บทที่ 8 3/3
การสนทนานั้นดำเนินไปราวห้านาที แต่ไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องการซื้อเครื่องมือแพทย์ใหม่เลยแม้แต่นิดเดียว ถายุกรค้นในห้องนอนของสลิลฉัตรดูแล้วแต่ก็ไม่ได้พบอะไรที่น่าจะเป็นหลักฐานหรือมีพิรุธ เขาค่อนข้างวางใจได้ว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับทำให้หนักใจ
“ทำแท้ง!” เพราะอุทานเสียงจึงดังชัด “คุณพ่อจะให้ฉัตรแอบเอายาไปใส่ให้มู่กินเหรอคะ ฉัตรไม่ทำ!”
“ทำไมจะทำไม่ได้ อีเด็กนั่นมันจะมาแย่งคุณรัชไปจากแก แกก็แค่ปกป้องสิทธิ์ของแก!”
“ฉัตรไม่มีสิทธิ์ ฉัตรรักคุณรัชแต่ฉัตรจะไม่ทำอะไรบ้า ๆ แบบนั้นเด็ดขาด นั่นเด็กคนหนึ่ง ชีวิตคนอีกคนหนึ่งเลยนะคะ คุณพ่อจะให้ฉัตรฆ่าเด็กบริสุทธิ์ฉัตรทำไม่ได้แล้วฉัตรก็จะไม่มีวันทำด้วย!”
“โง่!” ถ้อยตวาดดังยิ่งกว่า ไม่ต้องแอบฟังก็ได้ยินชัด “แกรู้ไหมบ้าน
เราจะเป็นยังไงถ้าแกไม่ได้แต่งงานกับคุณรัช!”
“ฉัตรรู้ค่ะ ฉัตรรู้ แต่เงินเดือนฉัตร เงินที่ได้จากเปิดคลินิกเราจะอยู่ได้สบายถ้า... ถ้า...”
“ถ้าอะไร แกจะพูดว่าอะไร ลำพังเงินของแกต่อเดือนมันจะไปพออะไร หน้าตาฉัน หน้าตาแม่แกจะให้เอาไปไว้ที่ไหน แล้วก็นะถ้าแกยังโง่แกจะได้ไปนอนตายข้างถนน เงินของแกมันทำอะไรไม่ได้ จะเลี้ยงฉัน เลี้ยงแม่แกเหรอ อย่าโง่ไปนักเลยยายฉัตร ชีวิตแกจะสุขสบายก็เพราะได้แต่งงานกับคุณรัช ผู้ชายดี ๆ รวย ๆ ที่จะดูแลแกไปได้ตลอดชีวิต ไม่ใช่เงินเดือนหมอต๊อกต๋อยแบบทุกวันนี้ แกนี่มัน... แกนี่มันไม่ได้ครึ่งของฉันเลยสักนิด ฉันไม่น่ามีลูกโง่ ๆ อย่างแกเลย!!”
แล้วถายุกรก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก นอกจากเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ย่ำผ่านไป พร้อมกับเสียงเปิดและปิดประตูดังปังใหญ่ ทนายความหนุ่มรออยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัดอีกห้านาทีจึงเปิดประตูห้องออกไป สิ่งที่เห็นมีเพียงแผ่นหลังบอบบางที่สั่นน้อย ๆ ของเจ้าของห้อง
“คุณฉัตรครับ”
“คุณ... กลับไปก่อนได้ไหมคะ ฉันไม่สะดวกที่จะคุยไว้เป็นวันหลังแล้วกันค่ะ”
สลิลฉัตรไม่ได้หันไปมอง เธอยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาแดงก่ำฉ่ำน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เธอพยายามเก็บกลืนเสียงสะอื้นที่จะหลุดออกมาด้วยการกัดริมฝีปากไว้
“ขอร้องเถอะค่ะ”
ถายุกรถอนหายใจ เขาไม่เอ่ยอะไรมองแผ่นหลังนั้นอยู่แค่อึดใจก็ก้าวตรงไปที่ประตูห้อง คล้อยหลังเสียงปิดประตูสลิลฉัตรก็หันกลับมามอง หญิงสาวสะอื้นจนตัวโยน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินอาบแก้มไม่ขาดสาย เธอ
กอดตัวเองแน่นแต่ยังกัดริมฝีปากไม่ให้เสียงใดหลุดรอดออกมา
บางทีสลิลฉัตรก็นึกว่าตัวเองเป็นแค่สินค้า ไม่ใช่ ‘ลูก’ ของอดุลย์ด้วยซ้ำ
คุณหญิงพักตร์พิไลแม้อายุจะห้าสิบแล้วแต่ก็ยังสวย ดูเป็นสาวใหญ่ในฝันของใครหลาย ๆ คน เธอครองตัวเป็นโสดมานับแต่สามีเสียชีวิต เลี้ยงดูลูกชายคนเดียวมาด้วยตัวเอง พร้อมกันนั้นก็อุปการะเด็กคนหนึ่งที่เป็นหลานของพี่เลี้ยงลูกชาย หล่อนชื่อมนพัทธ์ แสบ เฮี้ยวเข้าขั้น
‘ดูสิแก่นเหมือนม้าดีดกะโหลก ฉันละเพลีย คราย-ย-ย-ยจะไปเอายายมู่อยู่’
ตอนคุณหญิงเปรย ๆ มนพัทธ์เพิ่งอายุสิบเก้าปีเองเท่านั้น รอยยิ้มมุมปากนิด ๆ ดวงตาแพรวพราวที่เหลียวมามองเขา มันเหมือนระเบิดลูกโตที่โยนลงปุลงมาบนตักถายุกร
‘เก่งแน่ะ ลองไหมเพื่อจะกำราบอยู่มือ ฉันแถมข้าวสารบวกค่าสินสอดให้ด้วยเอ้า!’
