บทที่ 2 1/1

“ทำไมช้าจ๊ะลียา แม่กดออดเรียกตั้งนานเกรงใจห้องข้าง ๆ เขา”

สาวใหญ่วัยห้าสิบกลาง ๆ เอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้ม ยลรดา เป็นมารดาของอลิยา ประชาชนคนตาดำ ๆ ที่อยู่ในชนชั้นกลางค่อนไปทางล่าง มีชีวิตเรียบง่าย อยู่ในกรอบของสังคมที่บัญญัติไว้ว่าดีจนกระทั่งแต่งงานและมีลูกกับนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรอายุอานามที่ปีนี้ปาเข้าไปเจ็ดสิบเอ็ด

ใช่... พันตำรวจโทศาสะ ลีฬหวรรณอายุมากกว่าภรรยาเกือบยี่สิบปี ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ก็คงต้องเรียกว่าหลอกเด็ก

“ลียาคงอาบน้ำอยู่” คนเป็นพ่อซึ่งยืนเอามือไขว้หลังอยู่เยื้องไปด้านขวาของภรรยาเอ่ยขึ้นแทน หนุ่มใหญ่วัยไม้ใกล้ฝั่งเกษียณอายุราชการมาหลายปีแล้ว ยศสุดท้ายคือพันตำรวจโท ผู้กำกับประจำสถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด ก็เป็นธรรมดาของคนที่ไม่มีเส้นสาย ชีวิตของเด็กวัดที่ถีบตัวเองขึ้นมาเป็นนายตำรวจโดยการอนุเคราะห์ของหลวงตา

พูดไปพูดมา ชีวิตของพ่อแม่อลิยาก็ดูเหมือนละครน้ำเน่า!

“ใช่ไหมคะลูก”

คนเป็นลูกยิ้มหวานรับคำผู้พ่อ พลางเปิดประตูอ้ากว้างและยืนหลบเพื่อให้มารดากับบิดาได้เดินเข้าห้องได้สะดวก

“แม่ทำกับข้าวที่ลียาชอบมาให้เยอะเลย กะมากินข้าวเที่ยงด้วย รีบไปแต่งตัวแล้วออกมาช่วยแม่จัดกับข้าวไป”

คนเป็นแม่เดินนำเข้าไปไม่หันมามอง แต่คนเป็นพ่อไม่ได้เดินตามและโน้มตัวลงมาพูดเบา ๆ กับลูกสาว

“ก่อนที่แม่จะสังเกตว่าเราใส่ชุดไปปาร์ตี้ รีบกลับเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ ไอ้ตัวดี”

อลิยายิ้มแห้งเผ่นปรู๊ดไปทางโถงทางซ้ายที่เป็นห้องนอน ในขณะที่ศาสะเดินตามภรรยาไปทางโถงด้านขวาอันใช้เป็นโซนห้องครัวรวมถึงโซนซักล้างและที่นั่งรับประทานอาหาร

เขาแต่งงานกับยลรดาตอนเธออายุยี่สิบปลาย ๆ พ่อของเธอเป็นสายให้กับเขาและตายในหน้าที่ รู้จักกันมานาน กอปรกับความสงสารและอะไรหลาย ๆ อย่างมันทำให้เกิดคำว่ารัก จนสุดท้ายก็ได้พยานรักมาหนึ่งคน ลูกสาวคนเดียว ความหวังหนึ่งเดียวและดูเหมือนว่าจะเป็น...

ตัวทำลายความหวังหนึ่งเดียวด้วย

คนเป็นพ่อหยุดยืนตรงโซฟายาวหน้าทีวี ตามองพื้นพรมและพบกับกางเกงในขดเป็นเลขแปดนอนแอ้งแม้งอยู่กึ่ง ๆ จะใต้โซฟา จากสีและลักษณะมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นกางเกงในผู้ชาย นัยน์ตาคมกริบตวัดมองไปยังห้องนอนของบุตรสาว ระหว่างนั้นก็ใช้เท้าเขี่ย ๆ ‘หลักฐาน’ ให้อยู่ลึกเข้าไปโต้โซฟากว่าเดิม

สมัยนี้มีลูกสาวก็เหมือนมีลูกชาย... เลยพานให้อดคิดถึงตอนตัวเองเป็นหนุ่ม ๆ ไม่ได้ ว่าก่อนเจอแม่ของลูกนั้นตัวศาสะ ‘แรด’ ขนาดไหนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

‘กรรม’ ของคนเจ้าชู้คือการกลัวมีลูกสาว

ศาสะยอมรับว่าใช่

แต่ในความกลัวของเขาไม่ใช่กลัวลูกสาวถูกหลอกฟัน แต่กลายเป็นว่ากลัวลูกสาวไป ‘หลอกฟัน’ ไอ้พวกหนุ่ม ๆ เสียมากกว่า!

ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่ลับหลังยลรดา พ่อหัวสมัยใหม่อย่าง

ศาสะเฝ้าสอนอลิยามาตลอดว่า

‘ถุงยางอนามัยต้องพก ต่อให้หน้ามืดแค่ไหนก็ห้ามลืมนะลูก!’

“พี่”

คนเป็นพ่อที่กำลังกลุ้มถึงกับสะดุ้งแต่นั่นก็น้อยนิด “จ้า”

“พี่ช่วยหยิบแก้วให้แม่หน่อย แม่หยิบไม่ถึงจ้ะ”

อดีตนายตำรวจขานรับว่าจ้าอีกหน ก่อนเดินตรงดิ่งเข้าไปหาภรรยาอย่างว่าง่ายไม่มีอิดออดสักคำ

ตะขอเสื้อในนี่ก็ติดย้าก-ยาก ยิ่งรีบก็ยิ่งยาก!

คนโนบราไปเปิดประตูห้องให้พ่อแม่ที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าพึมพำกับตัวเอง เมื่อพยายามเกี่ยวตะขอบราด้านหลัง ก่อนจะชะงักเพราะมีมือใหญ่ยื่นเข้ามาช่วย ลมหายใจอุ่น ๆ รินรดแถว ๆ ต้นคอพอทำให้รู้สึกขนลุกหน่อย ๆ

“พ่อกับแม่เธอมา”

เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ หญิงสาวกลอกตาดึงมือกลับและเลื่อนเปิดตู้ปัดหาเสื้อผ้าเรียบร้อยมาสวม “อื้อ แกนะแก ทำไมแกลืมกฎง่าย ๆ จังฮะดวิน นี่ถ้าพ่อแม่เปิดประตูเข้ามาเจอจะทำไง แกคิดไหมว่าฉันจะเป็นยังไง”

“ก็เมื่อคืนมันเมา”

คนตัวสูงกว่าที่ยืนซ้อนหลังเอ่ยเรียบ ๆ และเขาก็ดูเหมือนสนุกกับการติดตะขอบราให้เธอ

“เอา-หนัก-มาก”

คำพูดของเขาเรียกสีเลือดให้ซับแก้มอิ่มจนเห็นได้ชัด ชายหนุ่มโน้มตัวยื่นหน้ามาซ้อนข้าง ๆ ดวงหน้าหวาน เสียงหัวเราะพอใจที่ได้ยั่วดังขึ้นข้างหูของสาวเจ้า

“ดวิน!”

“เสร็จแล้ว” เขากลับมายืนยืดตัวตรง และตอนที่ปล่อยมือจากสายเสื้อชั้นในลายลูกไม้เนื้อนิ่ม มือใหญ่ก็ฟาดเพียะที่สะโพกเด้งดึ๋งไปหนึ่งที “ผู้หญิงหื่น เที่ยวได้ลากคอผู้ชายกลับห้อง ทีหน้าทีหลังจะไปไหนก็บอก ๆ กันมั่ง นี่ถ้าเมื่อคืนไม่ไปเจอกันคิดบ้างไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“ก็ไปกับเพื่อน”

เขาถอนหายใจ “เพื่อนกินของลียาคงดูแลกันได้นะแต่ละคน”

“สาบานว่านั่นปาก” อลิยาหันมามองเขา “ขอบใจย่ะ อีกอย่างรู้ว่าเป็นห่วงแต่อย่าลืมแล้วกัน” แล้วหยิบเดรสลายดอกไม้กระจุ๋มกระจิ๋มที่ซุกอยู่ซอกตู้มาสวม พลางหันมาหาหนุ่มขาวออร่าสวมกางเกงยีนส์เกาะสะโพก มีเสื้อยืดแต่ไม่สวมและพาดไว้บนบ่า ผมตัดสั้นสีดำออกน้ำตาลของเขายุ่งเหยิง “ฉันกับแก มายเฟรนด์”

“ท้องติดกันด้วยสิ”

“ดวิน!”

“เสียงดังไปเดี๋ยวพ่อแม่เธอก็รู้หรอก” มือใหญ่ยกขึ้นปิดปากอิ่ม พลางยกมืออีกข้างขึ้นทำเป็นสัญญาณให้เธอเงียบเข้าไว้ “ออกไปได้แล้วไป หายเข้ามานานพ่อแม่เธอตามเข้ามาแล้วความแตกฉันไม่รู้ด้วยนะ”

หญิงสาวเข่นเขี้ยวแต่เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ทำปากอูด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป