บทที่ 2 หน้าจออย่างหวาน หลังบ้านอย่างพัง 2

หน้าจออย่างหวาน หลังบ้านอย่างพัง

“มานู่นแล้วแก เอเจนซี่พี่หน่อย เดินมาพร้อมกับ อุ๊ยตาย!!! หล่อระเบิดระเบ้อเลยมึง” ผิงผิงสะกิดแขนเพื่อนยิกๆ พลางกระซิบกระซาบเสียงสั่น

เจ้าเอยหันไปมองตามนิ้วของผิงผิง เห็นพี่หน่อยเอเจนซี่ชื่อดังที่คุ้นเคยกันดี กำลังเดินนำผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในร้าน

ผู้ชายคนนั้นสูงโปร่ง น่าจะเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตร เขาใส่เสื้อฮู้ดตัวโคร่งสีดำสนิท กางเกงยีนส์ขาดเข่า หมวกแก๊ปสีดำที่สวมอยู่ถูกกดลงต่ำจนเกือบจะบังใบหน้าครึ่งบน แต่ก็ยังเห็นสันจมูกโด่งคมและริมฝีปากหยักลึกเรียบเฉย ผิวของเขาขาวจัดจนเกือบซีดเหมือนคนที่วันๆ เอาแต่นั่งอยู่ในห้องแอร์ไม่เคยโดนแดด

วินาทีที่เขาถอดหมวกแก๊ปออกแล้วเสยผมสีดาร์กช็อกโกแลตที่ยุ่งเหยิงขึ้นอย่างลวกๆ เจ้าเอยถึงกับชะงักไปเล็กน้อย 

ใบหน้าของเขาหล่อจัดแบบร้ายๆ ดวงตาเรียวยาวเฉี่ยวคมสีนิลดูดุดันและเย็นชาในเวลาเดียวกัน ขอบตาดำคล้ำจางๆ เหมือนคนอดนอนเรื้อรัง รูปลักษณ์ภายนอกดูเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงลิบและแววตาเบื่อโลกสุดขีด

“สวัสดีค่ะน้องเอย น้องผิง รอนานไหมคะ” พี่หน่อยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง ก่อนจะแนะนำผู้ชายข้างๆ 

“นี่น้องเตอร์หรือในวงการสตรีมเมอร์รู้จักกันในชื่อ 'Copter_V' ไงคะ เจ้าของเพจแคสเกมที่มีคนตามเกือบสองล้านคน!”

เจ้าเอยเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย 'คอปเตอร์' หรือ 'นายคณิน' อายุยี่สิบเอ็ดปีเท่าเธอ เรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาลัยเดียวกัน เขาเป็นสตรีมเมอร์เกมชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและโลกส่วนตัวสูงลิบ ปกติไม่เคยเปิดเผยใบหน้าจริงในการสตรีมเลย ใช้แต่คาแรคเตอร์อวตารสองมิติตลอด แฟนคลับเลยตามกรี๊ดกันบ้านแตกเพราะความลึกลับ

“หวัดดี” คอปเตอร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ น้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความกระตือรือร้นใดๆ เขาไม่ได้ยกมือไหว้หรือยื่นมือมาทักทาย แค่ผงกหัวให้แวบเดียวแล้วก็ก้มหน้าลงกดสมาร์ตโฟนในมือต่อทันที นิสัยมารยาทติดลบสมคำร่ำลือจริงๆ

“เอาล่ะค่ะ พี่ขอเข้าเรื่องโปรเจกต์เลยนะคะ” พี่หน่อยหยิบซองเอกสารสองซองวางลงบนโต๊ะ

“อย่างที่เรารู้กันเนอะ ตอนนี้น้องเอยกำลังประสบปัญหายอดเอนเกจเมนต์ตกส่วนน้องเตอร์ก็กำลังมีปัญหาส่วนตัวเรื่องที่บ้านสั่งอายัดบัญชี และต้องการเงินก้อนโตไปลงทุนทำทีมอีสปอร์ตของตัวเองใช่ไหมคะ”

คอปเตอร์ชะงักมือที่กดเกมอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมา มองพี่หน่อยด้วยสายตาจริงจังขึ้น

“ครับ พ่อผมยึดเงินเก็บทั้งหมดไป คืนคำสั่งเดิมคือถ้าผมไม่กลับไปบริหารบริษัทช่วยพ่อ พ่อก็จะไม่ให้เงินผมสักบาทเดียว” คอปเตอร์พูด น้ำเสียงแฝงความโกรธและกดดันชัดเจน เพราะพ่อเขาเป็นนักธุรกิจรุ่นใหญ่สายอนุรักษนิยมที่มองว่าอาชีพสตรีมเมอร์เกมคือเรื่องไร้สาระของพวกขี้แพ้ เขาเลยต้องดิ้นรนหาเงินห้าล้านบาทภายในสามเดือนนี้เพื่อไปสู้ชีวิตพิสูจน์ตัวเอง