ได้ผล เขาถูกสรัชมองด้วยสายตาเย็นชา ถายุกรก็ได้แต่ยิ้ม ขนาดนี้สรัชยังมองไม่ออกว่าคนเป็นแม่เริ่มระแคะระคายสายตาลูกชายยามเผลอตัวมองเด็กในบ้าน
“ฉันละปวดหัว” คุณท่านของบ้านกระพือพัดเอาลมเข้าหาตัว มืออีกข้างถือยาดมจ่อจมูก พักตร์พิไลนั่งอยู่บนโซฟายาว ตัวถายุกรนั่งอยู่ที่โซฟาเดี่ยวด้านซ้าย ในห้องนั่งเล่นเล็กมีเพียงคุณท่านกับลูกทนายความประจำตระกูลอยู่กันตามลำพัง “ฟังที่เก่งเล่ามาแล้วสงสาร นี่ถ้ามีลูกชายอีกคน ฉันจะจับแต่งกันให้รู้แล้วรู้รอด หนูฉัตรจะได้พ้นมาจากอกพ่อเสียที คนอาไร้! คิดแต่จะขายลูกกิน ไม่มองตัวเองเลยแย่จริง” หางตาสาวใหญ่เหล่จับชายหนุ่มที่
เป็นเหมือนกับลูกอีกคน “เนอะ”
ถายุกรหัวเราะแกล้งเห็นเป็นเรื่องขันไป เพราะคำว่า ‘เนอะ’ เขารู้ว่ามันหมายความอย่างไร ขืนเออออมีหวังตัวเขานี่แหละจะถูกจับมัดเข้ากับคุณหมอคนสวยเสียเอง
“เรื่องนี้เท่าที่ค้นเอกสารดูการสั่งซื้อไม่มีปัญหา แต่ที่น่าห่วงคือการประมูลสร้างอาคารครับ เอกสารหลายอย่าง รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด ผมคิดว่าคุณอดุลย์มีส่วนในการฮั้วประมูลแน่นอน”
“วุ้ย!” คุณหญิงปิดพัดปั๊บ แถมยังมองค้อน “เอาการเอางานจริง หลานฉัน”
ถายุกรยังคงยิ้มน้อย ๆ “คุณท่านจะว่ายังไงครับ ให้ผมจัดการเลยไหม”
พักตร์พิไลหยิบเอกสารไปเปิดอ่าน สายตาคมจัดกวาดผ่านไปอย่างช้า ๆ สุดท้ายห้านาทีให้หลังคุณท่านก็ส่ายหน้า
“อย่าเพิ่งเลยเก่ง เอกสารกับรูปถ่ายพวกนี้ถึงเอาไปยื่นต่อหน้าคุณอดุลย์ไม่มีทางยอมรับหรอก ให้คนตามดูต่อไปถ้าได้คลิปมีเสียงพูดด้วยจะเยี่ยมมาก จะได้ไม่ต้องพูดกันเยอะ”
ทนายความหนุ่มยิ้มรับ รวบเก็บเอกสารที่ได้กลับเข้าซอง
“แล้วเรื่องพ่อแม่ยายมู่ เป็นไงบ้าง”
“คุณท่านทราบ”
สีหน้าฉงนของถายุกรทำให้คุณท่านชี้พัดไปที่เขาตรง ๆ “อย่าว่าแต่เรื่องนี้เลย วีรกรรมความแสบของยายมู่ ตารัชแล้วก็เก่งน่ะฉันรู้หมดแหละ”
ถายุกรหัวเราะออกมาเบา ๆ
