บทที่ 5 1/5

คำตอบคือส่ายหน้า ศาสะถอนหายใจ

“แต่พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ ลียาตกลงกับดวินไว้ว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เจอคนที่ถูกใจเราจะหยุดทันที แต่ระหว่างนี้เราก็จะไม่มีคู่นอนอีก ลียารู้ว่าพ่อห่วงอะไร ลียาก็รักตัวเองจ้ะ ไม่อยากได้ชื่อว่าไปติดโรคมาเพราะเรื่องอย่างว่า”

คุยกันได้เท่านั้นเสียงยลรดาก็ร้องเรียกหา ศาสะกับอลิยาจึงเดินกลับไปที่ครัว ทิ้งให้คนแอบฟังหน้านิ่งนั่งพิงผนังข้างประตูห้องนอนต่อไป

ดวินหันไปมองที่ประตูระเบียงห้องนอนเล็ก ๆ ตรงนั้นผ้าม่านเปิดกว้าง มองออกไปเห็นวิวข้างนอก

‘จับคู่’ เหรอ

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิ้วขมวดนิด ๆ

ผู้ใหญ่รุ่นพ่อแม่นี่เป็นอะไรกับการมีคู่ชีวิตมากนักก็ไม่รู้ ถึงได้เที่ยวอยากจับคู่ให้คนโน้นคนนี้ ตอนแรกดวินคิดว่ามีแค่เขาที่ญาติ ๆ ที่เมืองไทยนี้อยากให้มีครอบครัว แต่ตอนนี้รู้แล้ว อลิยาเองก็เช่นกัน

แถมวันเสาร์ที่ว่า ไม่ใช่แค่อลิยาที่ต้องไปดูตัว เขาเองก็ต้อง ‘ไป’ เหมือนกัน!

ยลรดากับศาสะกลับออกจากคอนโดลูกสาวตอนบ่ายโมงครึ่ง สองสามีภรรยากลับเข้าไปนั่งในรถยนต์ส่วนตัวและกำลังฝ่าการจราจรติดขัดบนท้องถนนเพื่อกลับบ้านที่อยู่ชานเมือง

คนเป็นแม่ขยับนั่งเบี่ยงตัวหันมามองคนเป็นพ่อ มือเอื้อมไปวางบนท่อนแขนของสามี ศาสะเหลียวมองภรรยาได้เพราะรถติดไฟแดงพลางส่งยิ้มให้น้อย ๆ

“เจ้าของกางเกงในนั่นเป็นใครพี่”

รอยยิ้มอ่อนหวาน แต่สายตาขุ่นคลั่กทีเดียว

“รองเท้าคู่เบ้อเริ่มขนาดนั้น คิดว่าดาตาไม่ดีเหรอจ๊ะจะได้มองไม่เห็น เท้าลูกเราเล็กนิดเดียว”

เป็นคำถามที่ไม่อยากตอบแต่ต้องตอบ

“ก็... คนเดิมนั่นแหละจ้ะ”

ศาสะนึกว่าคราวนี้จะรอดพ้นสายตาภรรยา แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ สมแล้วที่ยลรดาเป็นคน ‘ละเอียดละออ’ เหมือนที่แม่เขาเคยพูดไว้ แล้วก็ใช่จริง ๆ อยู่กันมาเป็นสิบ ๆ ปี ไม่เคยมีอะไรพ้นหูพ้นตาคนเป็นเมียเขาได้เลย

“เฮ้อ” คนเป็นแม่และเมียมองสามีตาดุ ๆ “พี่นะพี่ ทำไมต้องสอนลูกแบบนั้นก็ไม่รู้ ดูสิ โตขึ้นมาแล้วก็เป็นเสียอย่างนี้ ดาอุตส่าห์ดีใจว่าได้ลูกสาว ที่ไหนได้ไม่ต่างกับได้ลูกชายเลย”

อดีตนายตำรวจหัวเราะเจื่อนบ้าง

“แล้วพี่ได้ถามลูกไหมว่าทำไม อะไรยังไง คนนี้เป็นปีแล้วไม่ใช่เหรอ จะคบกันไปแบบนี้น่ะเหรอไอ้ที่เรียกว่าเฟรนด์วิทอะไรนั่นของเขาน่ะ”

“พี่ถามแล้วจ้ะ ลูกก็ว่าอย่างนั้น”

“ตายแล้ว” ยลรดายกมือขึ้นทาบอก ถึงขนาดนี้ก็อดสะท้อนใจไม่ได้

“ยังไม่ตายจ้ะ” คนเป็นทั้งสามีทั้งพ่อบอกเรื่อย ๆ “มันก็สมัยนี้แล้วนะดา เราเลี้ยงเขาก็ได้แค่ตัว เขามีสมองคิดเอง ทำเอง เราคงทำได้แค่คอย ๆ มองแล้วก็ประคองไปเท่านั้นแหละจ้ะ”

“พี่พูดเหมือนไม่ใช่ลูกตัวเอง” ว่าแล้วก็มองค้อน “ไม่ได้การแล้วแบบนี้”

“หืม” ศาสะเบือนหน้ากลับไปมองถนน ขณะขับรถยนต์ให้เคลื่อนตามคันอื่นไป

“คราวนี้ดาจะต้องทำให้ลียาถูกใจหลานเพื่อนของดาคนนี้ให้ได้ ขืนปล่อยไปแบบนี้ก็เท่ากับลียาถูกกินเปล่าน่ะสิ ผู้ชายจะเสียอะไรมีแต่ได้กับได้ คนจะเสียก็มีแต่ลียา หัวสมัยใหม่ไม่เข้าเรื่อง” ประโยคท้ายขึ้นเสียงสูงเล็กน้อยพลางเขม่นมองสามี “ทั้งลูก ทั้งพ่อ!”

“นั่นวกกลับมาหาพี่จนได้”

“ต้องวกกลับแหละค่ะ” คนพูดค้อนตากลับ และศาสะก็หัวเราะเฉยเสีย

“ว่าแต่คนนี้ลูกหลานเพื่อนคนไหนของดาจ๊ะ ทำไมพี่ถึงไม่เคยได้ยินดาพูดเรื่องนี้เลย”

“เป็นหลานของเพื่อนอีกทีค่ะ เห็นว่าทางนั้นก็อยากให้หลานชายเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ลอยชายมานานเหลือเกินละ เท่า ๆ ที่ฟังดูแล้วก็เคยเจอมาก็ดูดีนะคะ อายุก็สามสิบกว่า หน้าที่การงานดี นิสัยเผิน ๆ ก็ดูเรียบร้อย”

แล้วยลรดาก็เล่าเป็นคุ้งเป็นแควถึง ‘พ่อหนุ่ม’ คนนั้นให้สามีฟัง

ศาสะเองก็ฟังไปอย่างนั้นไม่อยากจะขัดอะไร ถึงแม้จะรู้ดีแก่ใจว่าให้ดีอย่างไร ถ้าอลิยาไม่ชอบก็คือไม่ชอบ!

ดวินออกจากคอนโดไปตอนบ่ายสองโมง เขาไม่กินอะไรเลยบอกแค่ว่าไม่หิว จากนั้นก็เดินตัวปลิวออกประตูไป อลิยาไม่ได้สนใจอะไรเพราะปกติชายหนุ่มก็เป็นคนเดายากมากอยู่แล้ว ท่าทางเฉยชา ไม่ยินดียินร้ายแต่ปากกลับร้ายกาจนั่นเป็นเรื่องปกติ ก็อย่างไรดีล่ะ คงต้องบอกว่าเป็นนิสัยของเขาน่ะ ไม่ใช่แกล้งทำเพื่อจะเก๊กสร้างภาพให้ตัวเอง

หญิงสาวไม่ได้สนใจเรื่องของคู่ดูตัวแม้แต่นิด วันเสาร์ค่ำ ๆ หลังเก็บกวาดห้องเรียบร้อยเธอก็จัดการนอนแช่บนโซฟาดูซีรีส์เกาหลี เช้าวันอาทิตย์ตื่นไปวิ่งที่สวนหย่อมด้านล่างพร้อมกับแอบส่องหนุ่มไปด้วย กลับขึ้นห้องมาพร้อมหมูปิ้งกับข้าวเหนียว ใช้เวลาทำธุระส่วนตัวจนเก้าโมงเช้าก็นอนดู Netflix ต่อยันเย็น เพราะวันอาทิตย์แบบนี้ เพื่อนสนิทในกลุ่มเธอพร้อมใจกันนอนพัก หลังแฮงก์เอ้าท์ปาร์ตี้หนักมากไปหน่อย

เช้าวันจันทร์อลิยาไปทำงานด้วยความสดชื่นสดใส

เธอเป็นพนักงานบัญชีของ เอิร์ล แอนด์ จอห์น ดีไซน์ บริษัทออกแบบกราฟฟิกที่ถือว่าค่อนข้างอยู่ระดับบน เงินเดือนดี สวัสดิการดี แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ใช่นักออกแบบกราฟฟิกดีไซน์ ซึ่งหากทำผลงานได้ดีเข้าตาก็อาจจะได้ไปอยู่เมืองนอกแบบชิล ๆ ที่สาขาใหญ่นิวยอร์ก

ดังนั้นพนักงานบัญชีตัวเล็ก ๆ ก็พอใจมากแล้วสำหรับงานหลักเงินเดือนเกือบสามหมื่น และจ๊อบพิเศษที่ได้รับการอนุเคราะห์จากหัวหน้าผู้ใจดี ทำให้มีรายได้ต่อเดือนเพิ่มขึ้นอีกเดือนละเกือบสองหมื่น นี่ยังไม่รวม ‘จ๊อบเล็ก ๆ’ ปีละครั้งที่ได้สตางค์เก็บอีกแสนกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป