บทที่ 14 ตอนที่ 6(2)
“นี่ ๆ เดี๋ยวแกถึงโรงเรียนแล้วถ่ายรูปส่งมาให้ฉันด้วยนะ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนฉันเพิ่งถ่ายรูปจัสมินกับยิมลงกรุ๊ปไลน์ไปอวด เดี๋ยวพอถึงโรงเรียนก็ถ่ายมาเยอะ ๆ ฉันจะอวดพวกมัน” ยายแจ๋มตะโกนตามหลังฉันมา
“น่าอวดตรงไหนวะ” ฉันได้แต่พึมพำและส่ายหัวอย่างเอือมยายแจ๋มแม่ตัวเอง
“ลุงยิมให้จัสเรียกพ่อที่โรงเรียนได้ใช่ไหมคะ” จัสมินถามไอ้หมายิมที่ตอนนี้มันทำหน้าที่เป็นคนขับรถ
“อืม” มันส่งเสียงในลำคอแล้วก็ไม่ได้หันมาสนใจอะไร เหมือนกับฉันที่ไม่คิดจะหันไปสนใจมันเช่นกัน
“พ่อยิม หืมมมม ลองเรียกดู อายจังเลยค่ะ ตั้งแต่เกิดมาจัสยังไม่เคยเรียกใครว่าพ่อเลย ขอบคุณนะคะที่ไปด้วย ยายแจ๋มบอกว่าลุงยิมใจดี น่ารัก”
ฉันสตั๊นตั้งแต่ที่จัสมินเรียกไอ้หมายิมว่าพ่อแล้ว คำที่จัสมินเรียกทำเอาหัวใจของฉันชาวูบวาบ
“ลุงว่างน่ะ” ไอ้หมายิมมันว่าแล้วยื่นมือมาลูบที่ศีรษะของจัสมินซึ่งนั่งอยู่บนตักฉัน
ฉันเหลือบมองมันเมื่อมันพูดประโยคนี้ ดวงตาของมันที่มองจัสมินฉายแววอ่อนโยน เหมือนยิมที่ฉันเคยรู้จัก
ตอนนี้มันคงกำลังนึกสงสารจัสมินสินะ
“เดี๋ยวจัสไปช่วยยายอันขายทองตอบแทนนะคะ ยายอันบอกว่าจัสเรียกลูกค้าดี” ลูกสาวฉันหันไปฉีกยิ้มกว้างตามสไตล์ให้ไอ้หมายิม ส่วนไอ้หมายิมมันก็เหลือบมองฉันเล็กน้อยด้วยสายตาเฉยชา
ก่อนจะหันไปมองทาง
“ถึงโรงเรียนให้จัสเรียกพ่อได้ไหมยิม แม่โม้ไว้เยอะ” ยายแจ๋มกระซิบไอ้หมายิม ซึ่งฉันน่ะได้ยิน แล้วที่เรียกแม่ ก็เพราะครอบครัวเราสนิทกันมากไงล่ะ
‘สบายมากครับ’ มันสร้างภาพด้วยการฉีกยิ้มอ่อนโยน
‘ขอบใจมากลูก พึ่งพาได้ตลอดเลย’
แล้วยายแจ๋มก็ประคบประหงมมันจนออกนอกหน้า...
“เมื่อคืนเป็นไงล่ะ ถึงใจมึงไหม” มันกระซิบถามฉันระหว่างที่นั่งฟังครูพูด ซึ่งตอนนี้ลูกสาวฉันเข้าห้องเรียนไปแล้ว
“...” ฉันเงียบ เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่จะมาเปิดฉากทะเลาะกันเลย
“ถึงใจจนพูดไม่ออกเลยหรือไง” แต่มันก็ยังคงกัด
(แจง: หาเรื่องอะไรมึง) ฉันส่งไลน์ไปแทน เพราะในห้องไม่ได้มีแค่ฉันกับมัน
(ยิม: แค่ถาม)
(แจง: เสือกทำไมล่ะ)
(ยิม: นั่นปาก)
(ยิม: ควรขอบคุณกูด้วยซ้ำนะที่มาทำหน้าที่พ่อให้ลูกมึง)
(แจง: กูไม่ได้ขอร้องไหมยิม)
(ยิม: เหอะ กูก็ไม่เต็มใจมาหรอก)
(แจง: ก็กลับไป กูไม่ได้รั้งไหม)
(ยิม: อย่าปากดีให้มากนักแจง)
การสนทนาสิ้นสุดลงที่ตรงนี้ แล้วเราสองคนก็ต่างคนต่างเงียบ ฉันนั่งฟังที่ครูพูด ซึ่งหลัก ๆ ก็คือจะมีกิจกรรมภายในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า พ่อและแม่ต้องมาพร้อมกัน คล้าย ๆกับกิจกรรมครอบครัว
ฉันไม่เก็ทกับกิจกรรมแบบนี้เลยจริง ๆ ไม่เข้าใจว่าทางโรงเรียนคิดยังไงถึงจัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นมา ไม่คิดบ้างหรือไงว่าเด็กที่มีคนในครอบครัวไม่ครบจะรู้สึกยังไง
เอามาตรฐานอะไรมาวัดก็ไม่รู้
“อาทิตย์หน้ามึงไม่ต้องมาก็ได้นะ” ฉันบอกกับมันระหว่างที่เดินตามทางเดินเพื่อไปลานจอดรถ หลังจากที่ฟังครูแจ้งเรื่องงานโรงเรียนเรียบร้อย
“จะให้ผัวคนไหนมึงมาล่ะ” มันถามโดยที่เดินตามทางไม่ได้หันมาสนใจฉัน
“ก็ให้ลูกหยุด จะยากอะไร” นี่คือสิ่งที่ฉันคิดไว้จริง ๆ แค่ไม่มาก็จบก็แค่นั้น
ไม่เห็นยุ่งยาก อย่างมากยายแจ๋มก็แค่บ่นนิด ๆ หน่อย ๆ
ซึ่งฉันชินกับการบ่นของยายแจ๋มไปแล้ว
“คิดได้แค่นี้ไง เคยคิดถึงใจลูกมึงบ้างไหม” ไอ้หมายิมมันหยุดเดินแล้วมองหน้าฉันก่อนจะพูดประโยคนี้
“นั่นมันเรื่องของกูกับลูก กูกับมึงไม่รู้จักกันไม่ใช่เหรอ แค่เรื่องปฏิเสธแม่มึงเรื่องนี้ความจริงมันก็ไม่ยากเลยนะกับการที่มึงจะเฉยกับเรื่องที่แม่กูไปขอร้องแม่มึง ให้แม่มึงช่วยพูดกับมึงอ่ะ เรื่องวันนี้ตอนนี้ไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ กูกับมึงไม่ควรมาใช้อากาศเดียวกันหายใจ”
“เงียบปากไปดิ๊ กูหิวข้าว เลี้ยงข้าวกูด้วย” มันเดินต่อไม่สนที่ฉันพูด
“อะนี่เงิน ไปหาแดกเองเถอะ กูมีธุระ” ฉันเดินตามแล้วยัดเงินใส่มือมัน จากนั้นก็เดินแยกมาคนละทางกับมันเลย
เราสองคนไม่มีทางเดินร่วมทางกันได้นานหรอก
ฉันก็บ้า มันก็บ้า อยู่ด้วยกันนานมีแต่ความฉิบหายแน่นอน
“กูไม่ได้รับจ้าง กลับกับกู” ไอ้หมายิมมันเดินมาคว้าต้นแขนฉัน แล้วจากนั้นมันก็ดึงลากฉันกลับมาทางเดิม
“เป็นบ้าอะไรมึงเนี่ย” ฉันพยายามสะบัดแขนออกจากมัน
“อย่ากวนตีนกูมากไปกว่านี้ กูบ้ากว่าที่มึงคิดนะแจง” มันกระซิบเบา ๆ พร้อมกับจ้องหน้าฉัน
สายตาของมันบอกได้ชัดว่ามันสามารถทำเรื่องบ้า ๆ ได้จริง ๆ
ไอ้หมาบ้าเอ๊ย!
