บทที่ 9 2/4
เจ้าของชื่อไม่รอให้อีกฝ่ายวีน เขาแนบริมฝีปากเข้าประกบริมฝีปากเห่อบวมและบดเบียดแทรกลิ้นควานหาน้ำผึ้งหอมหวานในโพรงปากนุ่ม มือน้อยผลักไสให้ออกห่างในทีแรก แต่เมื่อเรียวลิ้นพันพัวก็เปลี่ยนเป็นโอบกอดเลื่อนไล้ไปตามลำคอแข็งแรง
ดวินจูบจนเธอหมดแรง
ชายหนุ่มชื่นชอบกลิ่นกายของเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อ กลิ่นที่ไม่เหมือนผู้หญิงคนไหน ๆ
“หื้อ พรุ่งนี้มีงานต้องเคลียร์” คนตัวเล็กที่เรียกสติกลับมาได้ ดันบ่ากว้างให้ออกห่าง หัวใจมันสั่น ๆ เวลาเขาคลอเคลียแบบนี้ ต่อให้สร้างภูมิต้านทานมากแค่ไหน แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้
ถึงไม่เคยนอนกับใครแต่อลิยาก็คิดว่า ถ้าต้องการแค่เซ็กซ์ก็อย่าเผลอหวั่นไหว อย่าเผลอใจ และอย่าเผลอไปกับการคลอเคลียหลังเสร็จจากเรื่องอย่างว่า เพราะถ้าเผลอมันอาจจะกลายเป็นความรู้สึกลึกซึ้งมากกว่านั้น และสุดท้ายก็จะจบตรงคำว่าเจ็บ
ผู้ชายแบบดวิน ต่อให้รักจนตายถวายหัวเขาก็ไม่หันมามองผู้หญิงแบบเธออยู่ดี ชีวิตเราต่างกัน เธอกับเขาอยู่ในสังคมต่างกัน และต่างก็มองหาใครสักคนที่ไม่ใช่แบบเธอหรือเขา
ยอมรับเลยว่าเดือนสองเดือนแรกเธอเคยคิด เคยหวังที่เราจะเป็นได้มากกว่าเพื่อนเซ็กซ์ แต่ต่อมาก็เลิกคิด
ความสนใจแรกที่เกิดกับเขาคือหน้าตา ความสนใจต่อมาคือความเป็นเขา และเมื่อรู้ เธอก็หยุดความสนใจไว้แค่นั้น ดวินเป็นผู้ชายประเภทรักสนุกแต่ไม่ผูกพัน เขามีความรับผิดชอบสูง แต่ไม่อยากรับผิดชอบชีวิตใคร เป็นผู้ชายแบดบอยและสนุกสนานกับการโปรยเสน่ห์ของตัวเอง
เขาไม่เหมาะเป็นสมบัติส่วนตัว เพราะเขาเป็นสมบัติส่วนรวม ไม่มีใครแตะต้องได้ นอกจากชื่นชม
“ดวินนี่พูดจริง ๆ นะ” อลิยายังดันเขาไว้ “ถ้ากลับดึกนอนไม่พอลียาก็ก๊งอีก”
“ก็นอนนี่ พรุ่งนี้ไปทำงานด้วยกัน”
เขาลืมกฎไปเสียสนิท ดูเถอะ!
อลิยาเคยบอก เคยพูดมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแต่ดวินกลับไม่ได้สนใจใส่ใจเลย ถึงเธอบอกจนปากจะฉีกว่าเราแค่มีเซ็กซ์เพื่อความพอใจ แต่เชื่อเถอะความสัมพันธ์ยาวนานและการใช้เวลาร่วมกัน มันก็เป็นเชื้อเล็ก ๆ ที่จะทำให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากได้ในทีหลัง
เธอเคยเผลอและกว่าจะห้ามใจได้มันนาน เลยไม่อยากจะเผลออีก ตอนนั้นมันเจ็บเพราะ ‘หลง’ แต่ถ้า ‘รัก’ อลิยาไม่อยากคิดว่าจะเจ็บมากขนาดไหน!
“ไม่เอา จะกลับไปนอนคอนโด แล้วฉันก็จะกลับแล้ว แกไม่ต้องไปส่งด้วยจะกลับเอง”
กว่าจะพูดได้ครบทุกคำก็ต้องกัดฟัน เมื่อรอยจูบของเขาทำให้เธอสยิวไปทั้งกาย
“ก็ถึงได้บอกว่าให้ค้างที่นี่”
“ดวิน!”
