกน้ำแข็งราคาถูก
“นี่จ๊ะน้ำ” ราตรียื่นน้ำให้เธอดื่ม
ดารินยกมือไหว้ขอบคุณ แล้วรับแก้วน้ำมาดื่มรวดเดียวหมด ด้วยความกระหาย
“พี่ชื่อราตรี... น้องชื่ออะไร ?”
“หนูชื่อ ดารินค่ะ”
“น้องหนีอะไรมาเหรอ บอกพี่ได้ไหม ?”
“คือว่า เอ่อ... หนูหนีออกจากบ้านมาค่ะ.
เธอก้มหน้ารูสึกผิดที่จริง มันไม่ได้เลวร้ายขนาดต้องร้องไห้กระเซอะกระเซิงวิ่งหนีออกมาจากบ้านยามวิกาลสภาพแบบนี้ แต่คนเรานั้น คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก
“หิวไหม ? พี่มีแค่ผลไม้ ถ้าหิวก็ทานได้ตามสบายนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ดารินตอบเสียงระโหย เธอไม่หิว แต่อยากนอนพักเต็มทีเพราะเจ็บเท้า แถมเหนื่อยอ่อนจากการวิ่ง การเดินแบบไร้จุดหมายติดต่อกันนานเกือบ 6ชั่วโมง
“ท่าทางจะเหนื่อยมาก ถ้าอยากจะอาบน้ำ ผ้าขนหนูอยู่ในห้องน้ำ หยิบใช้ได้เลยนะจ๊ะ พี่จะไปทำงานต่อ สายๆพี่จะกลับ ปิดประตูล็อกห้องได้ พี่มีกุญแจ พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันนะ”
ก่อนออกไป ราตรียังช่วยล็อคห้องให้ดาริน.. หญิงสาวล้มตัวลงนอนพื้นกระเบื้องเย็นๆ เพราะไม่อยากให้ร่างกายมอมแมมแปดเปื้อนที่นอนของราตรี ..
ดารินนอนหลับแบบง่ายดาย รู้สึกโล่งใจที่สามารถผ่านพ้นวันแย่ๆนี้ไปอีกหนึ่งคืน... วันพรุ่งนี้ชีวิตจะดำเนินต่ออย่างไรก็ขอให้มันเป็นเรื่องของอนาคต
