บทที่ 13 ตอนที่ 6
“เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะจัสสสส” ฉันเดินลงมาจากชั้นบนพร้อมกับแหกปากถามลูกสาว ที่ทุก ๆ วันเธอจะนั่งทานอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนไปเรียนเป็นประจำ
“แม่แจงงงงง” จัสมินยิ้มตาหยี ข้างกายเธอมีไอ้หมายิมนั่งอยู่ด้วย
มาทำส้นอะไรวะ?
“วันนี้มีงานโรงเรียนไงคะ แล้วเขาให้เอาพ่อแม่ไปด้วย ยายแจ๋มเลยให้ลุงสติไม่ดีไปเป็นพ่อให้ค่ะ” จัสมินรีบลุกจากเก้าอี้เดินมาหาฉันแล้วก็เล่าให้ฟัง
ยายแจ๋ม มักให้ครูที่โรงเรียนส่งไลน์บอกตัวเองเสมอเวลามีอะไรที่เร่งด่วนและพิเศษ
‘หลานฉัน ฉันดูเอง แกมัวแต่เมาไม่อ่านไลน์จะทำไง’
นี่คือคำที่ยายแจ๋มเอามาอ้าง ซึ่งมันค่อนข้างจริง เพราะเวลาเมา ฉันมักทิ้งตัวไม่เอาอะไรสักอย่าง
แต่ก็ไม่ถึงขนาดไม่สนใจลูกเถอะ
แต่ก็นะ ฉันไม่เคยชนะอะไรยายแจ๋มได้อยู่แล้ว
“จัสมิน ยายบอกแล้วใช่ไหมลูกว่าให้เรียกลุงยิม ไม่ใช่ลุงสติไม่ดี” ยายแจ๋มถือถ้วยโจ๊กเดินออกมาจากในครัว
ถ้าให้ทายโจ๊กไม่ใช่ของฉันแน่นอน เพราะฉันไม่เคยกินข้าวเช้า ถ้าจะกินจริง ๆ ก็...
‘หาแดกเอง มีมือมีตีน โตเป็นวัวเป็นควายแล้ว’
คำพูดยายแจ๋มเขาเลยล่ะ
“ก็แม่แจงบอกลุงเขาสติไม่ดีนี่คะ” น่าน... โยนขี้ให้แม่แต่เช้าเลยลูก
จัสเอ๊ย... หาเรื่องให้แม่โดนยายแจ๋มเล่นอีกแล้ว
“ใช่เรื่องจะสอนลูกไหม จะพูดอะไรหัดคิดซะบ้าง มันทำให้หลานฉันดูเป็นเด็กไม่น่ารัก” ยายแจ๋มวางถ้วยโจ๊กให้ไอ้หมายิม แล้วรีบเดินเข้ามาจีบปากจีบคอกระซิบกระซาบใส่ฉันอย่างจริงจัง
พรเช้านี้ช่างสดใส อรุณเบิกฟ้าสว่างเจิดจ้า
เรื่องสอนจัสมินแบบผิด ๆ นี่ไม่ได้เลยนะ เพราะแม่ฉันมีหลานคนเดียว ทั้งรัก ทั้งหวง ทั้งห่วง ต่างจากวันที่รู้ว่าฉันท้องจริง ๆ
คิดแล้วก็หมั่นไส้ไอ้หมายิม
มานั่งแสล๋นทำสากกะเบืออะไรตรงนี้ก็ไม่รู้
“แล้วใช่เรื่องที่แม่จะรบกวนคนอื่นมาเป็นพ่อให้จัสไหม” ฉันย้อนยายแจ๋มทันที
คิดได้ยังไงไปพึ่งพาไอ้ห่านี่ ดูหน้ามันก็รู้ว่าแม่ฉันไปขอร้องแม่มัน แม่มันเลยบังคับมันมา
“แล้วแกมีพ่อให้ลูกหรือไง ไม่กลัวลูกอายเพื่อนเหรอ”
“แล้วแม่ไม่บอกแจงล่ะ แจงจะได้ให้เพื่อนแจงไปด้วย” ฉันถกเถียง
“แล้วยิมไม่ใช่เพื่อนแกหรือไง” ยายแจ๋มแย้ง ทำเอาฉันจอดสนิท อย่างที่บอก ครอบครัวฉันและมันไม่มีใครรู้เรื่องเราทะเลาะกันอย่างรุนแรงในครั้งนั้น
“แต่มันเพิ่งกลับมาไง จัสมินสนิทใจกับพวกไอ้พีคไอ้นายไอ้ภามไอ้เคมากกว่าอีก วานพวกนั้นยังเบาใจกว่า”
“แต่ผู้ปกครองในห้องเรียนเข้าใจว่าพ่อหลานฉันไปเมืองนอกเพิ่งกลับ เพราะฉะนั้นยิมเหมาะสุด”
หัวใจฉันกระตุกกึก กับคำพูดของยายแจ๋ม
“อย่าบอกว่าไปโม้ไว้นะ หลัง ๆ เห็นนั่งจิ้มไลน์แล้วยิ้มแป้นคือไปโม้ใช่ไหม” เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเรื่องไอ้หมายิมเป็นพ่อจัสมินไม่มีใครรู้
ฉันจึงนึกออกทันทีว่ายายแจ๋มอาจจะไปโม้ เพื่อไม่ให้หลานสาวอับอาย
ต้องบอกก่อนว่าโรงเรียนจัสมินไกลจากบ้าน และคนที่ตะบี้ตะบันให้จัสมินไปเรียนที่นั่นก็คือยายแจ๋มนั่นแหละ
“ก็ใช่น่ะสิ ก็อีพวกผู้ปกครองทั้งหลายแหล่ก็พากันแห่อวดพ่อของลูก แล้วทำมาเป็นแซะหลานฉัน ฉันก็เลยมือลั่นไปหน่อย แต่จะให้พวกเพื่อนแกไปก็หน้าซ้ำแล้ว เพราะงั้นยิมเหมาะสุด” ดูสิ ดูยายแจ๋มเขาสิ ยิ่งกว่าวัยรุ่นใจร้อนซะอีก
“ต่อไปควรเลิกเล่นไลน์ห้องเรียนหลานนะ ใจร้อนอะไรขนาดนั้น ความจริงก็คือความจริงสิแม่ ใช่ว่าจัสไม่มีพ่อแล้วจัสจะเป็นคนดีไม่ได้”
คือตอนนี้จัสมินไปนั่งจ้องแล้วยิ้มให้ไอ้หมายิมที่นั่งเขมือบโจ๊กอยู่บนโต๊ะแล้วนะ ฉันกับแม่เลยคุยกันได้ แต่ไม่ดังมากนักหรอก
“ฉันรู้ แกอย่ามาสอนฉัน ฉันเป็นแม่แกนะ ฉันก็แค่หมั่นไส้อีพวกผู้ปกครองปากส้นตีนเฉย ๆ ยังไงยิมก็มาแล้ว จัสมินก็โอเคกับยิม แกจะเรื่องมากทำไม เดี๋ยวหลานฉันน้อยหน้าพวกนั้นอีก ฉันไม่ยอมหรอกนะ” แล้วยายแจ๋มก็เตะเข้าประตูตัวเอง
“จ้ะ” ฉันว่าและมองบนใส่ ก่อนจะเดินไปหากาแฟดื่ม