“และพี่มีข้อเสนอที่จะทำให้น้องเตอร์ได้เงินห้าล้านนั้น พร้อมกับทำให้น้องเอยกู้ยอดซับกลับคืนมาได้ค่ะ” พี่หน่อยยิ้มกว้าง

“นั่นคือ แคมเปญคู่รักต่างขั้ว บิวตี้บล็อกเกอร์ x สตรีมเมอร์ลึกลับ”

“คู่รัก!!!” เจ้าเอยกับคอปเตอร์อุทานขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

“แล้วทำไมต้องเป็นยัยนี่” คอปเตอร์พูดแทรกขึ้นมา สายตาคมกริบตวัดมามองคนตรงหน้า ประเมินตั้งแต่หัวจรดเท้า 

“วันๆ อยู่แต่กับหน้ากล้อง พูดคนเดียวกับเครื่องสำอาง รอยยิ้มก็ดูปลอมๆ เหมือนหุ่นยนต์โชว์รูม ผมไม่ชอบผู้หญิงประเภทนี้”

หนอย!!! ไอ้นี่! มันกล้าดียังไงมาหาว่ารอยยิ้มทำเงินของเธอปลอม! เจ้าเอยคิดในใจด้วยความเดือดดาล

“คิดว่าฉันอยากได้นายเป็นแฟนตายล่ะ!” หญิงสาวตบโต๊ะเบาๆ สวนกลับทันควัน 

“หน้าตาก็กวนประสาท แต่งตัวก็เหมือนพวกโจรใต้สะพานลอย วันๆ อยู่แต่ในถ้ำเล่นเกม ปากเสียขนาดนี้ ไลฟ์สดคู่กันคนดูไม่คิดว่าฉันพากุมารทองมาออกกล้องเหรอคะพี่หน่อย!”

“เซ็นเถอะค่ะทั้งสองท่าน” พี่หน่อยรีบพูดแทรกขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด 

“เงินรางวัลค่าเหนื่อยจากแคมเปญนี้คือห้าล้านบาท แบ่งจ่ายรายเดือน แต่มีข้อแม้ว่าพวกคุณต้องย้ายเข้าไปอยู่คอนโดเดียวกันที่เอเจนซี่จัดไว้ให้ เพื่อถ่าย Vlog และไลฟ์สดคู่กันสัปดาห์ละอย่างน้อยสามครั้ง และกฎเหล็กที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามหวั่นไหวจริง ห้ามคิดจริง และห้ามล้ำเส้นเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายเด็ดขาด”

เจ้าเอยนิ่งเงียบไป มองปากกาสลับกับหน้าจอไอแพดของผิงผิงที่ยังคงมีข้อความด่าทอเรื่องแฟนเก่าเด้งขึ้นมาไม่หยุด ความรู้สึกจุกอกและเจ็บใจแล่นพล่าน ถ้าเธอปฏิเสธเธอจะกลายเป็นยัยขี้แพ้ตกอับที่โดนแฟนเก่าเหยียบย่ำ แต่ถ้าเธอเซ็นเธอจะมีเงินรอดตาย มีชื่อเสียงกลับมา และได้เหยียบหน้าไอ้หมอพีทให้จมดิน

เธอหันไปมองคอปเตอร์ หมอนั่นก็กำลังจ้องมองปากกาด้วยแววตาเคร่งเครียด ปมเรื่องครอบครัวและเงินห้าล้านคงค้ำคออยู่เช่นกัน คอปเตอร์เงยหน้าขึ้นมาสบตาเจ้าเอย แววตาเบื่อโลกของเขามีประกายไฟบางอย่างจุดขึ้น

“สามเดือนใช่ไหมครับ” คอปเตอร์ถามพี่หน่อย เสียงเรียบ ก่อนจะคว้าปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อตัวเองลงในเอกสารอย่างรวดเร็ว เขาโยนปากกากลับมาตรงหน้าหญิงสาวพลางเลิกคิ้วกวนๆ 

“เซ็นดิ ยัยบล็อกเกอร์ตกกระป๋อง หรือว่าปอดแหก”

คำท้าทายนั้นทำเอาเส้นสติของเจ้าเอยขาดผึง เธอคว้าปากกาขึ้นมา ตวัดลายเซ็นของตัวเองลงไปในช่องผู้รับจ้างอย่างแรงจนหัวปากกาแทบทะลุกระดาษ

“จำคำพูดของนายไว้ให้ดีละกัน ไอ้กุมารทองเกรียนแตก หลังกล้องเมื่อไหร่ นายกับฉันเป็นแค่คนร่วมห้องที่เกลียดขี้หน้ากัน”

เจ้าเอยประกาศกร้าว จ้องตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ พี่หน่อยกับผิงผิงตบมือดีใจกันลั่นร้าน แต่ในใจของหญิงสาวกลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก การเดิมพันครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอกับผู้ชายปากเสียคนนี้ มันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว และเธอต้องชนะเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป