บทที่ 9 ตอนที่ 2(2)
“ทำไมลุงคนนั้นน่ากลัวจังเลยคะ มองแม่แจงไม่ดีด้วย” เมื่อมาถึงบ้านลูกสาวของฉันก็เริ่มพูดขึ้น
“เขาใจดีค่ะ แต่เขาแค่ชอบทำหน้าดุ” เป็นการโกหกที่ไม่เนียนเอาซะเลย
“จริงเหรอคะ คนหน้าดุใจดีจริงเหรอ ตอนที่เขาเดินเข้ามาในร้านตอนบ่ายแล้วถามยายอันจ๋าว่าจัสคือใคร พอยายอันจ๋าบอกว่าเป็นลูกแม่แจง เขาก็มองตาดุ ๆ ใส่จัส” ไอ้หมายิม ไอ้ห่ารากนี่
“อ้อ ช่วงนี้ลุงเขาอารมณ์ไม่คงที่ค่ะลูก ลุงเขาเพิ่งมาจากต่างประเทศ เขาปรับตัวกับสภาพอากาศไม่ทัน อารมณ์เขาเลยแปรปวน สติเขาไม่ค่อยดีหนูอย่าถือสาเลยนะคะ”
“โอเคค่ะ ลุงเขาสติไม่ดี น่าสงสารจัง จัสจะเข้าใจนะคะ ยายแจ๋มขาาาาา จัสมินมาแล้วค่า” ลูกสาวฉันยกมือชูนิ้วว่าเข้าใจ แล้วจากนั้นก็เดินตะโกนแหกปากเรียกยายแจ๋ม
นิสัยแหกปากนี่คงเลียนแบบฉันแน่ ๆ เห็นชัดขนาดนี้คงจะปฏิเสธไม่ได้
ฉันเดินขึ้นห้องหลังจากที่ลูกสาวเดินไปอยู่กับยายแจ๋มแม่ฉันเป็นที่เรียบร้อย
(แจง: เมื่อคืนใครเก็บศพกูมาวะ)
(ภาม: พวกกูไงจะใครล่ะ นึกว่าซ้อมตายเถอะ เกือบพาแวะวัดละ)
(แจง: ใครแก้ผ้ากู)
(พีค: กูมั้ง)
(แจง: สัสพีค เอาความจริง)
(แพท: แพทกับเค)
(แจง: อ่อ เจ้าประจำ ขอบคุณน๊าาาาา)
(เค: ชินละ เห็นบ่อย ๆ อีกหน่อยคงพิศวาสผู้หญิงละล่ะ)
(ภาม: อยากตายเหรอเค)
(เค: หยิกกูทำไมครับ)
(ภาม: ก็มึงจะมองหญิง)
(เค: พูดไปงั้นเถอะ เจอผู้หญิงแบบแจงคงเอือมตาย)
(แจง: เดี๋ยว ๆ พวกมึงอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องพิมพ์มาก็ได้ กูรู้กูสวย)
(พีค: มึงบ้าต่างหาก)
(แจง: เออนี่ ไอ้ควายยิมมันกลับมาตอนไหนวะ กูเจอมันละ มันแม่งกวนส้นตีนกู ปากก็หมากว่าเดิมอีก คงต้องเรียกไอ้หมายิมละ)
(นาย: มาตอนที่มึงซ้อมตายไง)
(แจง: เดี๋ยวเถอะไอ้นาย)
(แจง: กูแม่งหงุดหงิด โมโหสัส แม่งกวนตีนกู)
(แจง: มาพูดท้าทาย คิดว่ากูจะตกหลุมไง)
(แจง: สงสัยกูสวยมั้ง)
(ยิม: แค่พูดความจริง อย่าสำคัญตัวเอง)
“ไอ้เวร!” ฉันกดออกจากกรุ๊ปไลน์ทันที ไอ้หมายิมมันเข้ากลุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่วะ
“อีแจง อีโง่ ทำไมมึงไม่ดูแจ้งเตือนก่อน” ฉันด่าพร้อมกับทึ้งหัวตัวเองทันทีที่เห็นแจ้งเตือนว่าไอ้หมายิมถูกดึงเข้ากลุ่มตั้งแต่เช้าแล้ว
(ยิม: อีเน่า ควรไปอาบน้ำ ไม่ใช่นั่งดึงหัวตัวเองแบบนั้น)
ไลน์ส่วนตัวเด้งเข้ามา ฉันอ่านแล้วจึงหันไปทางหน้าต่างห้องนอน ไอ้หมายิมมันกำลังมองมาที่ฉัน
(แจง: ยุ่ง)
ฉันกดตอบกลับไปแล้วชักสีหน้าใส่มันก่อนจะเดินไปปิดม่าน
ฉันคงลืมเล่าให้ฟัง ว่าห้องของเราตรงข้ามกันด้วย และตลอดเวลา 5 ปีที่มันหายไป เวลาที่ฉันคิดถึงมันฉันมักจะยืนมองห้องนอนมันนี่แหละ
5 ปีที่มันหายไป ฉันไม่เคยได้คุยกับมันเลยสักครั้ง เพราะมันบอกเองว่าอย่ารู้จักกันอีก ฉันจึงพยายามไม่เข้าไปมีส่วนในชีวิตของมัน
(ยิม: เขินอยู่เหรอ ไหนว่าไม่รักกูแล้วไง)
(ยิม: อย่างมึงเลิกรักกูไม่ได้หรอก ถ้าเลิกได้มึงมีผัวเป็นตัวเป็นตนไปแล้ว)
(ยิม: แต่กูไม่รักมึงหรอกนะ)
ฉันอ่านข้อความแล้วกดโทรไลน์ไปหามันทันที พร้อมกับเดินไปเปิดม่าน เพราะคิดว่ามันต้องยืนเย้ยฉันอยู่
“เลิกส่งมาได้แล้ว กูรู้ว่ามึงเกลียดกู ไม่ต้องย้ำ กูจำใส่ใจฝังกระดูกดำไว้ละ และกูก็จำได้ว่ามึงบอกเองว่าต่อไปไม่ต้องยุ่ง ไม่ต้องรู้จักมึง กูทำมาตลอด 5 ปี เพราะฉะนั้นตอนนี้กูก็จะทำต่อไป เราคือคนไม่รู้จักกัน กูกับมึงไม่รู้จักกัน”
ฉันพูดจบก็กดวางสายพร้อมกับปิดม่าน จากนั้นฉันก็เดินมาทิ้งตัวบนเตียงแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาว ๆ
การที่มันกลับมา แล้วเราได้พูดคุยกัน ทุกอย่างมันมีผลต่อหัวใจของฉัน
แต่ถ้าจะให้ฉันไปเป็นคู่นอน เพื่อสนองความรู้สึกตัวเอง ฉันไม่ทำอีกแล้ว
และไอ้คำท้าบ้า ๆ นั่นมันก็มีแต่ฉันเสียเปรียบ ตั้งแต่ร่างกายกระทั่งความรู้สึก
ฉันมาทบทวนดูเมื่อ 3 นาทีก่อน ฉันคิดว่าไม่ยุ่งกับมันดีที่สุด
ไม่เอาตัวเองลงไปเล่นก็ไม่ต้องเจ็บ ที่ผ่านมาฉันเจ็บมามากพอแล้ว
ฉันจะไม่เจ็บเพราะผู้ชายคนนี้อีกแล้ว และฉันไม่อยากวุ่นวายให้ลูกต้องเกิดความสงสัย
ไอ้หมายิมมันจะเป็นแค่ผู้ชายคนแรกที่ฉันรักเท่านั้น
