บทที่ 7 อยากเอาเท้าขยี้ให้แหลก
แต่ทว่าเหมือนดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง ฝ่ายบุคคลที่ดารินเข้าพบ คือนายมานพ ยิ่งเกลียดกลัวยิ่งต้องเจอ ...
เจ้าหนี้ของราตรี เจ้ากรรมนายเวรของเธอ!!!
“สวัสดีค่ะ คุณมานพ”
ดารินฝืนกล้ำกลืนยกมือไหว้คนที่คิดชั่วกับตัวเอง ด้วยความเจ็บใจ
“ว่าไงจ๊ะ.. คนสวย ใจร้อนรีบมาหาพี่แบบนี้..จะมาเสนอตัวใช้หนี้ให้ราตรี ใช่ไหมจ๊ะ?”
นายมานพ ไม่รับไหว้ มันมัวแต่ใช้สายตาจาบจ้วงจ้องมองเรือนร่างสะคราญ อย่างกะลิ้มกะเหลี่ย แถมยังพูดจี้ใจดำของดาริน
“ดาวมายื่นเอกสารเพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานตามที่คุณไมค์ ได้แจ้งไว้ค่ะ”
ดารินพยายามไม่ต่อความยาวสาวความยืด.. เธอรีบยื่นเอกสารเพื่อจะได้ไปให้พ้นๆจากคนชั่วตรงหน้า
“เด็กคุณไมค์ซะด้วย... สนใจจะเปลี่ยนสังกัดไหม ? มาเป็นเด็กพี่ แล้วจะได้ ไม่ต้องตรากตำทำงาน เป็นไก่รองบ่อนใคร.. พี่จะยกหนี้ให้ด้วยเอ้า!! ฮึๆ”
นายมานพ แทบไม่มองเอกสารที่ดารินยื่นไป แต่สิ่งที่สายตากักขฬะของนายมานพให้ความสนใจคือ สัดส่วน ของสงวนใต้ร่มผ้าดาริน
“ฉันไม่ได้ติดหนี้คุณ และจำไม่เป็นต้องรับผิดชอบการกระทำที่ผิดกฏหมายของพวกคุณ ถ้ายังไม่หยุดล่วงละเมิดทางเพศ ฉันจะแจ้งความ”
ดารินพูดอย่างเหลืออด... พอกันที เธอทนไม่ได้ที่จะให้คนชั่วกดขี่ข่มเหง
“เอาสิ อย่าลืมบอกตำรวจด้วยว่าอีตรี มันเป็นกระหรี่ค้าประเวณี จะได้เข้าคุกกันทุกคน ฮ่าๆๆ”
นายมานพ ตอบแบบไม่เกรงกลัวอะไร แถมตะโกนไล่หลังดารินที่เดินหนีออกไปแบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม!
“อ้อ.. ถ้าไม่ใช้หนี้ อย่าคิดว่าจะได้ทำงานที่นี่ต่อล่ะ ออกไปเป็นกระหรี่เหมือนอีตรี ก็ดีนะจ๊ะ พี่จะได้ไปแวะใช้บริการ ฮ่าๆๆ”
ร่างแน่งน้อยเดินแกมวิ่งออกไปจากห้องฝ่ายบุคคลทั้งน้ำตา เธอร้องไห้อย่างคับแค้นใจ เพราะอำนาจเงินตัวเดียวใช่ไหม ที่ทำให้โดนคนเหยียบย่ำ
ไมค์สอดส่ายสายตามองหาดารินขณะเดินผ่านล็อบบี้โรงแรม เขาแอบหวังจะได้พบหน้าหวานๆในชุดพนักงานต้อนรับว่าสวยสมที่เขาวาดไว้แค่ไหน แต่กลับไม่พบแม้เงาของเธอ
ชายหนุ่มกดโทรศัพท์ถึงฝ่ายบุคคลเพื่อสอบถามถึงดารินทันทีที่นั่งลงเก้าอี้ทำงาน
“ฮัลโหล คุณมานพ ผมอยากรู้เหตุผลว่าทำไมดารินยังไม่ได้ทำงานที่แผนกต้อนรับ ?”
“สวัสดีครับ คุณไมค์ เอ่อ .. คือว่าผม อยากจะชี้แจงให้คุณไมค์ทราบเรื่องดาริน คือว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอย่างเดียว แต่ผมเองก็พึ่งรู้มาว่าเธอ เอ่อ..ขายเนื้อสดด้วยนะครับ ผมก็เลยไม่อยากให้โรงแรมเสียภาพพจน์ ถึงให้เธอมาทำหน้าที่นี้ไม่ได้ น่ะครับ”
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอดูเอกสารการสมัครงานของดาริน สกุลไทยด่วนด้วย ขอบใจนะ”
ไมค์วางโทรศัพท์ลงอย่างคนผิดหวัง กับข่าวที่ได้รับ
“ฮึๆ แค่นี้ ก็คงไม่มีปัญญาจะทำมาหากินแล้วอีหนู..”
นายมานพแอบยิ้มอย่างสะใจที่ได้ตัดมือตัดเท้าดาริน.. ชายชั่วถูมือถูไม้วาดฝันอย่างลำพองใจหวังจะได้เคลมสาวงาม เมื่อทำให้เธอหมดสิ้นหนทางดิ้นรน
ดารินบากหน้ามาทำงานตามปกติ ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาว่าร้ายที่นายมานพปล่อยข่าวออกไป หญิงสาวต้องฝืนอดทน ทำงานอย่างข่มใจ เพราะเธอมองไม่เห็นหนทางใดจะทำเงินอย่างง่ายดายภายในหนึ่งสัปดาห์
หรืออาจเป็นเพราะโชคชะตาได้ขีดเขียนไว้ล่วงหน้าว่าตลอดชีวิต เธอต้องยอมก้มหน้าขายความเป็นคน
วันนี้กว่าจะหมดเวลางาน มันช่างแสนยาวนานนักสำหรับหญิงสาว เธอเลือกที่จะเดินกลับอพาร์ทเม้น แทนการนั่งรถเมล์เพราะระยะทางไม่ได้ไกลมากมาย
ระหว่างทางก็เดินไปคิดไปต่างๆนาๆบนถนนที่ยังคราคร่ำไปด้วยไฟแสงสีและนักท่องเที่ยวทุกชาติทุกภาษา
“Hi darling, wanna have some drink with me ?”
สวัสดีคนสวย สนใจอยากดื่มกับผมสักแก้วไหม?
นักท่องเที่ยวชาวยุโรปร่างสูงใหญ่ แต่งกายดูดีเข้ามาทักทายหวังจะได้สาวสวยติดมือติดไม้ตามประสาผู้ชายมากประสบการณ์
“Why not!”
ทำไมจะไม่ล่ะคะ
ดารินคว้าไวน์แดงที่ชายหนุ่มยื่นให้ เหมือนเขาเสนอปืนแก่คนที่กำลังอยากฆ่าตัวตายอย่างถูกกาละเวลา
หญิงสาวยกดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ทั้งที่ไม่เคยจะดื่มมันเลยในชีวิต... ความจนตรอกทำให้ดารินตัดสินใจทำอะไรโง่ๆ เธออยากเมาจนไม่รู้สึกรู้สา ก่อนไปนอนถ่างขาให้คนแปลกหน้าผล่าผลาญพรหมจรรย์
ไมค์แทบช็อคกับภาพที่เห็นเต็มสองตา เมื่อแอบเดินตามติดหญิงสาวมาห่างๆ เพื่อจะพิสูจน์ดูว่าเรื่องที่มานพกล่าวหาเธอนั้นเป็นความจริง
ร่างสวยสะคราญที่ยังอยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟเสื้อเชิ้ตสีครีมกระโปรงสั้นเลยเข่าสีเขียวมะกอก ที่แม้จะไม่มีผ้าพันคอหรือป้ายสัญลักษณ์โรงแรม คนแถวนี้ก็คงเดาได้ไม่ยากว่าเธอทำงานที่ไหน
ชายหนุ่มโกรธจนควันออกหูที่เธอเอาภาพลักษณ์โรงแรมมาทำลาย และผิดหวังรุนแรงในตัวหญิงสาว ตอนนี้เขามองเห็นดารินตัวหดเท่ามดแดงตัวจ้อย ที่ชายหนุ่มพร้อมจะเดินเข้าไปเอาเท้าบดขยี้ให้แหลกไม่มีชิ้นดี
