บทที่ 11 เท่านิ้วก้อย
อืม…หนักหัวชะมัด ความรู้สึกแรกหลังตื่นนอนของโนริน
เธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นกุมหน้าผากด้วยความปวดหัวทั้งที่เปลือกตายังไม่เปิด พอขยับตัวเพียงนิด กลับรู้สึกปวดหนึบไปทั่วทั้งร่างกายราวกับเธอเพิ่งวิ่งผลัดสี่คูณร้อยมาอย่างไงอย่างงั้น
“โอย ปวดหัวจังมะลิ นี่แกเอาแขนออกไปซิ ฉันหนัก”
…นิ่ง
ท่อนแขนที่พาดบนตัวเธอไม่ขยับ ส่งผลให้โนรินขยับตัวอีกครั้ง เธอพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งให้ลืมขึ้น
อา…ผนังเพดานห้องคือห้องเธอ แต่…มันมีบางอย่างแปลกไป แปลกเพราะเธอเริ่มคลับคล้ายคลับคลาว่า…เมื่อคืน….
ไม่นะ…ไม่น่า…
“นอนต่อเถอะวันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ”
อึก!! เสียงทุ้มนุ่มของคนข้าง ๆ เอ่ยขึ้น ฟังดูยิ่งแน่ชัดว่าฟังยังไงก็ไม่ใช่เสียงมะลิหรือแมรี่เพื่อนซี้เธอแน่ ๆ
โนรินใจหายวูบ ใบหน้าสวยหันขวับไปหาเจ้าของเสียง!! ดวงตาคู่สวยก่อนหน้านี้ที่สะลึมสะลืออยู่ในสภาพเมาขี้ตา หายเบลอเป็นปลิดทิ้ง
“คุณ!!”
ร่างบางดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ถึงตอนนี้โนรินถึงรู้ว่าร่างกายของตัวเองเปลือยเปล่า เธอรีบดึงผ้าห่มให้ลากขึ้นมาปิดหน้าอกของตัวเอง ส่งผลให้เห็นร่างเปลือยเปล่ากำยำของคนข้างๆ ที่กำลังเอาแขนพาดอยู่บนตัวของเธอ ก่อนที่เธอจะผลักท่อนแขนเขาออกไปให้พ้นตัว
“อืม…ตื่นแล้วเหรอครับ” คนข้าง ๆ งัวเงียตื่นลุกขึ้นมานั่งตาม แต่เขากลับทำตัวราวกับว่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณ…ฉัน มะ…เมื่อคืนเราสองคน…อ่า…”
“อือฮึ”
สิ้นเสียงของคนตรงหน้า ภาพเหตุการณ์เมื่อคืน ตีย้อนกลับมาในห้วงสมองโนรินราวกับแฟลชแบ็ค
……..
@เหตุการณ์ก่อนหน้าที่หน้าผับแองเจิลบาร์
“สภาพนี้คงต้องอุ้มกลับคอนโดแล้วละคะ”
เสียงแมรี่ถอนหายใจมองสภาพของเพื่อนรักที่เมาพับในอ้อมกอดของไอดิน ก่อนเธอจะจำใจหยิบกระเป๋าของโนริน พร้อมควานหากุญแจห้องคอนโดของโนรินส่งไปให้ชายตรงหน้า พร้อมบอกที่อยู่คอนโดกับเลขห้องไปให้เขาให้เสร็จสรรพ
แม้แมรี่จะรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนอยู่ไม่น้อย แต่ไอดินก็ดูไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ออกจะดูสุภาพเสียด้วยซ้ำ ที่สำคัญถ้าไม่ติดเข้าใจไปเองว่า สองคนนี้มีซัมติงกันแล้วก็คงไม่ปล่อยไปง่าย ๆ แบบนี้
@ที่คอนโด
ไอดินพาโนรินที่เมาพับสลับตื่นขึ้นมาเป็นระยะ เขาพาเธอมาส่งจนถึงห้องที่คอนโด ก่อนจะอุ้มวางเธอให้นอนลงบนโซฟาเบดที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง
“ผมส่งคุณเรียบร้อยแล้ว ขอตัวกลับเลยแล้วกัน”
ไอดินพูดพลางถอนหายใจมองผู้หญิงที่นอนเหยียดบนโซฟา ท่อนขาเรียวยาวขยับเล็กน้อย ส่งผลให้กระโปรงถลกขึ้น จนเขาถึงกลับกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“เห้อ…บอกเลยถ้าไม่ใช่ผม คุณโดนลักหลับแน่ ดีนะที่ผมไม่ชอบมีอะไรกับผู้หญิงที่เมาไม่ได้สติแบบนี้” ไอดินบ่น พลางก้มลงขยับชายกระโปรงรัดรูปที่ขยับขึ้นให้ดึงลงมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาควรจะไลน์ไปรายงานเพื่อนของเธอสักนิด ว่ามาส่งเธออย่างปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
ติ้ง!