“ทำไมลียา” เขาเงยหน้าขึ้นมองสบตา “Friend with benefits แล้วยังไง ใครตั้งกฎไว้ว่าห้ามนอนด้วยกันจนเช้า” คิ้วเข้มเลิกขึ้นแต่มือไม้เขากลับอยู่ไม่สุข อลิยาขึงตาใส่และจับมือเขาไว้ทันควัน “แค่คนสองคนเข้าใจว่าคบกันเพื่ออะไรมันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอไง”
จะเถียงก็เถียงไม่ได้ จะให้บอกยังไงว่ากลัวหวั่นไหว!
“ก็” หญิงสาวอ้าปากแล้วหุบ จากนั้น “ก็ไม่รู้ล่ะ ฉันจะกลับ วันนี้ก็พอได้แล้วมั้ง จะหื่นอะไรหนักหนา!”
“ถ้าเหตุผลแค่นั้นก็ไม่ต้องกลับ นอนนี่เข้าใจไหม เพราะวันนี้หื่นหนักมาก!”
“แล้วเรื่องอะไรมาสั่งฉันยะ!”
ดวินยิ้มหวาน กะพริบตาถี่ ๆ “ไม่ได้สั่ง ก็แค่ขอให้อยู่เป็นเพื่อนไง” ยิ่งพูดก็ยิ่งยื่นหน้าเข้ามาหา “อยู่เป็นเพื่อนกัน” เขาย้ำคำว่าเพื่อนหนักมาก “นอนเป็นเพื่อนกันไง!”
แล้วเสือก็ตะปบ อลิยาได้แต่ร้องอู้อี้เมื่อถูกจับกินบนโต๊ะกลางโถงคอนโดของเขาอีกหน
เธอคิดได้แค่ว่าทำไมดวินแปลกไป เอาแต่ใจและช่างเรียกร้องยิ่งกว่าเคย
จริง ๆ อลิยาคิดได้แค่นั้น แล้วทุกอย่างในสมองก็เลื่อนลับดับหาย กลายเป็นว่ามีแค่เขา รับรู้ได้แค่เขา กระทั่งก่อนที่จะเหน็ดเหนื่อยจนหลับใหล เธอจำได้แค่ถูกโอบกอดไว้ในอ้อมแขนหนาหนักเหมือนกำแพงยักษ์
หนีไม่ได้ ไปไหนไม่ได้ ได้แค่ต้องอยู่ในนั้น ตรงนั้นซึ่งราวกับว่าเป็นที่อยู่ที่เดียวของเธอ
“หาว-ว-ว-ว-ว”
ผลที่ได้จากเมื่อคืนคืออลิยาในตอนนี้หาวดังมากและใต้ตาคล้ำ หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปาก ท่าทางสะโหลสะเหลนั้นต่างก็ทำให้เพื่อนร่วมงานที่อยู่ใกล้ ๆ สังเกตเห็นและพากันเป็นห่วง
เมื่อเช้ากว่าจะกระเสือกกระสนหนีดวินมาทำงานได้ก็เกือบแย่ หมอนั่นเป็นอะไรไม่รู้พยายามจะจับเธอกินอีกรอบตอนเช้า อลิยาต้องหนีหัวยุ่งออกมาจากห้องเขา และเผ่นขึ้นรถไฟฟ้ามาทำงานแทบไม่ทัน แต่ขนาดนั้นเขาก็ยังมาดักเจอที่ทางเข้าบริษัท เขย่าขวัญเธอด้วยรอยยิ้มที่สาว-สาวบอกว่ากระชากใจ แต่อลิยาเห็นว่าเป็นยิ้มแสยะน่ากลัวมากกว่า!
แล้วก็โชคดีมากแค่ไหน ที่เธอมีชุดสำรองไว้ที่ห้องเขาชุดหนึ่ง เลยไม่ต้องใส่ชุดทำงานซ้ำมาให้ใครสงสัย
“ไม่สบายเหรอลียา”
น้ำหนึ่งละมือจากงานหันมามอง
อลิยายิ้มแห้ง หาวเพราะง่วง หาวจนน้ำตาซึม “ก็อื้อ คงนอนไม่พอสะสมน่ะจ้ะ” เสียงข้อความในไลน์เด้งขึ้นมา หญิงสาวจึงยิ้มแต้คล้ายจะบอกว่าขอเวลานอก พอน้ำหนึ่งหันไปสนใจกับงานแล้วเธอจึงเบือนหน้ากลับมาอ่านข้อความที่ถูกส่งเข้ามา แค่เห็นก็รู้สึกว่าโพรงจมูกมันร้อนวูบ ๆ เหมือนกำเดาจะไหล!