“คุณแมรี่เหรอ ผมส่งเพื่อนคุณถึงห้องเรียบร้อยนะ กำลังจะกลับ”
<งื้อขอบคุณคุณดินมากนะคะ ปกติยัยรินคอแข็งมากนะคะ แต่วันนี้คงดื่มมากไปหน่อย เลยเมาพับไปเลย รบกวนคุณดินแย่ แหะ แหะ>
“ไม่เป็นไรครับ เรื่องแค่นี้เอง” ไอดินพูดพลางกวาดสายตาไปรอบห้อง ก่อนจะสะดุดตากับกรอบรูปเล็ก ๆ ของผู้หญิงชุดชีพราหมณ์ท่าทางสำรวมยืนถ่ายรูปที่หน้าวัด
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ว่าแล้วว่าเขาสะดุดตาผู้หญิงคนนี้ที่ผับ เหมือนเคยเห็นที่ไหน แทบไม่อยากเชื่อเลยว่า ผู้หญิงเรียบร้อยที่หน้าวัดคนนั้นจะเป็นคนเดียวกับผู้หญิงที่เมาพับจากที่ผับคนนี้
หึ…น่าสนใจชะมัด
<คุณดินคะ เออ…คือว่าถ้าฉันอยากจะขอคอลแบบเปิดกล้องเพื่อขอเช็คความเรียบร้อยของเพื่อนหน่อยจะได้ไหมคะ>
“อ่อ…เออได้สิครับ…”
ปลายสายขอวิดีโอคอลเพื่อตอกย้ำความปลอดภัยของเพื่อนตัวเอง ไอดินจึงไม่ปฏิเสธ เขาเดินกลับมาที่โซฟาเปิดวิดีโอคอลให้เห็นโนรินที่นอนขยับตัวเล็กน้อยไปมาบนโซฟา
อยู่ ๆ โนรินก็ปรือตาลืมขึ้น เพราะเหมือนได้ยินแว่ว ๆ ว่าเป็นเสียงของแมรี่
“คุณ ทำรายย”
เธอดันตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะเห็นว่าไอดินวิดีโอคอลกับแมรี่เพื่อนรักของตัวเองอยู่ ร่างเล็กยืนโงนเงนชั่วครู่ พอรวบรวมสติได้ก็ตรงเข้าไปแย่งโทรศัพท์ในมือของไอดินมาคุยเอง
ที่สุดแล้วเขาเลยจำต้องยอมปล่อยโทรศัพท์ในมือแล้วให้เพื่อนสองคนได้คุยกัน ก่อนจะมองแบบเอือม ๆ
“เซย์ไฮ มา…ลิ”
โนรินเอ่ยเสียงยาน พลางยกมือขึ้นโบกปัดไปมาเพื่อทักทาย
<แหม หล่อนเมาขนาดนี้ คุยรู้เรื่องด้วย>
“คราย เมา ไม่มี๊ ว่าแต่หนาย เงินห้าหมื่น”
เรื่องเมาก็เรื่องหนึ่ง แต่ เรื่องเงินก็อีกเรื่องหนึ่ง และสมองของโนรินกลับจดจำเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะตอนเมาหรือไม่เมา
<โอเค๊ เพื่อนกินผู้สำเร็จ งั้นเดี๋ยวพวกฉันโอนเงินให้แกเลย ว่าแต่เป็นไงบ้างหนุ่มหล่อของแกแซ่บไหม>
แมรี่พูดเหมือนกระซิบแต่เธอคงลืมไปว่านี่เป็นการโทรแบบวิดีโอคอล และผู้ชายที่เธอกำลังเม้าส์อยู่ยังนั่งอยู่ไม่ไกลจากโนริน
“นิ้วก้อย” โนรินหัวเราะคิกคักพลางยกนิ้วก้อยขึ้นมา “ไม่รู้สึกอะไรเลย คิก คิก” ความอยากอวดว่าตัวเองก็แน่พอตัว ทำให้คนเมาอย่างโนรินพูดไปเรื่อย
แต่…
กึก! สิ้นเสียงคำว่านิ้วก้อย ไอดีนถึงกับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ โดนนินทาระยะเผาขนไม่พอ ยังถูกหยามความเป็นชาย ด้วยการมาบอกว่าขนาดของเขาเท่านิ้วก้อย
<ว้าย…จริงดิ เล็กจัง>
“จริงที่ซู้ดดด เท่านี้” กลัวเพื่อนไม่เชื่อยังไม่พอ โนรินยังยกนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นมาอวดขนาดไอนั่นของเขาเพื่อยืนยัน
<อาเค เค งั้นเดี๋ยวพวกฉันโอนเงินให้แกเลยตามที่แกทำสำเร็จ รอแป๊ป อ่าเรียบร้อย เช็คตังค์เลย>
